“ถ้าฉันบอกว่าคนในรูปนั้น... คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทุกอย่างพังพินาศในวันวาน คุณยังจะอยากฟังความจริงที่เหลืออยู่อีกไหมคะ ธันวา?”
รินรดาวางรูปถ่ายใบเก่าที่มุมขอบกระดาษเริ่มเหลืองกรอบลงบนโต๊ะไม้ขัดเงา ปลายนิ้วของเธอสั่นเทาเพียงชั่วครู่ก่อนจะรีบกำเข้าหากันแน่น ดวงตาคู่สวยที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่มตรงหน้า ราวกับกำลังรอคอยคำพิพากษาจากคนที่เธอรักที่สุด
ธันวานิ่งไป สายตาของเขาไม่ได้ลดละไปจากใบหน้าของเธอ แม้ร่องรอยของอดีตจะวางอยู่ตรงหน้าอย่างเด่นชัด แต่เขากลับไม่แม้แต่จะปรายตามองมัน ความเงียบงันในห้องทำงานเล็กๆ ของเขาดูหนักอึ้งจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เขาเพียงแค่ขยับตัวเข้ามาใกล้ วางมืออบอุ่นลงบนหลังมือที่เย็นเฉียบของหญิงสาว
“ถ้าอดีตคือน้ำหมึกที่หกเลอะเทอะในสมุดเล่มเก่า รินคิดว่าผมควรจะเสียเวลาขูดลบมันออกไปทำไมในเมื่อวันนี้... เรากำลังเขียนหน้ากระดาษใหม่ด้วยกันอยู่ครับ?” เขาใช้สรรพนามที่อ่อนโยน น้ำเสียงของเขาไม่ได้มีความสงสัยปนอยู่เลยแม้แต่น้อย
“แต่รินต้องบอกคุณ... รินไม่อยากให้ความลับมันกลายเป็นก้อนหินที่ถ่วงเท้าเราไว้ในอนาคต” รินรดาพยายามดึงมือออก แต่มือหนาของธันวากลับกุมไว้แน่นขึ้นอย่างมั่นคง
“ความลับก็คือความลับที่ผ่านไปแล้วริน ความกลัวต่างหากที่เป็นของจริง” ธันวาเอ่ยเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาเอื้อมมือไปหยิบรูปใบนั้นขึ้นมา ไม่ใช่เพื่อดูมัน แต่เขาค่อยๆ พับมันครึ่งหนึ่งแล้วเก็บใส่ลิ้นชักโต๊ะอย่างไม่ใยดี “ผมไม่ต้องการถาม เพราะทุกคำถามที่ผมเคยตั้งขึ้นในใจตลอดหลายปีที่ผ่านมา มันถูกตอบด้วยรอยยิ้มของคุณในวันนี้หมดแล้ว ผมเชื่อในตัวริน... เชื่อในปัจจุบันที่รินยืนอยู่ตรงนี้กับผม มากกว่าเงาของใครคนไหนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต”
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ เธอรู้ดีว่านี่คือความใจกว้างที่เกินกว่าผู้หญิงที่เคยทำผิดพลาดอย่างเธอจะได้รับ การไม่ถามไม่ใช่เพราะเขาไม่รู้ แต่เพราะเขาเลือกที่จะ ‘ให้โอกาส’ การเริ่มต้นใหม่โดยไม่ผูกมัดเธอไว้กับความเจ็บปวดเดิมๆ มันคือความรักที่ไร้คำถามอย่างที่เขาว่าจริงๆ
บรรยากาศในห้องผ่อนคลายลง ความตึงเครียดที่เกาะกินใจรินรดามาตลอดหลายวันเริ่มมลายหายไป เธอสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาแทนที่ เธอโผเข้ากอดเขาแน่น ซุกใบหน้าลงกับแผงอกที่คุ้นเคย กลิ่นจางๆ ของน้ำหอมผสมกับกลิ่นไอความอ่อนโยนของธันวาทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้กลับบ้านที่ปลอดภัยที่สุด
“ขอบคุณนะคะ... ขอบคุณที่ไม่ทิ้งรินไปไหน” เสียงของเธออู้อี้อยู่กับอกเขา
ธันวาลูบเรือนผมของเธอแผ่วเบา สายตาของเขาทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีส้มอมชมพู เขารู้ดีว่าอดีตไม่ได้จากไปไหน แต่มันแค่ยอมหลีกทางให้เราสองคนได้ก้าวเดินต่อไป หากเขารื้อฟื้นมันขึ้นมา ก็เท่ากับว่าเขากำลังผลักให้รินรดากลับไปติดอยู่ในคุกของความผิดพลาดที่เธอไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิด
“อย่าขอบคุณเลยริน... เพราะถ้าไม่มีคุณในตอนนั้น ก็คงไม่มีผมที่แข็งแกร่งพอจะเข้าใจโลกอย่างวันนี้”
พวกเขายืนกอดกันเนิ่นนาน ราวกับจะกักเก็บเวลาแห่งความสงบสุขนี้ไว้ให้นานที่สุด ความรักในวัยผู้ใหญ่ของพวกเขาไม่ใช่ความหวือหวาที่จุดไฟแล้วดับวูบ แต่มันคือถ่านไฟเก่าที่ค่อยๆ คุกรุ่นและอบอุ่นใจอย่างยั่งยืน รินรดาหลับตาลงปล่อยให้หยดน้ำตาแห่งความตื้นตันไหลรินออกมาเงียบๆ เธอตัดสินใจแล้วว่าจะไม่หันกลับไปมองความมืดมิดนั่นอีก เธอจะก้าวเดินไปข้างหน้ากับผู้ชายคนนี้
ทว่า ในขณะที่ความเงียบงันกำลังเป็นใจ เสียงเคาะประตูห้องทำงานอย่างเร่งเร้าก็ดังขึ้นขัดจังหวะ บานประตูเปิดออกโดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาต ร่างของหญิงสาวในชุดเดรสสีแดงสดที่รินรดาจำได้แม่นยำว่าเป็นคนในรูปถ่ายใบนั้นก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ก่อนที่เธอจะวางจดหมายฉบับหนึ่งลงบนโต๊ะ
“คุณอาจจะไม่อยากถามธันวา แต่ฉันว่า... คุณควรจะอ่านสิ่งที่อยู่ในนี้ก่อนที่จะสายเกินไปนะคะ”
หญิงสาวปริศนาหันมาสบตารินรดาด้วยรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบ “เพราะสิ่งที่เขาเก็บไว้ในลิ้นชัก ไม่ได้มีแค่รูปใบเดียวหรอกค่ะ”
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นธันวาชะงักไป จดหมายฉบับนั้น... จดหมายที่เธอจำลายมือบนซองได้ดีที่สุดว่ามันคือของใคร!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 20 ด้วยหัวใจที่ยังคงมั่นคงนะคะ รักค่ะ
ดาริกาส่องแสง
ย้อนเวลามาแก้ไขหัวใจที่เคยพัง•ตอนที่ 20
ความรักที่ไร้คำถาม
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลามาแก้ไขหัวใจที่เคยพัง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!