“คุณจะให้ฉันพูดกี่ครั้งคะว่าเงินจำนวนนี้ เราเตรียมไว้สำหรับหมุนเวียนในไตรมาสสุดท้าย ไม่ใช่เอามาถมที่ในหลุมดำที่ไม่มีวันเต็ม!”
เสียงตวาดแหลมสูงของรองประธานฝ่ายการเงินดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุม ดาริกาส่องแสงอยากให้ทุกท่านลองจินตนาการถึงบรรยากาศในห้องที่อัดแน่นไปด้วยความกดดัน รินรดานั่งนิ่งอยู่มุมโต๊ะ สายตาของเธอจับจ้องไปที่เอกสารตัวเลขสีแดงฉานบนหน้าจอโปรเจกเตอร์ มันไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่มันคือลมหายใจของบริษัทที่กำลังจะหมดลง
ธันวานั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ ใบหน้าของเขาเรียบเฉยจนน่ากลัว สันกรามคมสันบดเข้าหากันแน่น ดวงตาคู่นั้นที่รินรดาเคยเห็นแต่ความอ่อนโยน บัดนี้กลับฉายแววเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยรอยร้าวของความรับผิดชอบ
“ผมทราบดีว่ามันเสี่ยง” ธันวาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขานิ่งราบทว่าทรงพลังจนความวุ่นวายในห้องเงียบกริบ “แต่ถ้าเราไม่ลงทุนในโปรเจกต์นี้ เราก็จะไม่มีทางได้งานใหญ่ของบริษัทข้ามชาติรายนั้นมา และถ้าพลาดงานนี้ไป บริษัทเราก็ไม่ต่างอะไรกับรอวันตายช้าๆ เท่านั้น”
“แต่ถ้าลงทุนแล้วเราล้มละลายล่ะคะคุณธันวา? พนักงานอีกหลายร้อยชีวิตจะทำยังไง!”
รินรดากำมือแน่นอยู่ใต้โต๊ะ ความรู้สึกเหมือนย้อนกลับไปในวันที่เธอเคยตัดสินใจพลาดครั้งใหญ่ในอดีตกำลังหวนคืนมา เธอเห็นความเปราะบางที่ธันวาพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดผู้นำที่เข้มแข็ง เขาไม่ได้กำลังตัดสินใจเพื่อผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่เขากำลังสู้เพื่อรักษา 'บ้าน' ที่เขาสร้างขึ้นมาด้วยความยากลำบาก
เมื่อการประชุมจบลงด้วยความล้มเหลวแบบไม่เป็นท่า ทุกคนทยอยเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่กดทับหัวใจ รินรดาลุกขึ้นเดินไปหาเขาที่ยังคงนั่งก้มหน้ามองแผนภูมิเส้นกราฟที่ดิ่งลงเหว
“ธันวาคะ...” รินรดาเรียกเบาๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ข้างๆ เขา
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกราวกับกำลังพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของจิตใจ “ริน... ผมไม่ควรให้คุณมาเห็นภาพที่น่าสมเพชแบบนี้เลย”
“อย่าพูดแบบนั้นค่ะ” เธอเอื้อมมือไปวางบนหลังมือที่เย็นเฉียบของเขา “ความล้มเหลวทางการเงินมันแก้ไขได้ค่ะ แต่ถ้าคุณปล่อยให้ตัวเองพังทลายไปพร้อมกับมัน นั่นต่างหากที่รินจะยอมไม่ได้”
ธันวาเงยหน้าขึ้นมองเธอ ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีเพียงความเหนื่อยล้า แต่มีความหวังที่ริบหรี่เจือปนอยู่ “คุณรู้ไหม ผมเกือบจะยอมแพ้ตั้งแต่วันที่คุณเดินจากไปเมื่อหลายปีก่อน... แต่ตอนนี้ พอมีคุณกลับมาอยู่ตรงนี้ ผมกลับรู้สึกกลัวขึ้นมาจริงๆ กลัวว่าผมจะไม่มีอะไรเหลือให้คุณภาคภูมิใจ”
“คุณไม่จำเป็นต้องมีทุกอย่างเพื่อให้รินภูมิใจหรอกค่ะ แค่คุณเป็นธันวาที่ซื่อสัตย์กับหัวใจตัวเอง... แค่นั้นก็พอแล้ว”
คำพูดของรินรดาเหมือนสายน้ำที่รดลงบนดินแห้งผาก ธันวาคลี่ยิ้มจางๆ ออกมาเป็นครั้งแรกในรอบวัน แต่มันกลับเป็นยิ้มที่ทำให้ใจของรินรดาสั่นไหวด้วยความสังหรณ์บางอย่าง เพราะในวินาทีนั้นเอง เสียงประตูกระจกที่ปิดสนิทก็ถูกผลักออกอย่างแรง
ร่างของชายวัยกลางคนที่รินรดาจำได้แม่นว่าเป็นอดีตหุ้นส่วนใหญ่ของธันวาเดินตรงเข้ามา ท่าทางของเขาดูคุกคามและเต็มไปด้วยความสะใจ เขาโยนซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะกลางเสียงดังปัง!
“เลิกเพ้อฝันเรื่องโปรเจกต์กู้ชีพได้แล้วธันวา” ชายคนนั้นแสยะยิ้มก่อนจะหันมามองรินรดาด้วยสายตาหยามเหยียด “เพราะเช้าวันนี้ หุ้นส่วนใหญ่คนอื่นๆ เพิ่งเซ็นชื่อถอนตัวจากการสนับสนุนบริษัทคุณทั้งหมด แถมพวกเขายังเตรียมฟ้องร้องเรียกเงินคืนในข้อหาฉ้อโกงการบริหาร... คุณจบสิ้นแล้วธันวา”
ธันวาผุดลุกขึ้นยืน ตัวเลขในเอกสารแผ่นสุดท้ายทำให้เลือดในกายของเขากลายเป็นน้ำแข็ง รินรดารีบคว้าเอกสารนั้นขึ้นมาดู และหัวใจของเธอก็แทบหยุดเต้นเมื่อเห็นรายชื่อผู้ที่อยู่เบื้องหลังการถอนหุ้นทั้งหมด... มันไม่ใช่ใครอื่นไกล แต่มันคือชื่อของคนในครอบครัวที่เธอเพิ่งตัดขาดไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อน
ทุกอย่างถูกวางแผนไว้ล่วงหน้าอย่างเลือดเย็น และรินรดาเริ่มตระหนักแล้วว่า อุปสรรคครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลข แต่มันคือสงครามที่พวกเขากำลังถูกต้อนให้จนมุมในกับดักที่มองไม่เห็น
ดาริกาส่องแสงหวังว่าบทนี้จะทำให้หัวใจของทุกท่านลุ้นระทึกไปพร้อมกับรินรดานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ย้อนเวลามาแก้ไขหัวใจที่เคยพัง•ตอนที่ 16
อุปสรรคที่คาดไม่ถึง
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลามาแก้ไขหัวใจที่เคยพัง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!