เสียงกระสุนปืนที่เก็บเสียงอย่างดีไม่ได้ดังก้องกังวานอย่างที่คนทั่วไปจินตนาการ มันเป็นเพียงเสียงทึบตันคล้ายการตอกหมุดไม้ลงบนพื้นดินเปียกชื้น ปลายกระบอกปืนสีดำด้านที่เจาะทะลุกระจกฝ้าเข้ามาเมื่อครู่ ถูกชักกลับไปในความมืดพร้อมกับเงาดำที่ไหววูบหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งรูกลมขนาดเท่าเหรียญบาทไว้บนกระจกนิรภัยชั้นดี รอยร้าวรากแก้วแผ่ขยายออกเป็นรัศมีกว้าง คล้ายใยแมงมุมที่รอวันพังทลาย
ธาวินไม่แม้แต่จะกะพริบตา เขายืนนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน สัญชาตญาณดิบของสถาปนิกผู้คุ้นเคยกับการควบคุมโครงสร้างบอกให้เขายืนหยัด ไม่ใช่เพราะความกล้าหาญบ้าบิ่น แต่เพราะพื้นที่ตรงนี้ออกแบบมาอย่างคำนวณไว้แล้ว—ผนังคอนกรีตเสริมเหล็กหนาพิเศษและกระจกกันกระกระสุนคือเกราะกำบังชั้นดี แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่ารูกระสุนตรงหน้า กลับไม่ใช่คมกระสุนจากภายนอก หากแต่เป็นรอยร้าวในความไว้วางใจภายในห้องทำงานนี้ต่างหาก
รวิศหันกลับมามองรูกลมนั้น แววตาของนักธุรกิจผู้สูญเสียความทรงจำไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวอย่างที่ควรจะเป็น มันกลับเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ที่เย็นเยียบ เขายกมือขึ้นสัมผัสคางแผ่วเบา ราวกับกำลังประเมินราคาความเสียหายของโครงการอสังหาริมทรัพย์มูลค่าหลายพันล้าน
"ดูเหมือนว่าจะมีคนไม่ค่อยปลื้มกับผังโครงการใหม่ของคุณนักหรอกนะ คุณธาวิน" รวิศเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยเจือแววเย้ยหยันนิดๆ ท่ามกลางความเงียบที่กดดัน
ธาวินหันขวับมามองคู่สนทนา ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย เขาสลัดความตื่นตระหนกทิ้งไปอย่างรวดเร็ว เหลือไว้เพียงความเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์
"ไม่ใช่เพราะผังโครงการหรอกครับคุณรวิศ..." ธาวินก้าวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานไม้สักทองชิ้นใหญ่ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว "แต่เป็นเพราะคุณเริ่มเข้าใกล้ 'ความจริง' ที่ซ่อนอยู่ใต้ฐานรากของบริษัทคุณต่างหาก"
บรรยากาศในห้องทำงานไร้หน้าต่าง—ห้องที่ถูกออกแบบมาให้ตัดขาดจากโลกภายนอกเพื่อสมาธิสูงสุด กลับกลายเป็นห้องสอบสวนขนาดย่อม แสงไฟสีส้มอมเหลืองจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบใบหน้าครึ่งซีกของทั้งคู่ สร้างเงาสลักลึกที่ดูคล้ายภาพถ่ายขาวดำจากยุคสงครามเย็น
ธาวินดึงแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำที่ซ่อนอยู่ใต้กองแบบแปลนออกมา วางกระแทกลงบนโต๊ะเสียงดังพอสมควร เอกสารนับร้อยแผ่นกระจัดกระจายเล็กน้อยเผยให้เห็นรายชื่อบริษัทรับเหมาก่อสร้างและเส้นทางการเงินที่ถูกไฮไลต์ด้วยสีเหลืองเรืองแสง
"นี่คือเอกสารงบประมาณการก่อสร้างโครงการ 'เดอะ แกรนด์ ซิตี้' ที่คุณเซ็นอนุมัติเมื่อสามปีก่อน..." ธาวินใช้นิ้วชี้เคาะลงบนกระดาษแผ่นหนึ่ง "โครงการที่ทำให้คุณกลายเป็นมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลในวันนี้ แต่คุณรู้ไหมครับว่ามีอะไรแปลกประหลาดซ่อนอยู่?"
รวิศก้มลงมองเอกสารแผ่นนั้น ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย เขาลากนิ้วไปตามตัวเลขงบประมาณที่ถูกซอยย่อยออกเป็นสิบบริษัทเครือข่าย
"บริษัทเหล่านี้... เป็นบริษัทในเครือของกลุ่มทุนที่เราถือหุ้นใหญ่ไม่ใช่หรือ?" รวิศเงยหน้าขึ้นถาม น้ำเสียงยังคงราบเรียบ แต่ม่านตาขยายกว้างขึ้นเล็กน้อย—สัญญาณบ่งบอกว่าสมองส่วนการวิเคราะห์กำลังทำงานอย่างหนัก
"ถูกครับ แต่มันเป็นบริษัทในเครือที่จดทะเบียนภายใต้ชื่อนอมินี และที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้น..." ธาวินเว้นจังหวะ สายตาคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัด "บริษัทรับเหมาหลักที่กวาดรายได้ไปกว่าร้อยละแปดสิบของโครงการนี้ ไม่เคยมีประวัติการสร้างตึกสูงแม้แต่หลังเดียวในประเทศนี้ พวกเขาเป็นเพียงบริษัทกระดาษที่ตั้งขึ้นมาเพื่อฟอกเงิน และเบื้องหลังชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่คนสุดท้าย... มีลายเซ็นของคุณกำกับอยู่"
รวิศนิ่งเงียบไปชั่วขณะ เสียงแอร์คอนดิショเนอร์ที่ทำงานเบาหวิวกลายเป็นเสียงเดียวที่ได้ยินในห้องนั้น เขายกมือขึ้นประสานกันไว้ใต้คาง ท่าทางสุขุมเยือกเย็นแต่นัยน์ตากลับไหววูบ
"คุณกำลังจะบอกว่า... ผมเป็นคนเซ็นอนุมัติให้บริษัทของตัวเองดูดเงินออกจากโครงการตัวเองอย่างนั้นหรือ?" รวิศถามย้อน เสียงทุ้มต่ำเจือความขบขันในโชคชะตา "มันฟังดูย้อนแย้งสิ้นดีสำหรับคนที่สูญเสียความทรงจำอย่างผม"
"มันไม่ได้ย้อนแย้งหรอกครับ มันสมเหตุสมผลต่างหาก" ธาวินก้าวเข้าไปประชิดอีกนิด กลิ่นอายความเป็นมืออาชีพและแรงกดดันทางความคิดแผ่ออกมาจากตัวเขาราวกับสนามแม่เหล็ก "คุณในอดีตไม่ได้สูญเสียความทรงจำ คุณรู้ดีว่ากำลังทำอะไรอยู่ คุณสร้างอาณาจักรนี้ขึ้นมาบนซากปรักหักพังของกฎหมาย และตอนนี้... เมื่อความทรงจำของคุณหายไป คุณก็เริ่มตื่นตระหนก สงสัยว่าตัวเองเป็นผู้สร้างหรือเป็นเพียงหุ่นเชิดของใครกันแน่"
รวิศไม่หลบสายตา เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ความสูงและท่าทีคุกคามโดยธรรมชาติของนักธุรกิจใหญ่ไม่ได้ทำให้ธาวินถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว ตรงกันข้าม พวกเขายืนเผชิญหน้ากันราวกับเสือสองตัวที่อยู่ถ้ำเดียวกัน
"แล้วคุณล่ะ... คุณธาวิน" รวิศเอ่ยเสียงลอดไรฟัน รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความสุข "สถาปนิกมือรางวัลผู้ยึดมั่นในความสมบูรณ์แบบ รักความสะอาดและเส้นสายที่ตรงแน่ว... ทำไมคุณถึงยอมมารับงานออกแบบตึกที่ปูพรมบนคราบเลือดแบบนี้ล่ะ? คุณเองก็มีผลประโยชน์ทับซ้อนในโปรเจกต์นี้ไม่ต่างจากผมใช่ไหม?"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดถึงขีดสุด บทสนทนาที่เฉียบคมราวกับมีดโกนบาดลึกเข้าที่ความลับของแต่ละฝ่าย ไม่มีใครยอมใคร ทั้งคู่ต่างยืนอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างอุดมการณ์กับผลประโยชน์ สีเทาในตัวตนของพวกเขากลืนกินกันจนแยกไม่ออกว่าใครคือนักบุญ ใครคือปีศาจ
ก่อนที่ธาวินจะได้ตอบคำถามนั้น เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ สามครั้งก็ดังขึ้นขัดจังหวะ—*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
ทั้งสองคนชะงัก รวิศหันขวับไปมองบานประตูกระจกฝ้าที่ยังมีรูกระสุนฝังอยู่ ส่วนธาวินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ เพราะเขาเป็นคนสั่งห้ามไม่ให้ใครรบกวนเด็ดขาดในยามวิกาลเช่นนี้
แต่ก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออก ไฟนีออนสีขาวนวลบนเพดานห้องทำงานก็กะพริบถี่ๆ สองครั้ง แล้วดับลงพรึบ ทั้งห้องตกอยู่ในความมืดสนิท มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟบนโต๊ะที่ยังคงกะizแอมอ่อนแรง
ในความมืดที่เงียบงัน เสียงฝีเท้าฝีเท้าหนึ่งก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก—มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบหรือย่องเบา แต่มันเป็นเสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนอย่างมั่นใจ จังหวะก้าวเดินที่คุ้นเคยอย่างประหลาดดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนหยุดลงตรงหน้าประตูกระจกที่แตกเป็นรอยร้าว
เงาสูงโปร่งทาบทับลงมาผ่านกระจกฝ้าอีกครั้ง มือปริศนายื่นออกมาวางทาบลงบนรูกระสุนที่ทะลุเข้ามา ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบจะลอดผ่านรอยรากแก้วเข้ามาในห้อง โดยที่ไม่มีใครคาดคิดว่าเจ้าของเสียงนั้นจะเป็นใคร
"ผมคิดว่าพวกคุณคงกำลังสนุกกับการรื้อฟื้นความทรงจำเก่าๆ นะครับ... แต่ดูเหมือนว่า 'ของขวัญ' ที่ผมส่งมาให้ จะยังส่งไปไม่ถึงมือคุณรวิศสินะครับ"
รวิศหน้าถอดสีทันทีเมื่อได้ยินเสียงนั้น ส่วนธาวินถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เพราะน้ำเสียงนั้น... เป็นเสียงของบุคคลที่ควรจะเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ไปเมื่อสามวันก่อนอย่างไม่มีทางรอด
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจมุมมืดของเมืองใหญ่ไปพร้อมกับผมในตอนนี้นะครับ
สถาปนิกไร้เงากับนายทุนผู้สูญเสียความทรงจำ•ตอนที่ 3
ห้องทำงานไร้หน้าต่าง
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงากับนายทุนผู้สูญเสียความทรงจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
