“กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล และขนมปังปิ้งขอบเกรียมเล็กน้อยอย่างที่คุณชอบ... วันนี้ฉันตั้งใจทำค่ะ”
รินรดาวางจานขนมปังลงบนโต๊ะอาหารไม้สักอย่างแผ่วเบา กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดอบอวลไปทั่วห้องครัวที่เคยเงียบเหงา ธันวาที่กำลังก้มหน้าอ่านเอกสารในแท็บเล็ตถึงกับชะงัก นิ้วเรียวยาวของเขาหยุดค้างอยู่กลางอากาศ เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัดเหมือนเมื่อก่อน แต่มันมีความรู้สึกบางอย่างที่ธันวาอธิบายไม่ถูก มันเหมือนกับว่ารินรดาคนเดิมที่เคยเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับความทุกข์ของตัวเอง ได้ถูกแทนที่ด้วยหญิงสาวที่มีดวงตาเป็นประกายอ่อนโยนและจังหวะชีวิตที่ดูนิ่งสงบขึ้นอย่างประหลาด
“คุณจำได้ด้วยเหรอ” ธันวาเอ่ยถาม น้ำเสียงนิ่งเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความแปลกใจที่ซ่อนไม่มิด
รินรดายิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ใช่การฝืนทำ แต่มันคือความพยายามที่จะเชื่อมต่อรอยร้าวในอดีต “อะไรที่เกี่ยวกับคุณ... ถึงฉันจะเคยลืมไปบ้าง แต่ตอนนี้ฉันค่อยๆ นึกมันออกแล้วค่ะ หรือถ้ามีอะไรที่ฉันลืมไปจริงๆ บอกฉันได้นะคะ ฉันยินดีที่จะจำใหม่ทั้งหมด”
ธันวาวางแท็บเล็ตลงช้าๆ เขาเอนหลังพิงเก้าอี้ ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการค้นหาความหมายเบื้องหลังคำพูดนั้น รินรดาไม่หลบสายตา เธอเพียงแค่หยิบผ้ากันเปื้อนสีครีมออกแล้วนั่งลงฝั่งตรงข้าม มือเรียวประสานกันบนตักอย่างสงบ
“ริน... คุณเปลี่ยนไปนะ” เขาพูดขึ้นเบาๆ “ช่วงนี้คุณดู... ใจเย็นขึ้นมาก เหมือนคนที่ผ่านอะไรมาเยอะจนเข้าใจโลกในแบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน”
“คนเราเมื่อผ่านจุดที่ต่ำที่สุดของชีวิตมาได้ค่ะธันวา” รินรดาตอบพลางหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบ “เราจะเริ่มเห็นว่า อะไรคือสิ่งที่มีค่าที่สุดที่เคยถูกมองข้ามไป... สำหรับฉัน ตอนนี้มันคือการได้นั่งมองคุณทานมื้อเช้าแบบนี้ไงคะ”
ประโยคนั้นทำให้ธันวาถึงกับพูดไม่ออก ความรู้สึกเจ็บปวดจากการถูกทอดทิ้งในอดีตที่เขาฝังลึกไว้ในใจดูเหมือนจะสั่นคลอนจากการกระทำที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังของเธอ เขาไม่ใช่ผู้ชายที่เชื่อในคำหวาน แต่ความจริงใจที่สะท้อนออกมาจากแววตาของหญิงสาวตรงหน้า มันทำลายกำแพงที่เขาสร้างขึ้นอย่างช้าๆ
ตลอดมื้อเช้า บทสนทนาไม่ได้ดุเดือดหรือเชือดเฉือนเหมือนที่เคยเป็น รินรดาไม่ได้ถามไถ่เรื่องงานจนน่ารำคาญเหมือนแต่ก่อน แต่เธอกลับชวนคุยเรื่องต้นไม้ที่ระเบียง เรื่องหนังสือเล่มโปรดที่เขาเคยชอบอ่าน หรือแม้แต่การสังเกตว่าเขาพักผ่อนน้อยไปจนขอบตาเริ่มคล้ำขึ้นเพียงใด ธันวารู้สึกเหมือนกำลังถูกพายุความอบอุ่นโอบล้อมเอาไว้ เขาเริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง... ผู้หญิงที่เคยพังทลายจนเกือบจะแตกสลายคนนี้ ไปเอาความเข้มแข็งและอ่อนโยนมาจากไหนกัน?
เมื่อมื้อเช้าจบลง รินรดาช่วยเขาเก็บจานชามด้วยท่าทีคล่องแคล่ว ทว่าในจังหวะที่ธันวากำลังจะก้าวออกจากห้องครัว รินรดาก็เรียกเขาไว้ “ธันวาคะ...”
เขากลับหลังหันไปมอง “ครับ?”
“เย็นนี้... ถ้าคุณไม่ติดงานดึกมาก เราออกไปทานมื้อเย็นข้างนอกกันไหมคะ? ร้านแถวสวนสาธารณะที่เราเคยไปเดตกันครั้งแรก... ฉันว่าตอนนี้มันต้องสวยมากแน่ๆ เลย”
ธันวานิ่งงัน หัวใจที่เคยแช่แข็งกลับเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เขาไม่ได้ตอบรับทันที แต่ความลังเลในดวงตานั้นเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความคาดหวังที่เขากลัวจะยอมรับมัน เขาพยักหน้าเบาๆ แทนคำตอบก่อนจะรีบหันหลังเดินไปที่ทำงานของเขา ทิ้งให้รินรดายืนมองตามด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง
แต่แล้วเมื่อประตูห้องทำงานของเขาปิดลง รินรดาก็พบกับบางอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะรับแขกหน้าประตู มันคือซองจดหมายสีขาวนวลที่ไม่มีชื่อผู้ส่ง บนหน้าซองมีเพียงรอยคราบกาแฟเล็กๆ ที่คุ้นตา... คราบกาแฟที่เหมือนกับลายเซ็นของ ‘คนจากอดีต’ ที่เธอเพิ่งจะพยายามหนีออกมาให้พ้น
เธอหยิบจดหมายขึ้นมา มือที่เคยนิ่งสงบกลับสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เมื่อเปิดออกดู... ข้อความบรรทัดแรกที่ปรากฏแก่สายตา ทำให้โลกทั้งใบที่เธอกำลังพยายามสร้างใหม่ดูเหมือนจะถล่มลงมาอีกครั้ง
‘ยินดีด้วยนะรินรดา ที่เริ่มเล่นเกมนี้ใหม่ได้สนุกขนาดนี้ แต่ลืมไปหรือเปล่า... ว่าความลับเรื่องที่เธอทำในวันนั้น ยังไม่ได้ถูกฝังไปพร้อมกับน้ำตาของเธอหรอกนะ’
ดาริกาส่องแสงขอขอบคุณนักอ่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้รินรดาในทุกย่างก้าวของการเยียวยาหัวใจนะคะ
ย้อนเวลามาแก้ไขหัวใจที่เคยพัง•ตอนที่ 4
รอยยิ้มที่ไม่คาดฝัน
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลามาแก้ไขหัวใจที่เคยพัง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!