เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือรุ่นล่าสุดดังขึ้นติดต่อกันสามครั้งติด เป็นจังหวะจะโคนราวกับเสียงเคาะประตูบ้านของเจ้าหนี้ที่มารอทวงเงินต่องวด พายสะดุ้งสุดตัวจนเผลอทำปากกาไวท์บอร์ดร่วงหล่นลงกระทบกับพื้นกระเบื้องยางสีขาวในห้องสมุดรวมของคณะวิศวกรรมศาสตร์ เสียง ‘แป๊ก’ นั้นดังสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบสงบของโต๊ะอ่านหนังสือมุมอับสายตา ที่ซึ่งถูกเลือกไว้เพราะคิดว่าปลอดภัยจากการตามล่า แต่ดูเหมือนว่าระบบเรดาร์ของรุ่นพี่ปีสามคนนั้นจะแม่นยำยิ่งกว่าจีพีเอสติดดาวเทียม
นิ้วเรียวเล็กของนักศึกษาปีหนึ่งคณะไอทีรีบคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดอ่านด้วยความร้อนรน หน้าจอแสดงชื่อแชตของคนที่เธอเพิ่งบล็อกเบอร์ไปเมื่อสิบนาทีที่แล้ว แต่เขากลับใช้วิธีส่งข้อความผ่านระบบสารสนเทศภายในของมหาวิทยาลัยแทน
[ภาคิน]: อย่าแม้แต่จะคิดกดเข้าไปดูไฟล์ในโฟลเดอร์ชื่อ ‘Project_X’ นะพาย ถ้าไม่อยากให้รูปสมัยมัธยมต้นที่แก้มป่องใส่แว่นหนาเตอะของคุณไปโผล่อยู่บนโปรเจคเตอร์กลางห้องเชียร์คณะ
พายกัดริมฝีปากล่างของตัวเองจนเป็นรอยแดงด้วยความคับแค้นใจ ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกปนความดื้อรั้น เธอไม่ได้ตั้งใจจะเปิดดูไฟล์นั้นเสียหน่อย มันเป็นความซุ่มซ่ามตามสัญชาตญาณของคนมือไวใจเร็วที่เผลอคลิกดับเบิลคลิกเข้าไปตอนที่กำลังพยายามหาไฟล์ชีทสรุปแคลคูลัสต่างหาก ใครจะไปรู้เล่าว่าโน้ตบุ๊กสีเงินเครื่องหรูราคาครึ่งแสนของประธานสโมสรนักศึกษาคณะวิศวะฯ จะหน้าตาคล้ายคลึงกับเครื่องพังๆ ของเธอยังกะแกะกล่อง แถมเขายังสะเพร่าถึงขนาดสลับกระเป๋าเป้กันได้ที่ร้านกาแฟหน้าคณะเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา
“ฮึ่ย! ขี้ขู่เป็นบ้าเลยผู้ชายคนนี้” พายพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางใช้นิ้วจิ้มหน้าจอแป้นพิมพ์เพื่อตอบกลับความกวนประสาทนั้นทันที
[พาย]: ก็ไม่ได้อยากดูนักหรอกค่ะพี่ภาคิน! ของแบบนั้นเก็บไว้ดูคนเดียวเถอะค่ะ รสนิยมการตั้งชื่อไฟล์นี่เชยระเบิดเลยนะคะ ‘Project_X’ เนี่่ย นึกว่าหนังแอคชั่นเกรดบี
[ภาคิน]: สิบนาที... ผมให้เวลาคุณเดินเอาของมาคืนผมที่โรงจอดรถตึกวิศวะตึกสาม ถ้าไม่อยากให้ภาพนั้นถูกส่งต่อไปยังกรุ๊ปไลน์สโมสรนักศึกษาที่มีสมาชิกห้าร้อยคน
[พาย]: นี่พี่กล้าเหรอคะ!
[ภาคิน]: ลองดูไหมล่ะครับ เด็กปีหนึ่ง
พายสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อระงับอารมณ์เดือดดาลที่กำลังพุ่งพล่านจนแทบจะทะลุเพดานห้องสมุด เธออยากจะปnโทรศัพท์มือถือเครื่องนี้ลงกับพื้นให้แตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ เสียจริง แต่ติดตรงที่ว่าข้อมูลโปรเจกต์ส่งอาจารย์สัปดาห์หน้าอยู่ในนั้นครึ่งหนึ่ง ไม่อย่างนั้นเธอคงเลือกวิธีหายตัวไปจากสารบบของมหาวิทยาลัยนี้ตั้งแต่วินาทีแรกที่รู้ตัวว่าสลับกระเป๋ากับ ‘นายวิศวะสายเนี้ยบ’ คนนั้นแล้ว
ร่างบางในชุดนักศึกษาปีหนึ่งกระชับสายกระเป๋าเป้สีดำใบใหญ่ที่บรรจุโน้ตบุ๊กเจ้าปัญหาเอาไว้แน่น เธอเดินกึ่งวิ่งออกจากห้องสมุดด้วยฝีเท้าเร่งรีบ ปลายรองเท้าผ้าใบสีขาวสะอาดกระทบกับพื้นทางเดินจนเกิดเสียงดังย่ำๆ เป็นจังหวะความร้อนรน บรรยากาศยามเย็นของมหาวิทยาลัยเริ่มโพล้เพล้ แสงสีส้มอมชมพูของท้องฟ้าสะท้อนกับกระจกใสของตึกคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ฝั่งตรงข้าม แต่วินาทีนี้ไม่มีอารมณ์สุนทรีย์เหลือพอที่จะชื่นชมความงามใดๆ ทั้งสิ้นในหัวของพายมีแต่ภาพใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะตีหน้าขรึมและชอบส่งสายตาดุๆ มาให้ทุกครั้งที่เจอกัน
ตึกวิศวะตึกสามในยามเย็นค่อนข้างเงียบเหงา พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นลานจอดรถในร่มที่มีเสาปูนเปลือยเรียงรายสลับซับซ้อน กลิ่นอายของน้ำมันเครื่องและยางมะตอยจางๆ ลอยมาแตะจมูก พายกวาดสายตามองหาร่างสูงโปร่งที่คุ้นเคยในชุดนักศึกษาที่รีดเรียบกริบจนแทบจะบาดมือ แต่ยังไม่ทันที่จะได้ตั้งหลักดี เสียงทุ้มต่ำและติดจะเยي้อนิดๆ ก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังของเสาต้นที่สาม
“มาช้าไปสามสิบวินาทีนะพาย สำหรับเด็กไอทีแล้ว เรื่องเวลานี่น่าจะเป็นสิ่งที่ควรแม่นยำที่สุดไม่ใช่เหรอ”
พายสะดุ้งสุดตัว รีบหันขวับไปตามต้นเสียง ร่างสูงของภาคินยืนพิงสะโพกกับเสาปูน กอดอกมองเธอด้วยสายตานิ่งสนิท สันจมูกโด่งเป็นสันคมรับกับริมฝีปากที่มักจะเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรงเสมอแสดงถึงความเจ้าระเบียบ วันนี้กระดุมคอเสื้อของเขาติดไว้เม็ดบนสุดอย่างไร้ที่ติ เสื้อชอปสีกรมท่าเข้มพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอกเผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนเล็กน้อยที่ดูมีเสน่ห์อย่างน่าหมั่นไส้ในสายตาของเธอ
“โถ่พี่ภาคินคะ! ฉันไม่ได้วิ่งมาราธอนมากจากตึกไอทีนะคะ จะให้ใช้ความเร็วแสงเท่าไหร่ถึงจะถูกใจพ่อเทพบุตรสุดเนี้ยบคนนี้ล่ะคะ” พายเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความเหนื่อยหอบ พลางปลดกระเป๋าเป้ออกจากหลังแล้วกระแทกมันลงบนฝากระโปรงรถกระบะแต่งซิ่งที่จอดอยู่ใกล้ที่สุด “นี่ค่ะ! โน้ตบุ๊กของพี่ เช็คดูให้ดีเลยนะคะว่ายังอยู่ครบทุกไฟล์รึเปล่า ฉันไม่ได้ไปแอบดูโปรเจกต์ลับอะไรของพี่ทั้งนั้นแหละค่ะ บอกไว้ก่อน!”
ภาคินไม่ได้ขยับตัวเข้ามาหยิบกระเป๋าในทันที เขายกมือขึ้นดันแว่นสายตากรอบโลหะสีเงินบนสันจมูกขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าของคนตรงหน้าอย่างพิจารณา รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นมาจางๆ ราวกับกำลังสนุกสนานกับการได้เห็นเด็กสาวตรงหน้าหัวเสียจนหน้าดำหน้าแดง
“แน่ใจเหรอครับว่าไม่ได้เปิดดู... ทำไมหน้าหูถึงแดงแจ๋ขนาดนั้นล่ะ หืม?” ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่จงใจลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท พร้อมกับก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวทีละน้อย จนพายต้องถอยหลังกรูดไปจนแผ่นหลังชนติดกับเสาปูนเย็นเฉียบ
“ปะ...เปล่าสักหน่อยค่ะ! ใครหน้าแดงกัน อย่ามามั่วซ้ำๆ ซากๆ นะคะพี่” พายปฏิเสธเสียงสูง ปลายนิ้วชี้หน้าเขาอย่างลืมตัวเพื่อสร้างระยะห่างระหว่างกัน “แล้วก็ถอยออกไปเลยนะ ที่นี่มันที่สาธารณะ ใครมาเห็นเข้าเดี๋ยวเขาจะเข้าใจผิดคิดว่าพี่กำลังรังแกเด็กปีหนึ่งตาดำๆ”
“เด็กปีหนึ่งตาดำๆ ที่กล้าขโมยกระเป๋าผมไปเนี่ยนะ” ภาคินหยุดยืนเว้นระยะห่างจากเธอเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นความสะอาดสะอ้านเฉพาะตัวลอยเข้ามาเตะจมูกจนพายต้องแอบกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ “รู้ไหมว่าในนั้นมีข้อมูลโปรเจกต์ส่งประกวดระดับประเทศที่ผมใช้เวลาทำมาสามเดือน ถ้ามันหายไปหรือถูกเปิดเผยก่อนเวลา... คุณรับผิดชอบไม่ไหวหรอกนะพาย”
สายตาจริงจังที่ทอดมองลงมาทำให้พายเผลอชะงักไปชั่วขณะ ภายใต้ท่าทีปากจัดและชอบหาเรื่องของรุ่นพี่คนนี้ แววตาคู่คมกลับฉายความเคร่งเครียดและความกดดันบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้ลึกๆ เธอเม้มปากแน่น ความรู้สึกโกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไปเกือบหมด เหลือเพียงความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนขึ้นมาในอก
“ฉัน... ฉันขอโทษก็แล้วกันค่ะ ที่สะเพร่าหยิบสลับกัน” เสียงของพายอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ดวงตากลมโตหลบสายตาคมคายคู่นั้นไปมองกระดุมเสื้อของเขาแทน “แต่พี่ก็ไม่ต้องมาขู่ฉันด้วยรูปสมัยมัธยมแบบนั้นหรอกนะ มันทุเรศเกินไป”
ภาคินหลุดหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่นุ่มนวลกว่าทุกครั้งที่เคยได้ยิน รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลานั้นทำให้บรรยากาศรอบตัวที่เคยตึงเครียดผ่อนคลายลงอย่างน่าประหลาด นิ้วเรียวยาวของเขาเอื้อมออกไปแตะที่สายกระเป๋าเป้ของตัวเอง ก่อนจะรูดซิปเปิดดูข้างในอย่างรวดเร็วเพื่อตรวจความเรียบร้อย
“งั้นก็ถือว่าเจ๊ากัน... คุณทำผมตกใจ ผมก็แค่ขู่คุณกลับ” ภาคินพูดเสียงเรียบ พลางเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง “แต่เรื่องรูปแก้มป่องใส่แว่นหนานั่น... ผมมีเก็บไว้จริงนะ ไม่ได้โม้”
“พี่ภาคิน! นี่พี่โรคจิตหรือไงเนี่ย!” พายร้องลั่นหน้าตาตื่น ยื่นมือจะไปแย่งโทรศัพท์มือถือจากมือเขา แต่ภาคินกลับไวกว่า เขาเอี้ยวตัวหลบพร้อมกับชูโทรศัพท์ขึ้นสูงเหนือศีรษะ ด้วยส่วนสูงที่ต่างกันเกือบสามสิบเซนติเมตรทำให้พายทำได้แค่เพียงเขย่งปลายเท้าสุดแรงเกิดจนมือแทบจะคว้าไม่ถึง
“อยากได้เหรอครับ อยากได้ก็ลองกระโดดหยิบดูสิ เผื่อความสูงจะเพิ่มขึ้นอีกสักสองเซนติเมตร” ภาคินยิ้มเยาะอย่างได้ใจ ขณะที่มืออีกข้างก็คว้ากระเป๋าของตัวเองมาสะพายไว้บนบ่า
พายหอบหายใจจนตัวโยนด้วยความเหนื่อยและโมโห เธอหยุดยืนเท้าสะเอวเงยหน้ามองคนตัวสูงที่กำลังยืนอมยิ้มกวนประสาทอยู่ตรงหน้า ใบหน้าหวานงอง้ำด้วยความไม่สบอารมณ์ ดวงตากลมโตฉายแววค้อนคว่ำใส่เขาชุดใหญ่
“คนอะไรทั้งน่ารำคาญ ทั้งเจ้าเล่ห์ แถมยังชอบแกล้งคนอื่นเป็นเด็กๆ!” พายบ่นอุบอดไม่ได้ที่จะกระทืบเท้าลงกับพื้นด้วยความขัดใจ “ถ้าชาติหน้ามีจริง ฉันขอเกิดเป็นไวรัสคอมพิวเตอร์แล้วไปลบข้อมูลในเครื่องพี่ทิ้งให้หมดเลยคอยดู!”
“ฮ่าๆๆ ปากเก่งใช้ได้นี่” ภาคินก้มหน้าลงมามองเธอใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกเกือบจะชนกันหากพายไม่เผลอหันหน้าหนีเสียก่อน ความใกล้ชิดกะทันหันนี้ทำให้หัวใจดวงน้อยในอกของพายเต้นระรัวราวกับตีกลองเพล เลือดลมสูบฉีดจนใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ “แต่ก่อนจะไปถึงชาติหน้า... คืนนี้ช่วยสละเวลาอันมีค่ามานั่งติววิชาเขียนโปรแกรมขั้นสูงให้ผมหน่อยสิ พอดีสมองเด็กไอทีคนนี้อาจจะมีประโยชน์ขึ้นมาบ้าง”
พายหันขวับกลับมามองหน้าเขาด้วยความตกใจ “ฮะ? ติวอะไรนะคะ? ฉันเนี่ยนะจะไปติวให้ประธานสโมสรวิศวะผู้เพอร์เฟกต์?”
“ใช่ครับ คุณนั่นแหละ” ภาคินขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิมอีกก้าวหนึ่ง จนพายต้องแนบแผ่นหลังติดกับเสาปูนอย่างไร้ทางหนี รอยยิ้มที่มุมปากของเขาลดความกวนประสาทลง เปลี่ยนเป็นแววตาพราวระยับที่ชวนให้คนมองใจสั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก “ถือเป็นการไถ่โทษเรื่องที่คุณเกือบทำโปรเจกต์ผมพัง... ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด เพราะผมส่งโลเคชั่นคอนโดผมไปให้คุณในแชทเรียบร้อยแล้ว เจอกันสองทุ่มตรง ห้ามเลทแม้แต่วินาทีเดียวนะครับพาย”
พูดจบ ภาคินก็หมุนตัวเดินขึ้นรถกระบะคู่ใจแล้วขับออกไปจากลานจอดรถอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้พายยืนแข็งทื่ออยู่ลำพังท่ามกลางกลิ่นไอควันรถที่จางลงไปพร้อมกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวโครมครามอยู่ในอก
พายยกมือขึ้นทาบอกตัวเองที่กำลังไหวระริก ความรู้สึกร้อนผ่าวลามเลียไปทั่วทั้งใบหน้าจนต้องยกมือขึ้นมาพัดให้ลมโกรก ขณะที่สายตาเหลือบไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความใหม่จากแอปพลิเคชัน
[ภาคิน]: ส่งตำแหน่งที่อยู่ (Location)
[ภาคิน]: ห้ามเบี้ยวนะครับ... ไม่งั้นผมเอาภาพสมัยเด็กของคุณลงกลุ่มรวมจริงๆ ด้วย :)
พายกัดริมฝีปากตัวเองแน่น ความรู้สึกหมั่นไส้ตีคู่มากับความประหลาดใจในอก เธออยากจะพิมพ์ปฏิเสธกลับไปให้ยาวเป็นหางว่าว แต่ปลายนิ้วกลับไม่ยอมทำตามคำสั่งสมองเสียอย่างนั้น ยิ่งคิดถึงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขาเมื่อครู่ แก้มใสก็ยิ่งเห่อร้อนขึ้นจนแทบจะระเบิด
ยัยพาย... นี่เธอเผลอไปตกหลุมพรางของนายวิศวะจอมเนี้ยบคนนี้เข้าให้อีกแล้วใช่ไหมเนี่ย!
(ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความป่วนชวนใจเต้นครั้งนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ - ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
วิศวะสายเนี้ยบกับยัยนศ.ปีหนึ่งผู้กุมความลับดาต้า•ตอนที่ 2
คนหนึ่งเนี้ยบ อีกคนเนียน
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายเนี้ยบกับยัยนศ.ปีหนึ่งผู้กุมความลับดาต้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!