“ถ้าคุณเซ็นชื่อลงไปในเอกสารฉบับนี้ เราจะไม่มีทางถอยหลังกลับไปเป็นแค่คนแปลกหน้าของกันและกันได้อีกแล้วนะริน คุณแน่ใจแล้วใช่ไหม?”
ธันวาวางปากกาหมึกซึมสีเงินลงบนกองเอกสารสัญญาจดทะเบียนบริษัทที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ เขานิ่งเงียบพลางจับจ้องใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้า สายตาของเขาไม่ได้มีความลังเล แต่มีเพียงประกายความหวังที่สั่นไหวราวกับเปลวเทียนในสายลมที่พัดผ่านรอยร้าวในอดีต
รินรดามองดูชื่อของตัวเองและเขาที่ถูกพิมพ์เคียงคู่กันบนหัวกระดาษ ‘ริน-ธันวา ดีไซน์ สตูดิโอ’ ชื่อที่เคยเป็นเพียงความฝันลมๆ แล้งๆ ในวันที่ทั้งคู่ยังเยาว์วัยและเต็มไปด้วยทิฐิ บัดนี้มันกลายเป็นความจริงที่จับต้องได้ เธอแค่นยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะคว้าปากกาด้ามนั้นขึ้นมา ความรู้สึกอุ่นวาบที่ปลายนิ้วส่งผ่านไปยังหัวใจ มันไม่ใช่ความตื่นเต้นแบบเด็กสาว แต่มันคือความมั่นคงแบบผู้ใหญ่ที่ผ่านการเรียนรู้มาแล้วว่า ชีวิตไม่ใช่เทพนิยาย แต่คือการประคับประคองกันไปในวันที่ฝนตกหนัก
“รินไม่เคยมั่นใจอะไรเท่านี้มาก่อนค่ะธัน” เธอตอบเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยน้ำหนักของความหมาย “เราเสียเวลามามากพอแล้วกับความกลัวที่จะเจ็บปวด วันนี้รินพร้อมจะรับความเสี่ยงทุกอย่าง ขอแค่เราก้าวไปข้างหน้าด้วยกันก็พอ”
จังหวะที่ลายเซ็นของเธอตวัดลงบนกระดาษ เสียงเงียบงันภายในห้องทำงานที่เคยดูอ้างว้างกลับถูกเติมเต็มด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายได้ยาก มันคือการประกาศเจตนารมณ์ว่าจากนี้ไป ทุกรอยยิ้ม ทุกคราบน้ำตา หรือแม้แต่ความล้มเหลวที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต จะไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่งอีกต่อไป
ธันวาถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือรินรดาไว้แน่น สัมผัสจากฝ่ามือที่หยาบกร้านเล็กน้อยของเขาทำให้เธอนึกถึงเรื่องราวเมื่อสิบปีก่อน วันที่เขาเคยปล่อยมือเธอไปเพียงเพราะทิฐิที่คิดว่าการมีกันและกันคือภาระ แต่ในวันนี้ ความอบอุ่นที่ส่งผ่านมือคู่นี้กลับบอกเล่าเรื่องราวที่ต่างออกไป ว่ามันคือที่พักพิงที่มั่นคงที่สุด
“เรามาเริ่มสร้างบ้าน... และสร้างชีวิตของเรากันจริงๆ สักทีนะ” ธันวากล่าวพลางมองไปรอบๆ ห้องที่เต็มไปด้วยแบบร่างสถาปัตยกรรมที่เขากับรินร่วมกันออกแบบมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา “พื้นที่ตรงมุมนั้น ผมตั้งใจจะวางโซฟาสีเทาอ่อนที่คุณชอบ ส่วนตรงระเบียง... เราจะทำเป็นสวนเล็กๆ อย่างที่คุณเคยฝันไว้”
รินรดาหลุบตามองภาพร่างเหล่านั้น ในความเงียบสงบ เธอเห็นภาพตัวเองในอีกหลายปีข้างหน้า ภาพที่ความรุ่งโรจน์ของธุรกิจอาจจะเป็นเรื่องรอง แต่ความสุขที่ได้กลับมาบ้านแล้วพบว่ามีคนคนหนึ่งรออยู่—คนที่เข้าใจความเงียบของเธอโดยไม่ต้องพูดอะไร—นั่นต่างหากคือความสำเร็จที่แท้จริง
“ธันคะ...” รินรดาเรียกเขาแผ่วเบา ขณะที่ทั้งคู่เดินไปยังหน้าต่างบานใหญ่เพื่อมองดูทิวทัศน์ของเมืองที่กำลังจะถูกเติมเต็มด้วยแสงไฟในยามค่ำคืน “คุณเคยกลัวไหมคะ? กลัวว่าถ้าวันหนึ่งเราเกิดทะเลาะกันขึ้นมาอีก เรื่องราวที่เคยทำร้ายเราในอดีตจะวนกลับมาทำลายเราอีกครั้ง”
ธันวาหันกลับมามองเธอ ดวงตาของเขาฉายแววอ่อนโยนเกินกว่าที่เธอเคยพบเห็น “ผมกลัวครับ... แต่ความกลัวนั้นมันเทียบไม่ได้เลยกับความกลัวที่จะต้องอยู่โดยไม่มีคุณ ถ้าในอดีตคือบทเรียนที่สอนให้เราแตกสลาย ปัจจุบันก็คือของขวัญที่สอนให้เรารู้จักซ่อมแซมและรักอย่างเข้าใจ”
เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนเธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ รินรดาหลับตาลงรับสัมผัสจากจุมพิตที่แผ่วเบาแต่มั่นคง มันไม่ใช่ความรักที่หวือหวาเหมือนพายุ แต่มันคือน้ำที่ค่อยๆ แทรกซึมลงไปในดินที่แตกระแหง บ่มเพาะให้รากฐานของความสัมพันธ์นี้เติบโตขึ้นอย่างแข็งแรง
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวัง เสียงโทรศัพท์มือถือของธันวากลับแผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ เขาผละออกเล็กน้อยด้วยท่าทีขัดใจ ก่อนจะก้มมองหน้าจอเพียงแวบเดียวเท่านั้น สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที ราวกับมีน้ำแข็งเกาะกุมใบหน้าคมสันนั้นไว้
“ว่าไง” เขาตัดสายทิ้งแล้วหันมามองรินรดาด้วยแววตาที่สับสนและกังวลอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “ริน... คนที่โทรมาไม่ใช่พนักงานในบริษัท แต่เป็นเบอร์ที่คุณแม่ของผมเปลี่ยนใหม่เมื่อห้าปีก่อน ท่านบอกว่ามีบางอย่างที่สำคัญมากเกี่ยวกับ 'พินัยกรรมฉบับลับ' ที่คุณพ่อเคยทิ้งไว้ให้เราสองคนโดยเฉพาะ”
เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอด้วยความรู้สึกที่คาดเดาไม่ได้ “ท่านบอกว่า ถ้าเราไม่กลับไปที่บ้านใหญ่ภายในคืนนี้... สิ่งที่ท่านเก็บรักษาไว้ให้เรา จะต้องถูกทำลายทิ้งไปตลอดกาล พร้อมกับความลับที่คุณไม่เคยรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ในคืนที่เราเลิกกันเมื่อสิบปีก่อน”
รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง ความลับที่ถูกฝังไว้ลึกสุดใจกำลังถูกขุดขึ้นมาในวันที่เธอคิดว่าทุกอย่างกำลังจะจบลงด้วยดี เธอและธันวามองหน้ากันด้วยความรู้สึกที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย ความรักที่กำลังก้าวเดินสู่อนาคตกำลังจะถูกอดีตที่ยังสะสางไม่จบเข้ามาแทรกแซง หรือนี่จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของบททดสอบครั้งสุดท้ายที่โหดร้ายที่สุด?
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับความสัมพันธ์ที่เติบโตนี้ด้วยกันนะคะ ดาริกาส่องแสงจะตั้งใจถ่ายทอดบทสรุปสุดท้ายให้ดีที่สุดค่ะ
ย้อนเวลามาแก้ไขหัวใจที่เคยพัง•ตอนที่ 28
ก้าวเดินสู่อนาคต
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลามาแก้ไขหัวใจที่เคยพัง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!