“คุณจำลายมือนี้ได้ใช่ไหม ริน”
น้ำเสียงของธันวาเรียบเรื่อย หากแต่สั่นพร่าในตอนท้าย เขาไม่ได้ขยับตัวหนี แต่กลับวางจดหมายฉบับนั้นลงบนโต๊ะไม้ตัวเตี้ยระหว่างเรา จดหมายที่ปิดผนึกด้วยขี้ผึ้งสีแดงเข้ม... จดหมายที่ฉันเคยเฝ้าวนเวียนอ่านนับครั้งไม่ถ้วนในอดีตชาติ ก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลายลงเหมือนปราสาททรายที่ถูกคลื่นซัด
ความเงียบเข้าปกคลุมระเบียงบ้านพักตากอากาศ กลิ่นอายของความชื้นจากทะเลและไอดินหลังฝนตกไม่ได้ช่วยให้หัวใจที่เต้นรัวของฉันสงบลงเลย ฉันมองกระดาษแผ่นนั้นราวกับมันเป็นระเบิดเวลาที่พร้อมจะทำงานอีกครั้ง
“ฉันนึกว่ามันหายไปพร้อมกับทุกอย่างในวันนั้นแล้ว” ฉันเอ่ยเบาๆ มือที่วางอยู่บนตักสั่นระริกจนต้องกำชายกระโปรงแน่น “ธัน... คุณไปเอามาจากไหน”
ธันวาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าเบื้องบน ที่บัดนี้ปราศจากเมฆหมอก เผยให้เห็นหมู่ดาวระยิบระยับราวกับเพชรที่โปรยลงบนกำมะหยี่สีนิล เขาไม่ได้ตอบคำถามทันที แต่ทอดสายตามองออกไปสู่ความมืดมิดของทะเล “ผมเก็บมันไว้ในที่ที่ปลอดภัยที่สุด ที่ที่ผมคิดว่าวันหนึ่ง ถ้าเรามีโอกาสได้กลับมาคุยกันจริงๆ ผมจะถามคุณ... ว่าในวันที่คุณเขียนจดหมายฉบับนี้ ความฝันของคุณคืออะไรกันแน่”
ฉันสะอึก ความฝันเหรอ? ในวัยสามสิบสองที่ผ่านการแตกสลายมาแล้ว ความฝันของฉันไม่ได้ยิ่งใหญ่เหมือนตอนอายุยี่สิบ แต่มันคือความปรารถนาที่เรียบง่ายและเปราะบางเหลือเกิน
“ความฝันของฉัน...” ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นดอกราตรีอ่อนๆ ลอยมาตามลม “มันไม่ใช่การประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ไม่ใช่การมีบ้านหลังใหญ่โต แต่มันคือการได้ตื่นมาในที่ที่ฉันรู้สึกว่า ‘บ้าน’ ไม่ใช่แค่สถานที่ แต่มันคือคนข้างๆ ที่พร้อมจะโตไปพร้อมกับฉัน ไม่ว่าโลกข้างนอกจะโหดร้ายแค่ไหน”
ธันวาหันกลับมามองฉัน สายตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ได้มีแค่ความสงสัย แต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกชำระล้างด้วยความเข้าใจ “คุณรู้ไหมริน ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมสร้างอนาคตไว้มากมาย แต่ผมกลับลืมไปว่า ในอนาคตเหล่านั้น ผมลืมเผื่อที่ว่างไว้ให้ตัวเองได้มีความสุขจริงๆ เพราะมัวแต่แบกความคาดหวังว่าต้องเป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบสำหรับคุณ”
เขายื่นมือมาแตะหลังมือฉันเพียงแผ่วเบา สัมผัสนั้นไม่ได้ร้อนแรง แต่มันแผ่ซ่านความอบอุ่นไปถึงหัวใจที่เคยด้านชา “ถ้าเราจะเริ่มใหม่... ไม่ใช่การย้อนกลับไปแก้ไขอดีต แต่มันคือการสร้าง ‘อนาคต’ ในแบบของเรา คุณคิดว่าเราจะฝันร่วมกันได้อีกครั้งไหม”
ฉันจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น เห็นภาพตัวเองสะท้อนอยู่ในนัยน์ตาสีเข้มของเขา หัวใจของฉันบีบคั้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ทั้งความกลัวว่าจะสูญเสีย และความหวังที่จุดประกายขึ้นใหม่ “ฉันกลัวค่ะธัน... กลัวว่าถ้าเราฝันแล้วมันจะไม่เป็นจริง”
“งั้นเราก็แค่ต้องเป็นคนลงมือวาดมันเองไงครับ” ธันวาขยับเข้ามาใกล้จนฉันได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคย “ผมเลิกเป็นชายหนุ่มที่เพ้อฝันไปแล้ว แต่ผมพร้อมจะเป็นผู้ชายที่ยืนเคียงข้างคุณในทุกย่างก้าว ถ้าคุณยอมให้โอกาสผม... แม้ว่าอนาคตข้างหน้าอาจจะมีพายุอีกกี่ลูกก็ตาม”
มือของเขาเลื่อนมากุมมือฉันไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือเขาทำให้น้ำตาที่ฉันพยายามกลั้นไว้รื้นขึ้นมา บรรยากาศรอบตัวเราในคืนนี้ช่างเงียบสงัดจนได้ยินเสียงคลื่นกระทบฝั่งเป็นจังหวะ ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนเพื่อรอฟังคำตอบของฉัน
“ฉันต้องการแค่นั้นค่ะ” ฉันตอบเสียงแผ่ว “แค่ความเรียบง่ายที่มีคุณอยู่ด้วย”
เรานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ปล่อยให้หมู่ดาวเป็นพยานให้กับคำมั่นสัญญาที่ไม่มีใครเอ่ยออกมาเป็นคำพูด แต่กลับดังก้องในความรู้สึก ทว่าในตอนที่ฉันกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบจดหมายฉบับนั้นเพื่อทำลายมันทิ้งเสีย เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเดินหลังบ้าน
ธันวาชะงัก สายตาที่เคยอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที เขาหันไปมองทางต้นเสียงที่ค่อยๆ ปรากฏร่างของคนคุ้นตา... คนที่ฉันไม่เคยคิดว่าจะมาปรากฏตัวในที่แห่งนี้ในยามวิกาลเช่นนี้!
“ธันวา... นึกไม่ถึงเลยนะว่าจะเจอคุณที่นี่” ชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบก้าวออกมาจากเงามืด “และดูเหมือนว่าคุณจะยังไม่ลืมสิ่งที่ผม ‘ฝาก’ ไว้กับหลานสาวของผมด้วยนะ”
ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับบังตัวฉันไว้ข้างหลัง ความรู้สึกเย็นเฉียบแล่นพล่านไปทั่วสันหลังเมื่อฉันจำได้ว่าเขาคือใคร... คนที่กุมความลับทั้งหมดของตระกูลเราไว้ในกำมือ
ดาริกาส่องแสงหวังว่าคุณรี้ดจะสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ปนเปไปกับความระทึกในบทนี้แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าที่จะเข้มข้นยิ่งกว่าเดิมนะคะ
ย้อนเวลามาแก้ไขหัวใจที่เคยพัง•ตอนที่ 21
คืนที่ดาวเต็มฟ้า
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลามาแก้ไขหัวใจที่เคยพัง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!