"คุณรู้ได้อย่างไรว่าเอกสารนั่นจะถูกแก้ไขในเวลาเที่ยงคืนตรง? แล้วคุณ... รู้ได้ยังไงว่าผมจะเซ็นชื่อลงไปในหน้าสุดท้ายด้วยปากกาหมึกซึมสีน้ำเงิน ไม่ใช่ปากกาลูกลื่นที่วางอยู่ข้างๆ นั่น"
เสียงทุ้มต่ำของธันวาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัว แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะขับเน้นให้ใบหน้าคมสันของเขาดูเคร่งขรึมขึ้นเป็นเท่าตัว เขาวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้โอ๊คดัง *ปึก* ก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาคมกริบคู่เดิมที่เคยอ่อนโยนยามมองเธอ บัดนี้กำลังหรี่ลงราวกับจะค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังของหญิงสาวตรงหน้า
รินรดาชะงักมือที่กำลังถือแก้วชาค้างไว้ กลิ่นหอมจางๆ ของคาโมมายล์ไม่ช่วยให้ความกระวนกระวายในอกลดน้อยลงเลย เธอค่อยๆ วางแก้วลงบนจานรอง เสียงกระทบกันเบาๆ ของกระเบื้องเคลือบดังก้องในความรู้สึกเหมือนเสียงฟ้าผ่า เธอรู้ดีว่าวันนี้ต้องมาถึง... วันที่ความรอบคอบของเธอกลายเป็นหลักฐานมัดตัว
"ธันวาคะ..." รินรดาเริ่มด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้หัวใจจะเต้นรัวเหมือนกลองรบ "มันเป็นแค่การคาดเดาค่ะ คนทำงานด้วยกันมานาน ย่อมพอจะรู้ใจกันอยู่บ้างว่าคุณมักจะทำอะไรในเวลาไหน"
"อย่าโกหก" ธันวาตัดบท เสียงของเขานิ่งสนิทจนน่ากลัว เขาโน้มตัวไปข้างหน้า สายตาจับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของเธอ "ความเข้าใจ... หรือความคุ้นเคย มันอธิบายความบังเอิญไม่ได้มากขนาดนี้ คุณไม่ใช่แค่คนมาช่วยงานริน แต่คุณเหมือนคนที่ 'เคยอยู่ตรงนี้' มาก่อน... เหมือนคนที่เห็นหนังม้วนนี้ฉายจบไปแล้วรอบหนึ่ง"
คำพูดของเขาเหมือนคมมีดที่กรีดลงบนแผลเดิมที่ยังไม่หายสนิท รินรดาหลบสายตา มองไปยังกองเอกสารที่เธอเพิ่งช่วยเขาแก้ไขปัญหาใหญ่ของบริษัทได้ทันเวลาอย่างหวุดหวิด หากเป็นรินรดาในอดีต เธอคงจะตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก แต่ในวัยสามสิบสองปีที่ผ่านอะไรมามากมาย เธอเรียนรู้ที่จะรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ภายใต้ใบหน้าที่สงบนิ่ง
"ถ้าฉันบอกว่าฉันแค่โชคดีล่ะคะ?" เธอสวนกลับเบาๆ แม้จะรู้ว่ามันฟังไม่ขึ้นเลยก็ตาม
"โชคดีเหรอ?" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความสุข "ริน คุณแก้ปัญหาโครงการที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ในเวลาไม่กี่นาที คุณรู้รหัสผ่านที่ผมเพิ่งตั้งใหม่เมื่อเช้า คุณรู้แม้กระทั่งว่าปมขัดแย้งระหว่างหุ้นส่วนจะจบลงด้วยการที่พวกเขาตกลงกันที่ตัวเลขเท่าไหร่... นี่ไม่ใช่เรื่องของโชค แต่มันคือเรื่องของ 'เวลา' ที่ผิดปกติ"
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาหาเธอ รินรดาขยับถอยหลังโดยสัญชาตญาณจนแผ่นหลังชิดกับชั้นหนังสือไม้ ความอบอุ่นที่เขาเคยหยิบยื่นให้ในตอนแรก บัดนี้เปลี่ยนเป็นไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากความระแวง
"คุณเป็นใครกันแน่ รินรดา?" ธันวาหยุดยืนตรงหน้าเธอ มือหนาข้างหนึ่งยันกับชั้นหนังสือข้างหัวของเธอไว้ กักขังเธอไว้ในวงล้อมของเขา "คุณเข้ามาในชีวิตผม ในจังหวะที่ทุกอย่างกำลังจะพังทลาย และคุณก็ซ่อมมันได้ราวกับมีคู่มือการใช้งานติดตัวมาด้วย... คุณมาเพื่อช่วยผม หรือมาเพื่อจับผิดชีวิตผมกันแน่?"
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของเธอสั่นไหวเพียงครู่เดียว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความแน่วแน่ที่เปี่ยมด้วยความเจ็บปวด เธอรู้ดีว่าเธอไม่ควรพูด แต่การต้องแบกรับความลับนี้ไว้ลำพังมันช่างโดดเดี่ยวเหลือเกิน ในโลกใบเดิมที่เขายังไม่เคยรู้จักเธอดีพอ...
"ถ้าฉันบอกว่า..." รินรดาพึมพำ เสียงสั่นเครือ "ถ้าฉันบอกว่า ในโลกที่ฉันจากมา คุณไม่ได้เป็นคนที่มีความสุขแบบนี้... คุณจะเชื่อไหมคะ?"
ธันวาขมวดคิ้ว "คุณพูดเรื่องอะไร?"
"ฉันไม่ได้มาเพื่อจับผิดค่ะ" เธอเอื้อมมือขึ้นไปแตะที่แขนเสื้อของเขาเบาๆ สัมผัสถึงไออุ่นที่เธอยอมแลกทุกอย่างเพื่อหวนคืนมา "ฉันมาเพื่อแก้ไขสิ่งที่ฉันเคยทำพลาดไป... ในตอนที่ยังมีโอกาส"
ธันวาชะงักไป วินาทีนั้นเขาเห็นแววตาของเธอเปลี่ยนไป เป็นแววตาที่เต็มไปด้วยความคิดถึงและความโหยหาที่อัดแน่นมานานนับปี ความระแวงในใจเขาสั่นคลอนอย่างรุนแรง เขาจ้องมองใบหน้าของหญิงสาวที่เขารู้สึกผูกพันอย่างประหลาดตั้งแต่แรกพบ ความรู้สึกคุ้นเคยที่เขาหาคำอธิบายไม่ได้พุ่งเข้าปะทะจิตใจ
ก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยถามอะไรไปมากกว่านี้ เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรุนแรงสามครั้ง จังหวะการเคาะที่ฟังดูร้อนรนจนทำลายบรรยากาศที่กำลังตึงเครียดลงทันที
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"คุณธันวาคะ! เกิดเรื่องแล้วค่ะ! ทางทีมตรวจสอบกฎหมายเพิ่งโทรมาแจ้งว่า... มีหลักฐานชิ้นใหม่ถูกส่งเข้ามาที่ฝ่ายบุคคล" เสียงเลขาสาวหน้าห้องดังลอดเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "เป็นบันทึกเสียง... บันทึกเสียงการประชุมเมื่อสามปีก่อน ที่เราเชื่อว่ามันหายไปแล้วค่ะ!"
ธันวาผละออกจากรินรดาทันที ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีซีดเผือด บันทึกเสียงนั้นคือหลักฐานที่สามารถทำลายอาชีพการงานของเขาได้ในชั่วข้ามคืน
รินรดาสะดุ้งสุดตัว หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม บันทึกเสียงนั้น... เธอจำได้แม่นยำ มันคือจุดเริ่มต้นของความล่มสลายในชีวิตของธันวาที่เธอกำลังพยายามขัดขวาง แต่ทำไมมันถึงมาปรากฏขึ้นในตอนนี้? ใครเป็นคนส่งมันมา?
ธันวากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน เขาหันมามองรินรดาอีกครั้ง คราวนี้ดวงตาของเขามีร่องรอยของความสงสัยที่ปนเปไปกับความหวาดกลัว
"คุณบอกว่าคุณมาเพื่อแก้ไข..." เขาเค้นเสียงต่ำ "งั้นบอกผมที ว่านี่คือส่วนหนึ่งของแผนการของคุณด้วยหรือเปล่า?"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดที่ความลับกำลังถูกเปิดเผยนะคะ ดาริกาส่องแสงจะตั้งใจเขียนตอนต่อไปให้ดีที่สุดค่ะ
ย้อนเวลามาแก้ไขหัวใจที่เคยพัง•ตอนที่ 18
ความจริงเริ่มกระจ่าง
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลามาแก้ไขหัวใจที่เคยพัง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!