ย้อนเวลามาแก้ไขหัวใจที่เคยพัง•ตอนที่ 26

วันคืนที่สวยงาม

ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
กระดาษแผ่นบางในมือยังคงส่งไอความเย็นเยียบผ่านปลายนิ้ว แม้ว่ารินรดาจะพยายามวางมันลงบนโต๊ะไม้สักสีเข้มมาเนิ่นนานเท่าไหร่แล้วก็ตาม ชื่อที่ปรากฏอยู่บรรทัดสุดท้ายของเอกสารชิ้นนั้น—ชื่อของบุคคลที่เธอมองว่าเป็นดั่งญาติสนิทและเพื่อนแท้มาตลอดหลายปี—ยังคงกรีดลึกลงไปในความรู้สึกราวกับรอยแผลเป็นที่เพิ่งถูกกรีดซ้ำ ทว่า ในห้องนั่งเล่นที่เงียบสงบยามบ่ายนี้ ไม่มีเงาของความหวาดระแวงหรือความตื่นตระหนกหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงกลิ่นหอมจางๆ ของชาออร์แกนิกและไอร้อนที่ลอยกรุ่นขึ้นมาจากถ้วยเคลือบเซรามิกในมือของธันวา ชายหนุ่มช้อนสายตาขึ้นมองเธอผ่านไออุ่นนั้น นัยน์ตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและรอยร้าวในอดีต บัดนี้กลับราบเรียบและมั่น Cม ราวกับผืนน้ำในทะเลสาบยามปราศจากลมพัดผ่าน เขาววางถ้วยแบล็กทีลงบนจานรองอย่างแผ่วเบา ก่อนจะขยับตัวเข้ามาใกล้ โดยที่รินรดาไม่ต้องเอ่ยปากร้องขอ “คิดอะไรอยู่หรือคะ ริน” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่ปกคลุมอยู่ครู่ใหญ่ น้ำเสียงของเขาไม่ได้เจือความเร่งรีบหรือคาดคั้น มีเพียงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากความห่วงใยอันบริสุทธิ์ รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า เธอสูดลมหายใจเข้าลึก, ปล่อยให้กลิ่นอายความคุ้นเคยของเขาโอบกอดหัวใจที่เคยแตกสลาย ในวัยสามสิบสองปีนี้ เธอเรียนรู้แล้วว่าความรักไม่ใช่การวิ่งไล่คว้าจับพายุฝน แต่คือการได้ยืนเคียงข้างใครสักคนในวันที่ฟ้าเปิดโล่งและไม่มีเมฆหมอกมาบดบังสายตา “รินแค่นึกถึงเรื่องเมื่อก่อนค่ะ ธันวา” เธอยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้ซ่อนเร้นความขมขื่น แต่มันคือความยอมรับในโชคชะตา “ตอนที่เรายังเด็กและโง่เขลา เรามักจะคิดว่าความรักคือการพยายามพิสูจน์ตัวเองให้โลกเห็น ยิ่งเจ็บปวด ยิ่งดิ้นรน ยิ่งคิดว่านั่นคือความลึกซึ้ง” ธันวาเอื้อมมือมาสัมผัสปลายนิ้วของเธอที่เย็นเฉียบสัมผัสนั้นอบอุ่นจนแผ่ซ่านเข้ามาถึงขั้วหัวใจ นิ้วมือแข็งกระด้างตามประสาผู้ชายที่ทำงานหนักค่อยๆ สอดประสานเข้ากับฝ่ามือของเธออย่างมั่นคง ไม่มีคำสัญญาใดๆ ที่ยิ่งใหญ่ ไม่มีคำหวานเคลือบน้ำตาล แต่การกระทำนี้กลับมีน้ำหนักมากกว่าคำพูดนับพันคำ “แต่ตอนนี้เราไม่ต้องพิสูจน์อะไรอีกแล้วนี่คะ” ธันวาเอ่ยเบาๆ พร้อมกับใช้นิ้วหัวแม่มือลูบไล้หลังมือของเธอแผ่วเบา “ผ่านจุดที่มืดมนที่สุดมาแล้ว ต่อให้พรุ่งนี้ฝนจะตกหรือแดดจะออก พี่ก็ยังอยู่ที่นี่... ข้างๆ รินเหมือนเดิม” ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความอึดอัด หากแต่มันคือความสงบสุขที่ทั้งคู่ต่างโหยหามาตลอดครึ่งค่อนชีวิต รินรดารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือด เธอบีบมือของเขาตอบเบาๆ เป็นสัญญาณว่าเธอก็อยู่ที่นี่เช่นกัน ไม่ได้หนีไปไหน ไม่ได้หวาดกลัวอดีตที่เคยผิดพลาดอีกต่อไป แสงแดดช่วงบ่ายสาดส่องผ่านกระจกใสของห้องนั่งเล่น ทอดเงาทอดยาวไปบนพื้นไม้ปาร์เก้ ฝุ่นละอองลอยวนอยู่ในลำแสงนั้นอย่างเชื่องช้า ราวกับเวลาได้หยุดเดินเพื่อให้พวกเขาได้ซึมซับช่วงเวลาอันแสนหายากนี้ รินรดาลุกขึ้นเดินไปที่ริมหน้าต่าง มองออกไปยังสวนหย่อมเล็กๆ ที่เธอเป็นคนลงมือจัดเอง ดอกไฮเดรนเยียสีฟ้าครามกำลังเบ่งบานชูช่อรับแสงแดด มันคือภาพสะท้อนของชีวิตในตอนนี้—เรียบง่าย งดงาม และเติบโตขึ้นมาจากดินโคลนแห่งความเจ็บปวด “รินไม่เคยคิดเลยนะคะว่า วันหนึ่งเราจะได้มานั่งดื่มชาด้วยกันอย่างสงบแบบนี้” เธอกล่าวลอยๆ ขณะสายตายังคงจับจ้องอยู่ที่สวนนอกกระจก “หลังจากผ่านเรื่องบ้าๆ พวกนั้นมาได้ รินนึกว่าหัวใจของตัวเองคงด้านชาไปตลอดกาลเสียอีก” ธันวาเดินตามมาสวมกอดเธอจากด้านหลัง วงแขนแข็งแรงโอบรอบเอวบางไว้อย่างหลวมๆ เพื่อให้พื้นที่หายใจ แต่ก็แนบแน่นพอที่จะทำให้เธอมั่นใจว่าเขาจะไม่ปล่อยมือไปไหน ใบหน้าคมสันซบลงบนลาดไหล่ของเธอ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่แถวซอกคอ ทำให้ความรู้สึกจั๊กจี้และอบอุ่นแล่นพล่านไปทั่วร่าง “หัวใจของรินไม่ได้ด้านชาหรอกค่ะ มันแค่อ่อนล้า... และตอนนี้ มันสมควรได้พักผ่อนเสียที” เสียงกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูทำให้ขอบตาของรินรดาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่หยาดน้ำตาแห่งความเสียใจ มันคือหยาดน้ำตาแห่งความตื้นตัน ที่ในที่สุดเธอก็เดินทางมาถึงบ้านที่แท้จริง ทั้งคู่ยืนกอดกันนิ่งอยู่ริมหน้าต่าง ปล่อยให้ความเงียบสงบทำหน้าที่เยียวยารอยแผลทุกจุดในใจ บรรยากาศรอบตัวช่างอบอวลไปด้วยความสุขที่แท้จริง—ความสุขที่ไม่มีความหวาดระแวง ไม่มีความลับที่ต้องปิดบัง และไม่มีเงาของอดีตคอยตามหลอกหลอนอีกต่อไป มีเพียงปัจจุบันขณะที่พวกเขามีกันและกัน เป็นลมหายใจเดียวกัน เป็นจังหวะหัวใจที่เต้นสอดประสานกันอย่างลงตัว ทว่า ในขณะที่ความเงียบสงบกำลังโอบกอดพวกเขาทั้งคู่ไว้ในห้วงเวลาอันแสนหวานนั้นเอง... เสียงกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้น ทำลายบรรยากาศอันน่ารื่นรมย์ลงอย่างกะทันหัน รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย หันไปมองนาฬิกาแขวนผนังที่บ่งบอกเวลาบ่ายสามโมงตรง ซึ่งเป็นเวลาที่ไม่มีนัดหมายใดๆ ทั้งสิ้น ธันวาคลายอ้อมกอดออกช้าๆ สายตาของเขากลับมาคมกราบและระแวดระวังขึ้นโดยสัญชาตญาณ ขณะที่รินรดากำลังจะเดินไปเปิดประตู หน้าจอโทรศัพท์มือถือวางอยู่บนโต๊ะกาแฟก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากเบอร์แปลก แต่เมื่อเธอก้มลงมองข้อความสั้นๆ บนหน้าจอ หัวใจที่สงบลงไปแล้วกลับกระตุกวูบและดิ่งลงเหวในพริบตาเดียว—*“เปิดประตูให้ฉันหน่อยสิ ริน... ฉันรู้ความจริงทั้งหมดแล้วนะ”*
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลามาแก้ไขหัวใจที่เคยพัง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%