กลิ่นอายสนิมเหล็กผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของหินโบราณ ลอยอบอวลอยู่รอบตัวจนสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่กัดกินผิวเนื้อผ่านชุดเกราะ คิริลตวัดคมดาบยาวในมือเป็นวงโค้งสะอาดตา เสียงโลหะกระทบกับเกราะของมอนสเตอร์ระดับสูงดังสนั่นก้องไปทั่วโถงทางเดินหินอ่อนของดันเจี้ยนชั้นที่ 10 แสงสีฟ้าครามจากสกิลตระกูลอัศวินส่องประกายวابวับสะท้อนกับนัยน์ตาสีเทาเข้มที่เต็มไปด้วยความนิ่งสงบอันเป็นเอกลักษณ์
"ช่องว่างทางด้านซ้ายสามองศา เรย์... นายช้าไปครึ่งจังหวะ"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเตือนด้วยความเรียบเฉย แต่น้ำเสียงนั้นไม่ได้มีความหมายในเชิงตำหนิ มันคือการคำนวณอย่างแม่นยำตามสไตล์ของกิลด์มาสเตอร์ผู้ไม่เคยปล่อยให้ความผิดพลาดแม้แต่น้อยนิดเล็ดลอดผ่านสายตาไปได้
"ฮ่าๆ รู้แล้วน่า คิริล คุณนี่เข้มงวดสมเป็นหัวหน้ากิลด์อันดับหนึ่งจริงๆ"
ผมหัวเราะร่อพลางยกค้อนตีเหล็กคู่ใจขึ้นรับการโจมตีสวนกลับจากโกเล็มศิลาที่มีความสูงกว่าสามเมตรแรงกระแทกสะท้านสะเทือนขึ้นมาถึงข้อมือ แต่ด้วยเทคนิคการกระจายแรงที่ผมเพิ่งปรับแต่งโครงสร้างด้ามจับเมื่อคืน ทำให้แรงปะทะนั้นถูกดูดซับไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีพลังงานสูญเปล่าแม้แต่นิดเดียว
นี่คือเสน่ห์ของการต่อสู้ที่ผมหลงใหล ทุกค้อนที่ทุบลงไปบนทั่งเหล็กไม่ได้เป็นเพียงแค่การสร้างอาวุธ แต่มันคือการออกแบบ "ความเป็นไปได้" ในสนามรบจริง
การลงดันเจี้ยนชั้นที่ 10 ร่วมกับคิริลในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ภารกิจกวาดล้างมอนสเตอร์เพื่อหาวัตถุดิบหายากธรรมดา แต่เป็นการทดสอบสมรรถนะของอาวุธเซ็ตใหม่ที่ผมหลอมขึ้นมาด้วยเทคนิคเฉพาะตัว—ดาบยาวเคลือบเรืองแสงที่ออกแบบมาเพื่อดึงศักยภาพสูงสุดของคิริลออกมาโดยเฉพาะ และตลอดส้าเก้าชั้นที่ผ่านมา ผลลัพธ์ก็น่าพึง1พอใจจนแทบไร้ที่ติ
แต่ทว่า บรรยากาศรอบตัวกลับเริ่มเปลี่ยนไป เมื่อผนังหินรอบด้านเริ่มเปลี่ยนสีจากโทนเทาหม่นกลายเป็นสีน้ำเงินเข้มจัด อุณหภูมิภายในโถงลดฮวบลงอย่างรวดเร็วจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว
คิริลหยุดฝีเท้าลงทันที ดวงตาสีเทาคมกริบกวาดมองไปเบื้องหน้า สัญชาตญาณนักรบระดับท็อปของเขากำลังส่งเสียงเตือนภัย
"ระบบแสดงผลผิดปกติ..." คิริลพึมพำเบาๆ นิ้วเรียวยาวแตะลงบนหน้าจออินเทอร์เฟซที่กะพริบถี่เป็นสีแดงฉาน "เราไม่ได้อยู่บนชั้นที่ 10 แล้ว เรย์"
ผมหรี่ตาลง มองตามสายตาของเขาไปเบื้องหน้า ประตูหินบานยักษ์สลักลวดลายโบราณที่ควรจะนำไปสู่ห้องพักผ่อน กลับเปิดอ้าออกเองช้าๆ เผยให้เห็นความมืดมิดไร้ก้นบึ้ง และที่สำคัญที่สุด... แผงควบคุมระบบแจ้งเตือนกิลด์ได้เด้งข้อความสีแดงฉานขึ้นมากลางอากาศ
[คำเตือน: ตรวจพบความผิดพลาดของพิกัดดันเจี้ยน]
[ท่านได้เข้าสู่พื้นที่ต้องห้าม: ดันเจี้ยนชั้นที่ 13]
หัวใจของผมกระตุกวูบ ภาพในอดีตเมื่อสองปีก่อนแวบเข้ามาในหัวโดยไม่ได้รับเชิญ ดันเจี้ยนชั้นที่ 13... สถานที่ซึ่งถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์โลกว่าเป็นเขตแดนสูญญากาศ พื้นที่ที่ทีมพัฒนาเกมประกาศอย่างเป็นทางการว่าถูก "ลบและถอดถอน" ออกจากระบบไปแล้วตั้งแต่วันที่เกิดเหตุการณ์โศกนาฏกรรมครั้งนั้น
แล้วทำไม... มันถึงยังอยู่ที่นี่?
"คิริล..." ผมเอ่ยขึ้น น้ำเสียงที่เคยร่าเริงและขี้เล่นเมื่อครู่กลับแห้งผากลงอย่างเห็นได้ชัด "นายจำได้ใช่ไหม ว่าข้อมูลของชั้นนี้เคยถูกลบไปแล้ว... และเหตุผลที่มันถูกลบก็คือ..."
"ห้องเก็บ 'ต้นแบบดาบมาร' ที่ถูกสร้างขึ้นโดยผู้เล่นคนแรกที่หายสาบสูญไป" คิริลต่อประโยคให้จนจบ น้ำเสียงของเขานิ่งสนิท แต่สันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นบ่งบอกว่ากิลด์มาสเตอร์ผู้เย็นชาคนนี้กำลังแบกรับความตึงเครียดมหาศาลไว้เช่นกัน
ก๊อง... ก๊อง... ก๊อง...
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงดังก้องกังวานมาจากความมืดเบื้องหน้า ราวกับมีใครบางคนกำลังเดินขึ้นมาจากขุมนรก แรงกดดันมหาศาลแผ่พุ่งเข้ากดทับจนแม้แต่การหายใจยังทำได้ยากลำบาก อากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่น
และในวินาทีที่เงาร่างหนึ่งก้าวพ้นความมืดออกมา ประกายตาสสีแดงฉานคู่คุ้นเคยก็สบเข้ากับพวกเรา พร้อมกับเสียงหัวเราะเย็นเยียบที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของทุกคน
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ช่างตีเหล็กตัวน้อยของฉัน"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและตีเหล็กไปพร้อมกับผมในทุกๆ บทตอนนะครับ
ช่างตีดาบจอมดีดกับกิลด์มาสเตอร์ผู้เย็นชา•ตอนที่ 14
ดันเจี้ยนชั้นที่ 10
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ช่างตีดาบจอมดีดกับกิลด์มาสเตอร์ผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!