ย้อนเวลามาแก้ไขหัวใจที่เคยพัง•ตอนที่ 5

บทสนทนาของคนสองวัย

ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
“ถ้าคิดว่าการขุดคุ้ยอดีตจะทำให้ฉันรู้สึกหวาดกลัวได้ คุณก็กำลังประเมินรินรดาคนนี้ต่ำไปนะคะ” ฉันวางแก้วชาลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง เสียงกระทบกันของพอร์ซเลนเบาหวิว ทว่าในความเงียบงันของห้องสมุดเก่าแก่ บรรยากาศรอบกายกลับหนักอึ้งราวกับมีเมฆหมอกเข้าปกคลุม ธันวานั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนดูไม่จืดจางไปตามกาลเวลา แม้แววตาของเขาจะดูแข็งกร้าวขึ้นกว่าเมื่อสิบปีก่อน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ฉันสั่นไหวเหมือนในวันที่ยังเป็นเด็กสาวที่ไร้เดียงสาอีกต่อไป ธันวาแค่นยิ้มที่มุมปาก มือหนาที่วางอยู่บนโต๊ะขยับเคาะจังหวะช้าๆ ราวกับเข็มนาฬิกาที่กำลังนับถอยหลัง “คนเรามักจะเปลี่ยนไปเมื่อผ่านความเจ็บปวดครับ... ขออภัยค่ะ ฉันลืมตัวไปหน่อย” เขาเอ่ยแก้คำลงท้ายเมื่อเห็นฉันเลิกคิ้วขึ้นอย่างตำหนิเล็กน้อย “ดูเหมือนคุณจะเปลี่ยนไปมากจริงๆ รินรดา เปลี่ยนจนผมเกือบจำไม่ได้ว่าคุณคือเด็กผู้หญิงที่เคยร้องไห้แทบขาดใจตอนที่ผมบอกเลิก” “ความเจ็บปวดมีไว้ให้เราเติบโต ไม่ได้มีไว้ให้เราจมดิ่งนะคะธันวา” ฉันประสานสายตากับเขา ไม่มีการหลบเลี่ยง ไม่มีการเว้นระยะห่างที่สร้างกำแพงเหมือนที่ผ่านมา “คุณพูดถึงความลับเรื่องวันนั้น... คุณเชื่อจริงๆ หรือคะว่าถ้าฉันบอกความจริงออกไป ชีวิตของคุณจะยังคงราบรื่นอย่างที่มันเป็นอยู่ทุกวันนี้?” ธันวาชะงักไป ดวงตาคมกริบคู่นั้นมีร่องรอยของความสับสนฉายชัดชั่วขณะ เขาพิงหลังกับพนักเก้าอี้พลางถอนหายใจยาว “คุณรู้ไหมว่าทำไมผมถึงเกลียดความไม่ชัดเจน? เพราะมันเหมือนกรงขังที่ผมสร้างขึ้นมาเองตลอดสิบปี ยิ่งคุณนิ่งเงียบ ยิ่งคุณทำตัวเป็นผู้ใหญ่ที่เข้าใจโลก ผมกลับรู้สึกว่านั่นคือเกราะป้องกันที่คุณใช้เพื่อซ่อนปีศาจที่อาจจะทำลายผมได้ทุกเมื่อ” “งั้นลองถอดกรงขังนั้นออกดูไหมคะ?” ฉันเอื้อมมือไปแตะขอบโต๊ะ ค่อยๆ เลื่อนไปหาเขาทีละน้อย “ความลับที่ว่า... มันอาจจะไม่ใช่เรื่องของฉันฝ่ายเดียว แต่มันคือเรื่องของ ‘เรา’ ในตอนนั้น ถ้าคุณกล้าพอจะเผชิญหน้ากับความอ่อนแอของตัวเอง คุณจะพบว่าเรื่องวันนั้นมันเป็นเพียงเศษเสี้ยวของความโง่เขลาที่เราต่างฝ่ายต่างทำผิดพลาดใส่กัน” คำพูดของฉันนุ่มนวล แต่ทิ่มแทงเข้าสู่จุดที่บอบบางที่สุดในใจเขา ธันวานิ่งเงียบไปนาน ความเงียบนั้นไม่ได้เต็มไปด้วยความกดดันเหมือนตอนต้น แต่มันกลับเต็มไปด้วยความโหยหาที่ถูกซ่อนไว้ใต้เปลือกนอกที่เย็นชา ฉันเห็นเขากลืนก้อนความรู้สึกบางอย่างลงคอ ดวงตาที่เคยดุดันเริ่มวูบไหว ราวกับแสงตะเกียงที่ถูกลมพัดแรงจนใกล้ดับ “ถ้าผมฟังความจริงแล้ว ผมจะยังสามารถมองหน้าคุณได้เหมือนตอนนี้ไหม?” เขาถาม เสียงแหบพร่าและแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมากระทบหน้าต่าง “นั่นขึ้นอยู่กับว่า คุณรักภาพลวงตาที่คุณสร้างขึ้นมามากกว่าตัวตนที่แท้จริงของฉันไหม” ฉันตอบพลางขยับเข้าไปใกล้ขึ้น กลิ่นอายจางๆ ของน้ำหอมที่เขาใช้มานานนับปีทำให้ฉันใจสั่น แต่ฉันก็ยังคงควบคุมจังหวะการหายใจของตนเองไว้ได้อย่างมั่นคง “ธันวาคะ... ชีวิตคนเรามันสั้นเกินกว่าจะมามัวแต่เล่นเกมซ่อนหา ถ้าคุณอยากรู้ความลับนั้นนัก ผมก็จะบอกคุณ แต่นั่นหมายความว่าคุณจะต้องยอมแลกกับหัวใจที่อาจจะไม่มีวันกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก” มือของฉันเอื้อมไปแตะที่หลังมือของเขาเบาๆ ความร้อนจากผิวสัมผัสส่งผ่านถึงกัน และนั่นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาสะดุ้ง แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้ชักมือหนี ตรงกันข้าม เขากลับหงายมือขึ้นและกุมมือฉันไว้แน่น ราวกับว่าหากปล่อยไปเพียงเสี้ยววินาที ฉันจะระเหยกลายเป็นควันหายไปในอากาศ เขาก้มหน้าลงชิดจนเราแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน “คุณเปลี่ยนไปมากจริงๆ รินรดา... มากจนผมไม่รู้ว่าตอนนี้ควรจะเกลียดหรือควรจะทำอย่างไรกับความรู้สึกที่มันพรั่งพรูออกมานี้” “ไม่ต้องทำอย่างไรเลยค่ะ แค่ฟัง” ฉันกระซิบ สายตาจับจ้องลึกลงไปในดวงตาของเขา “ในวันที่ฉันเดินจากคุณไป ไม่ใช่เพราะฉันไม่มีหัวใจ แต่เพราะหัวใจดวงนั้นมันแตกสลายจนไม่มีชิ้นดีจากเหตุการณ์ในคืนนั้น...” ทว่าก่อนที่ฉันจะได้เอ่ยถ้อยคำที่เป็นดั่งหัวใจสำคัญของเรื่องทั้งหมด เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังห้องสมุด มันเป็นจังหวะหนักแน่นที่ทำให้ธันวาต้องรีบผละตัวออกจากฉันทันที เราทั้งคู่หันไปมองยังเงาร่างที่ปรากฏขึ้นตรงประตูไม้บานใหญ่ แสงไฟสลัวจากโถงทางเดินส่องให้เห็นใบหน้าของผู้มาใหม่ที่ทำให้ลมหายใจของฉันสะดุดกึก “รินรดา? ธันวา? ทำไมพวกคุณถึงมาอยู่ด้วยกันในที่แบบนี้... โดยเฉพาะในเวลาที่ความจริงกำลังจะถูกเปิดเผยแบบนี้ล่ะ?” เสียงนั้นเย็นเยียบและเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ ผู้หญิงที่ฉันคิดว่าตายไปแล้วจากชีวิตของพวกเราเมื่อสิบปีก่อนกำลังยืนอยู่ตรงนั้น ในมือของเธอถือซองเอกสารสีน้ำตาลที่ประทับตราลับสุดยอดเอาไว้ และเมื่อเธอวางมันลงบนโต๊ะกลางห้อง สิ่งที่หลุดออกมาจากซองนั้นกลับเป็นรูปถ่ายใบหนึ่งที่ทำให้โลกทั้งใบของฉันหยุดหมุนลงทันที นั่นคือรูปถ่ายของฉัน... ในสภาพที่เปื้อนเลือดและถืออาวุธที่ไม่ได้เป็นของฉัน ในคืนที่ควรจะเป็นความลับตลอดกาล ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของรินรดาและธันวามาจนถึงจุดพลิกผันนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ ดาริกาส่องแสง
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลามาแก้ไขหัวใจที่เคยพัง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%