"ถ้านายยังดื้อดึงที่จะเซ็นสัญญาฉบับนี้โดยไม่แก้เงื่อนไขเรื่องการแบ่งสัดส่วนกำไร... บริษัทที่สร้างมากับมือจะกลายเป็นสมบัติของคนอื่นภายในไม่ถึงสองปี ธันวา ฟังฉันนะ"
รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าหนักแน่นจนคนฟังถึงกับชะงักมือที่กำลังจะจรดปากกาลงบนกระดาษเอกสารปึกหนา ธันวาวางปากกาลามี่ในมือลงช้าๆ เขาเงยหน้ามองหญิงสาวตรงหน้าที่แววตาไม่ได้มีความลังเลหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่นิดเดียว
ห้องทำงานที่เคยเงียบสงบในยามวิกาลบัดนี้อัดแน่นไปด้วยความกดดัน กลิ่นกาแฟจางๆ ผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าๆ ในห้องไม่สามารถกลบความตึงเครียดที่ลอยอบอวลอยู่ได้ ธันวาถอนหายใจยาว แววตาที่มักจะนิ่งขรึมดูสั่นไหวอย่างปิดไม่มิด
"คุณรู้ได้ยังไง... ริน" เขาถามเสียงต่ำ "ตัวเลขพวกนี้เป็นความลับทางการค้าที่แม้แต่ที่ปรึกษากฎหมายของผมยังบอกว่ามันคือข้อเสนอที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในสถานการณ์นี้ คุณเอาความมั่นใจมาจากไหนว่ามันคือกับดัก"
รินรดาเดินอ้อมโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่เข้าไปใกล้เขา กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกมะลิจากตัวเธอทำให้อารมณ์ที่กำลังเดือดพล่านของชายหนุ่มเย็นลงอย่างน่าประหลาด เธอวางมือลงบนแผ่นกระดาษหน้าสุดท้ายก่อนที่เขาจะเซ็นมันลงไป
"เพราะฉันเคยเห็นจุดจบของมันมาแล้ว" เธอตอบสั้นๆ ดวงตาคู่สวยสบประสานกับดวงตาคมเข้มของเขา "ในโลกที่ไม่มีใครเห็นค่าความเหนื่อยยากของนาย... ฉันเห็นมัน ธันวา นายไม่ได้แค่ขายงาน แต่นายกำลังขายจิตวิญญาณของบริษัทให้กับคนที่รอจะกลืนกินนายทั้งตัว"
ธันวาจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ พยายามค้นหาคำโกหกหรือความเพ้อฝัน แต่สิ่งที่เขาพบกลับเป็นความจริงใจที่เจ็บปวดและหนักอึ้ง เขาจำได้ดีว่ารินรดาคนนี้ไม่ใช่ผู้หญิงที่จะมาพูดจาเลื่อนลอย ความสุขุมที่เธอมอบให้ในยามที่เขามืดแปดด้านมันเปลี่ยนไปจากหญิงสาวที่เขารู้จักเมื่อปีก่อนราวกับคนละคน
"ถ้างั้น... คุณจะให้ผมทำยังไง" เขาถามพลางพิงหลังกับเก้าอี้ ดวงตาเหนื่อยล้าคู่นั้นดูจะฝากความหวังไว้ที่เธอเพียงคนเดียว
รินรดาหยิบปากกาในมือเขามาวางไว้ที่ขอบโต๊ะ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดไฟล์ที่เธอเตรียมไว้ล่วงหน้า "เปลี่ยนจากสัญญาจ้างเหมา เป็นสัญญาแบบร่วมทุนในโครงการนำร่องแทน ข้อเสนอนี้จะบีบให้ฝั่งนั้นต้องเปิดเผยแหล่งเงินทุนที่แท้จริง ซึ่งฉันเชื่อว่า... พวกเขาไม่มีทางยอมทำแน่นอน เพราะถ้าเขายอม นั่นหมายความว่านายจะกุมความลับที่ใหญ่พอจะทำลายอำนาจของเขาได้ทั้งหมด"
"ริน... ถ้าผมทำแบบนั้น ความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่เราสร้างมาครึ่งปีจะพังทลายทันที"
"ความสัมพันธ์ที่ต้องแลกด้วยอิสรภาพของบริษัท นายเรียกว่ามันคือความสัมพันธ์งั้นเหรอ?" รินรดาถามสวนกลับ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกเข้าถึงหัวใจ "ธันวา ที่ผ่านมานายเลือกจะยอมหักไม่ยอมงอมาตลอด แต่วันนี้นายไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นอีกแล้ว เพราะมีฉันอยู่ตรงนี้... คนที่จะไม่ยอมให้นายเดินลงเหวเพียงลำพังอีกต่อไป"
คำพูดนั้นเหมือนกุญแจที่ไขความลับในใจของธันวา ความรู้สึกผิดที่เขามักจะแบกไว้คนเดียวเริ่มมลายหายไป เขาเงยหน้ามองหญิงสาวที่ยืนเคียงข้างด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่แค่ความรัก แต่มันคือความเชื่อมั่น... ความเชื่อมั่นในแบบที่เขาไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน
"คุณเปลี่ยนไปมากจริงๆ" ธันวาพึมพำ มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวของเธอไว้อย่างแผ่วเบา "เหมือนกับว่าคุณรู้จักผมดีกว่าที่ผมรู้จักตัวเองเสียอีก"
รินรดาอมยิ้มบางๆ มือของเธอยังคงอุ่นเมื่ออยู่ในมือของเขา "บางครั้ง ประสบการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ก็สอนให้เรามองเห็นอนาคตได้ชัดเจนขึ้นนะคะ ตอนนี้... ตัดสินใจเถอะ ว่าจะให้บทเรียนกับคนพวกนั้นอย่างไร"
ขณะที่ธันวากำลังจะเอ่ยปากตอบ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะบรรยากาศอันแสนเปราะบางนั้นอย่างรุนแรง ประตูบานไม้สักถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบเดินเข้ามาด้วยท่าทางคุกคาม
"คุณธันวาครับ ผมว่าเราไม่มีเวลามานั่งเล่นเกมรักกันแล้วนะครับ สัญญาฉบับนั้นควรจะได้รับลายเซ็นภายในเที่ยงคืนนี้ ไม่อย่างนั้น... ผมเกรงว่าบริษัทของคุณอาจจะไม่เหลือแม้แต่ชื่อในเช้าวันพรุ่งนี้"
รินรดาสบตากับชายคนนั้นด้วยสายตาที่เยือกเย็น เธอไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย ในขณะที่ธันวาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน สายตาของเขากลับมาคมกริบและเด็ดขาดอีกครั้ง เขาไม่ได้มองไปที่คนมาใหม่ แต่มองไปยังรินรดาเป็นเชิงถาม
รินรดาพยักหน้าให้เขาช้าๆ เป็นสัญญาณแห่งความมั่นใจ
ธันวาจึงหันกลับไปหาผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้มที่ดูเย้ยหยัน "น่าเสียดายนะครับคุณประเสริฐ... เพราะสัญญาที่ผมจะเซ็นให้คุณหลังจากนี้ คือเอกสารที่ระบุถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงินของโครงการทั้งหมด โดยที่ปรึกษาทางกฎหมายส่วนตัวของผมเอง"
สีหน้าของชายที่ชื่อประเสริฐเปลี่ยนไปฉับพลัน เขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูด แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้โต้ตอบ รินรดาก็ขยับกายก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว พร้อมกับวางเอกสารแผ่นใหม่ลงบนโต๊ะ
"อ้อ... แล้วรบกวนแจ้งทางบอร์ดบริหารด้วยนะคะ ว่าหลักฐานการฟอกเงินในโครงการก่อนหน้านี้อยู่ที่ดิฉันเรียบร้อยแล้ว ถ้าไม่อยากให้เรื่องถึงมือตำรวจภายในห้านาทีนี้... ก็ช่วยเดินออกไปจากห้องนี้เงียบๆ ด้วยค่ะ"
ประเสริฐหน้าซีดเผือดก่อนจะรีบถอยกรูดออกไปจากห้อง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัด ธันวาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยความโล่งอก เขาเงยหน้ามองรินรดาด้วยความรู้สึกทึ่งระคนแปลกใจ
"คุณ... คุณได้หลักฐานพวกนั้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่"
"จากวันที่ฉันตัดสินใจว่า จะไม่ยอมให้ชีวิตของเราพังลงอีกครั้งยังไงล่ะคะ" รินรดาตอบ ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะเดินไปรินน้ำให้เขา เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น
หน้าจอแสดงชื่อที่ทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบจนแทบหยุดเต้น มันเป็นเบอร์ที่เธอไม่ได้เห็นมานานกว่าสามปี... เบอร์ของคนที่ควรจะตายไปแล้วในอุบัติเหตุครั้งนั้น
ธันวาขมวดคิ้วเมื่อเห็นสีหน้าที่ซีดขาวของเธอ "ริน... เกิดอะไรขึ้น ใครโทรมาเหรอ?"
รินรดามองหน้าจอที่สั่นไหวอยู่ในมือ สลับกับใบหน้าของธันวาด้วยความสับสนขั้นสุด ปลายสายไม่ได้พูดอะไร แต่เสียงลมหายใจที่คุ้นเคยจนน่าสะพรึงกลัวนั้น... มันดังชัดเจนจนคนฟังแทบจะขาดใจ
แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
ดาริกาส่องแสง
ย้อนเวลามาแก้ไขหัวใจที่เคยพัง•ตอนที่ 17
พลังแห่งความเชื่อมั่น
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลามาแก้ไขหัวใจที่เคยพัง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!