เสียง *'กริ๊ก'* ของแม่กุญแจเหล็กหล่อที่ถูกพลิกล็อกด้วยความชำนาญจากภายนอก ดังก้องกังวานเสียดแทงความเงียบงันภายในโถงอาคารร้างอย่างชัดเจน มันไม่ใช่เสียงของการตรวจตราตามหน้าที่ แต่เป็นเสียงเหล็กกระทบเหล็กที่จงใจประกาศก้องถึงการปิดตายทางหนีทีไล่
ธาวินไม่ขยับเขยื้อน ร่างสูงโปร่งในชุดสูทเข้ารูปสีชาร์โคลยังคงยืนนิ่งสนิทอยู่หลังโครงสร้างคอนกรีตเปลือย สายตาคมกริบใต้กรอบแว่นโลหะบางเฉียบกวาดมองไปยังเงาร่างที่ทาบทับอยู่บนกระจกฝ้าของประตูทางเข้า เงาที่สะท้อนผ่านแสงไฟนีออนกะพริบจากเสาไฟฟ้าริมถนนด้านนอกนั้นสูงโปร่ง ไหล่กว้าง และยืนด้วยท่าทีที่สงบนิ่งจนน่าขนลุก ไม่มีเสียงทุบกระจก ไม่มีเสียงตะโกนโวยวาย มีเพียงความเงียบงันที่กดดันบรรยากาศรอบตัวให้หนักอึ้งลงทีละน้อย
ในขณะเดียวกัน ร่างของชายแปลกหน้าที่เพิ่งปีนหนีตายเข้ามาจากบันไดหนีไฟ กลับไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกอย่างที่ควรจะเป็น รวิศใช้มือข้างหนึ่งปัดหยดน้ำฝนที่เกาะพราวอยู่ตามปกเสื้อโค้ทกันหนาวสีดำสนิทอย่างใจเย็น นัยน์ตาคมกราบปลาบสีเข้มคู่นั้นหันกลับมาสบตากับธาวินในความมืดทันที ราวกับคาดการณ์เอาไว้แล้วว่าการมาเยือนตึกร้างแห่งนี้จะไม่เป็นไปตามแผน
"ดูเหมือนว่าจะมีใครบางคนไม่อยากให้เราเดินออกไปจากที่นี่ด้วยสองขาของตัวเองนะครับ... คุณสถาปนิก" รวิศเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัว เจือด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ยากจะคาดเดาความหมาย
"ถ้าคุณเลือกเข้าทางบันไดหนีไฟที่ขึ้นมาไม่ได้ตั้งแต่แรก เราคงไม่ต้องมาติดอยู่ 'ข้างใน' กรงเหล็กนี่" ธาวินตอบกลับทันควัน น้ำเสียงทุบลงที่คำว่าข้างในอย่างจงใจ ร่างสูงก้าวเท้าออกจากเงื้อมเงาของเสาคอนกรีต เข้ามาประชิดพื้นที่แสงสลัว ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ ลงบนสันแฟ้มเอกสารในมือเพื่อควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่เริ่มเร็วขึ้นเล็กน้อย "หรือว่า... นี่คือแผนการที่คุณจัดฉากไว้ต้อนรับผมตั้งแต่แรก รวิศ?"
รวิศเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาไหววับชั่วพริบตาก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม เขายกมือขึ้นกอดอก สัญชาตญาณดิบของนักลงทุนระดับพันล้านที่แม้ความทรงจำจะหายไปสามปีเต็ม แต่ท่าทีคุมเกมและวิเคราะห์คู่สนทนายังคงฝังรากลึกอยู่ในดีเอ็นเอ
"จัดฉากงั้นหรือครับ? คุณประเมินผมสูงเกินไป หรือไม่ก็ประเมินความฉลาดของตัวเองต่ำเกินไป... ผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตึกนี่เคยเป็นโปรเจกต์อะไรของบริษัทตัวเอง แล้วผมจะเอาเวลาไหนมาวางแผนขังตัวเองไว้กับสถาปนิกผู้เกลียดอดีตอย่างคุณกันล่ะ"
คำพูดนั้นเฉียบคมและจี้ใจดำ ธาวินชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ดวงตาหลังเลนส์แว่นหรี่แคบลงอย่างพิจารณา ประโยคที่ว่า 'เขารู้ได้อย่างไรว่าเราเกลียดอดีต?' วิ่งวนอยู่ในหัว รวิศไม่เพียงแต่ฉลาด แต่ยังเป็นพวกจิตวิทยาขั้นสูงที่สามารถอ่านคนได้ขาดกระบี่ภายในเวลาไม่กี่นาที
ทว่า ก่อนที่ทั้งคู่จะได้งัดข้อกันด้วยคารมคมคายไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่ก็เริ่มดังขึ้นจากโถงบันไดด้านนอก มันไม่ใช่เสียงย่องเบา แต่เป็นการเดินอย่างมั่นใจและมีระเบียบวินัย ราวกับกองกำลังทหารที่กำลังเข้ายึดพื้นที่เป้าหมาย ตามมาด้วยเสียงโลหะขูดกับพื้นปูนลากยาว *ครืด... ครืด...*
*แกร๊ก!*
ไฟฉุกเฉินสีแดงฉานที่มุมเพดานจู่ๆ ก็ติดพรึบขึ้นพร้อมกัน สาดแสงสีเลือดอาบไล่ไปทั่วห้องโถงโล่งกว้าง เผยให้เห็นโครงสร้างเหล็กเส้นขึ้นสนิมและเศษปูนกองพะเนินจากการรื้อถอนที่ยังไม่เสร็จสิ้น บรรยากาศภายในตึกแปรเปลี่ยนเป็นห้องสอบสวนขนาดยักษ์โดยปริยาย
รวิศไม่รอช้า เขาพุ่งตัวเข้าไปหลบหลังเสาต้นเดียวกับที่ธาวินยืนอยู่ แรงปะทะจากการขยับตัวทำให้ไหล่ของเขากระแทกเข้ากับไหล่ของธาวินพอดี กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกลิ่นอายฝนจางๆ ปะทะเข้ากับจมูกของสถาปนิกหนุ่ม มันเป็นความใกล้ชิดที่อันตรายและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด
"อย่าขยับ" รวิศกระซิบเสียงต่ำแนบใบหูของธาวิน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับต้นคอ "พวกมันไม่ได้มาเพื่อเจรจา และเอกสารในมือคุณ... คือเหตุผลเดียวที่ทำให้เราสองคนยังหายใจอยู่ตอนนี้"
ธาวินเหลือบมองแฟ้มเอกสารในมือตนเอง สันแฟ้มสีน้ำเงินเข้มที่เขาหยิบติดมือมาจากห้องทำงานร้างเมื่อครู่ มันคือแปลนโครงสร้างตึกเก่าที่ถูกขีดฆ่าด้วยหมึกสีแดง ทับด้วยตัวอักษรลายมือหวัดๆ ที่เขียนด้วยลายมือของรวิศเอง—ลายมือจากช่วงเวลาสามปีที่เจ้าตัวจำไม่ได้แม้แต่น้อย
"ทำไมพวกมันถึงต้องการแปลนนี้?" ธาวินถามเสียงลอดไรฟัน ขณะที่สายตาจับจ้องไปที่เงาร่างของใครบางคนกำลังเงาตะคุ่มผ่านกระจกฝ้าหน้าประตู
"เพราะตึกนี้ไม่ได้กำลังถูกรื้อถอนเพื่อสร้างคอนโดมิเนียมหรูอย่างที่สาธารณชนเข้าใจ..." รวิศหันมาสบตาในระยะประชิด นัยน์ตาสีเข้มฉายแวววาวโรจน์ในแสงสีแดงของไฟฉุกเฉิน "แต่มันกำลังถูกใช้เป็นหลุมศพฝังหลักฐานการยักยอกเงินทุนมูลค่าหมื่นล้าน... และชื่อบนเอกสารหน้าสุดท้ายนั่น ไม่ใช่ชื่อผม... แต่เป็นชื่อของคุณ, ธาวิน"
ราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจ โลกทั้งใบของสถาปนิกผู้รักความสมบูรณ์แบบหยุดหมุนทันที ธาวินก้มมองแฟ้มในมือด้วยความรู้สึกเย็นวาบไปถึงไขสันหลัง ข้อมูลทั้งหมดที่เขาคิดว่าเป็นแค่ "งานออกแบบ" กลับกลายเป็นแผนผังอาชญากรรมระดับชาติที่เขาเป็นผู้ลงลายมือชื่อรับรองด้วยความเต็มใจเมื่อสามปีก่อน—ช่วงเวลาที่เขาจำไม่ได้เช่นกันว่าตัวเองทำอะไรลงไปบ้าง
เสียงฝีเท้าด้านนอกหยุดลงตรงหน้าประตูกระจกพอดี เงาดำมหึบทาบทับลงมาจนมิดร่างของพวกเขาทั้งสองคน ปลายกระบอกปืนเก็บเสียงสีดำสนิทค่อยๆ โผล่ทะลุกระจกฝ้าเข้ามา เจาะตรงมายังตำแหน่งที่พวกเขายืนอยู่พอดี
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความลับดำมืดของพวกเขานะครับ
สถาปนิกไร้เงากับนายทุนผู้สูญเสียความทรงจำ•ตอนที่ 2
ความทรงจำที่หายไปในเศษหิน
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงากับนายทุนผู้สูญเสียความทรงจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
