เอกสารประเมินสภาพอาคารชุดหนาเตอะสามเล่มถูกโยนลงบนโต๊ะไม้สักเก่าจนเกิดเสียงดังสนั่น ฝุ่นผงสีเทาที่เกาะตามสันปกพวยพุ่งขึ้นมาปะทะกับปลายจมูกโด่งรั้นของรินรดาพอดี สถาปนิกสาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความไวและเกลียดพิธีรีตองเป็นที่สุดถึงกับต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันจนแทบจะเป็นปม
“ถ้าจะต้อนรับผู้ตรวจสอบด้วยวิธีทิ้งน้ำหนักลงบนข้าวของแบบนี้ แนะนำให้ไปสมัครเป็นนักกีฬายกน้ำหนักทีมชาติค่ะ ไม่ควรมานั่งหน้าหงิกอยู่หลังเคาน์เตอร์ห้องสมุดประชาชน”
เสียงใสติดจะห้วนเล็กน้อยเอ่ยขึ้นทันทีโดยไม่ต้องรอให้ฝ่ายตรงข้ามได้ตั้งตัว รินรดากอดอกแน่น เสื้อเชิร์ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดและนาฬิกาเรือนหรูที่บอกเวลาบ่ายสองโมงตรงพอดิบพอดี เธอไม่ได้มาสายแม้แต่วินาทีเดียว แต่ไอ้บรรยากาศต้อนรับราวกับเธอเป็นเชื้อโรคที่เพิ่งเดินเข้ามาในเขตปลอดเชื้อนี่สิ มันน่าหงุดหงิดเสียจนอยากจะรื้อชั้นหนังสือพวกนี้ทิ้งแล้วสร้างลานจอดรถแทนเสียให้รู้แล้วรู้รอด
ร่างสูงปะรำปะราของชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิร์ตสีเทาเข้มพับแขนลวกๆ ขยับตัวช้าๆ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสมาร์ทมองลอดผ่านเลนส์ด้วยสายตาเรียบนิ่งสนิท ชนิดที่เรียกว่า ‘ไร้ความรู้สึก’ จนน่าหมั่นไส้
“ถ้าคุณอ่านกำหนดการและระเบียบปฏิบัติของหอสมุดแห่งนี้สักนิดก่อนจะก้าวขาเหยียบเข้ามาในเขตพื้นที่อนุรักษ์ คุณจะรู้ว่าเสียงดังเมื่อครู่มันเบาเสียยิ่งกว่าเสียงกระซิบของมดเสียอีกครับ… คุณสถาปนิก”
ประโยคสุดท้ายจงใจลากเสียงยาวพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลแบบผู้ดีเก่าชวนให้รู้สึกเหมือนโดนตบหน้าด้วยนวมกำมะหยี่ คีย์—บรรยากาศหนุ่มประจำหอสมุดเก่าแก่แห่งนี้ขยับแว่นตาเล็กน้อย ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเคาะเบาๆ บนสันปกแฟ้มเอกสาร
รินรดาแค่น1เสียงในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววพยศ เธอเกลียดคนประเภทนี้ที่สุด คนที่เอาแต่ซ่อนตัวอยู่หลังกฎระเบียบคร่ำครึแล้วมองคนอื่นด้วยหางตา คิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลหรืออย่างไรกัน
“ฉันเป็นสถาปนิกค่ะ ไม่ใช่เด็กอนุบาลที่จะต้องมานั่งท่องกฎระเบียบโบราณที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยไดโนเสาร์ครองโลก หน้าที่ของฉันคือการมาประเมินโครงสร้างเพื่อรีโนเวตใหม่ให้มันใช้งานได้จริง ไม่ใช่มานั่งฟังคุณสาธยายมารยาททางสังคมที่หาซื้อไม่ได้ตามร้านสะดวกซื้อ”
“ถ้าโครงสร้างสมองของคุณยืดหยุ่นได้สักครึ่งหนึ่งของตึกที่คุณออกแบบ โลกใบนี้คงน่าอยู่ขึ้นเยอะนะครับ” คีย์สวนกลับทันควันโดยไม่มีจังหวะให้หายใจ น้ำเสียงราบเรียบแต่คมกริบราวกับมีดโกนอาบน้ำผึ้ง “แต่ก็นั่นแหละ… คนที่ชอบทำตัวเหนือกว่าคนอื่นด้วยการแต่งตัวจัดจานและท่าทางมั่นอกมั่นใจเกินเบอร์ มักจะมองไม่เห็นรอยร้าวที่อยู่ลึกลงไปใต้พื้นผิวหรอก”
“คุณว่าใครแต่งตัวจัดจาน!” รินรดาก้าวเท้าเข้าประชิดโต๊ะทำงานไม้สักทันที ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาลดลงเหลือเพียงแค่ช่วงแขน กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ กลิ่นวานิลลาผสมความสะอาดลอยเข้าแตะจมูกคีย์ชั่วขณะ รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาวาววับด้วยความโกรธ “พูดให้มันชัดๆ สิคะ ถ้าคิดว่ารสนิยมของฉันมันขัดหูขัดตานัก ทำไมไม่เขียนใส่กระดาษแล้วแปะไว้หน้าประตูห้องสมุดไปเลยล่ะ จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาปั้นปึ่งใส่ฉันแบบนี้!”
คีย์ก้มลงมองหญิงสาวที่เตี้ยกว่าเขาเกือบหนึ่งช่วงศีรษะ ร่างบางที่ยืนจังก้าทำท่าจะกินเลือดกินเนื้อไม่ได้ทำให้เขากลัวเลยแม้แต่น้อย กลับกัน… แววตาดื้อรั้นและริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันด้วยความขัดใจนั่น กำลังดึงดูดความสนใจของเขาอย่างประหลาด ชายหนุ่มโน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อลดระยะห่าง ลมหายใจอุ่นร้อนเฉียดผ่านใบหูขาวสะอาดของเธอจนรินรดาสะดุ้งโหยง
“ผมไม่ได้บอกว่ามันขัดหูขัดตา…” คีย์จงใจลดเสียงลงให้กระซิบพร่า “ผมแค่กำลังคิดว่า… คนที่ปากเก่งใส่ผมตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มงานคนนี้ จะร้องไห้กลับบ้านไปฟ้องแม่ไหม ถ้าพรุ่งนี้ผมสั่งให้เธารื้อฝ้าเพดานทั้งหมดออกเพื่อเช็กปลวก”
“คุณ!”
รินรดาหน้าแดงก่ำ ไม่ใช่เพราะเขินอาย แต่เป็นเพราะความโกรธที่พุ่งปรี๊ดจนเลือดสูบฉีดไปเลี้ยงใบหน้า เธอยกนิ้วเรียวขึ้นชี้หน้าเขาอย่างลืมตัว “ฉันไม่มีทางร้องไห้ให้ผู้ชายปากเสียอย่างคุณเห็นเด็ดขาด! เตรียมตัวไว้เลยค่ะคุณบรรจง... คีย์! พรุ่งนี้ฉันจะรื้อทุกซอกทุกมุมจนคุณไม่มีที่ซุกหัวนอนอ่านหนังสือแน่นอน!”
“ยินดีต้อนรับสู่หอสมุดของผมล่วงหน้าครับ… คุณสถาปนิกตัวแสบ” คีย์เหยียดยิ้มกว้างขึ้น เป็นรอยยิ้มแรกที่ดูมีชีวิตชีวาที่สุดตั้งแต่เธอก้าวเข้ามาในตึกนี้ แต่มันกลับน่าหมั่นไส้เสียจนเธออยากจะหยิบหนังสือประวัติศาสตร์ฟิสิกส์เล่มหนาแถวนั้นปาใส่หน้าเขาเสียจริง
ทว่า... ก่อนที่สงครามประสาทขนาดย่อมระหว่างสถาปนิกสาวฝีปากกล้ากับบรรยากาศหนุ่มจอมกวนจะดำเนินไปถึงจุดแตกหัก เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นก้องโถงทางเดิน พร้อมกับประตูไม้บานใหญ่ที่ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่มีการเคาะขออนุญาต
ร่างสูงโปรดในชุดสูทสากลเนี้ยบกริบก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างหลังรินรดา พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นหูที่เอ่ยทักขึ้นด้วยรอยยิ้มเจوەน
“ริน… อยู่นี่เอง ผมตามหาคุณทั่วเลย รู้ไหมว่าประธานบริษัทอยากคุยเรื่องโปรเจกต์นี้ด่วนที่สุด…”
รินรดานิ่งงั้น ตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะเมื่อได้ยินเสียงนั้น เช่นเดียวกับคีย์ที่หุบยิ้มฉับพลัน แววตานิ่งสงบแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกระด้างขึ้นมาในทันทีที่มองข้ามไหล่บางของหญิงสาวไปสบตากับผู้มาใหม่
และประโยคต่อมาที่หลุดออกมาจากปากของแขกไม่ได้รับเชิญ ก็ทำให้โลกทั้งใบของรินรดาดิ่งวูบลงราวกับตึกถล่ม—
ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนของผมคือคุณคนปากเสีย•ตอนที่ 1
ยินดีที่ไม่รู้จัก
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณคนปากเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!