ช่างตีดาบจอมดีดกับกิลด์มาสเตอร์ผู้เย็นชา•ตอนที่ 13

รอยร้าวที่เริ่มประสาน

ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
กลิ่นฉุนของผงถ่านเวทมนตร์และคราบเขม่าสีดำที่เปรอะเปื้อนอยู่บนใบหน้าคมคาย ไม่ได้ลดทอนความดุดันและสง่างามของประกายตาคู่ภายใต้กรอบแว่นโลหะของเรย์ลงเลยแม้แต่น้อย เสียงค้อนเหล็กกระทบลงบนทั่งตีโลหะดัง *ก้องกังวาน* เป็นจังหวะจะโคน สม่ำเสมอราวกับเสียงหัวใจของเครื่องจักรกลโบราณ ทุกครั้งที่เนื้อเหล็กสีแดงฉานถูกทุบลงไป อนุภาคมานาบริสุทธิ์สีครามจะแตกกระจายออกเป็นละอองแสงระยิบระยับราวกับหิ่งห้อยในยามค่ำคืน "ฮึๆๆ... ในที่สุด แกก็เปิดมันจนได้สินะ, กิลด์มาสเตอร์รุ่นน้อง..." เรย์พึมพำกับตัวเองเบาๆ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างมีความหมาย ขณะที่สายตาจับจ้องไปยังหน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงสีแดงฉานที่ลอยเด่นอยู่กลางอากาศ หน้าจอที่ถูกล็อกด้วยระบบเข้ารหัสระดับตำนาน ซึ่งบัดนี้ แถบสถานะความคืบหน้าได้วิ่งจนเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นั่นคือ "พ็อกเก็ตเซิร์ฟเวอร์ลับ" ที่บรรจุข้อมูลการปรับแต่งโครงสร้างอาวุธยุคโบราณที่กิลด์ "ซิลเวอร์ฟาง" พยายามปิดตายมาตลอดสามปี ประตูบานนั้นไม่ได้ถูกเปิดด้วยกำลังอันป่าเถื่อนของนักรบ แต่ถูกไขด้วยความประณีตและไหวพริบของช่างตีเหล็กผู้มองเกมทะลุปรโปร่งอย่างเขา *แอ๊ด...* เสียงบานประตูไม้สักทองของห้องตีเหล็กชั้นใต้ดินถูกผลักเปิดออกช้าๆ ลมเย็นยะเยือกพัดพาเอาบรรยากาศตึงเครียดเข้ามาในห้องทันที ร่างสูงโปร่งของคิริล กิลด์มาสเตอร์ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นและไร้ความปรานี ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงธรณีประตู ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นกวาดมองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานซึ่งยังคงฉายภาพโค้ดข้อมูลทางเทคนิคของดาบโบราณสะท้อนอยู่บนเลนส์แว่นของคิริล ไม่มีคำทักทาย ไม่มีคำสมาคม บรรยากาศระหว่างพวกเขาทั้งสองคนเต็มไปด้วยแรงกดดันที่หนาแน่นจนแทบจะควบแน่นเป็นหยดน้ำ เรย์ไม่ได้หันกลับไปมองทันที เขายังคงใช้ค้อนขนาดเล็กเคาะแต่งผิวคมดาบในมือเบาๆ อีกสามครั้ง เพื่อปิดงานชิ้นส่วนสุดท้ายอย่างใจเย็น ก่อนจะวางมันลงบนแท่นวางด้วยความนุ่มนวล "นายมาเร็วกว่าที่ฉันคิดไว้นะ คิริล" เรย์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยรอยยิ้มเจือความขบขัน "นึกว่าจะต้องนั่งจิบชา รอจนกว่ากาแฟในห้องทำงานของนายจะเย็นชืดเสียอีก" คิริลสาวเท้าเข้ามาใกล้แท่นตีเหล็กทีละก้าว ฝีเท้าของเขานิ่งสนิทไร้เสียงสะท้อน ราวกับเงาที่เคลื่อนไหวบนผืนน้ำนิ่ง "ฉันไม่ได้มาเพื่อดื่มชา, เรย์" คิริลเอ่ยเสียงต่ำ นัยน์ตาคมกริบจ้องมองหน้าจอโฮโลแกรมสลับกับใบหน้าเปื้อนเขม่าของช่างตีเหล็กหนุ่ม "และฉันก็ไม่ได้อนุญาตให้ใคร... แม้แต่ช่างฝีมือระดับสูง... เจาะเข้าระบบสำรองของกิลด์โดยพละการ" บรรยากาศในห้องราวกับหยุดนิ่ง อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอจางๆ ความกดดันระดับท็อปเพลเยอร์แผ่ซ่านออกมาจากร่างของกิลด์มาสเตอร์หนุ่ม จนทำให้เศษผงถ่านบนพื้นขยับไหว ทว่า เรย์กลับไม่สะท้านเลยแม้แต่น้อย เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ถอดถุงมือหนังกันความร้อนออกทีละข้างอย่างใจเย็น ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับผู้นำกิลด์ผู้ทรงอิทธิพลด้วยแววตาที่สงบนิ่งและเปี่ยมด้วยความมั่นใจ "พละการงั้นหรือ?" เรย์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก "นายเรียกการกู้คืนข้อมูลที่กำลังจะเน่าตายไปพร้อมกับเซิร์ฟเวอร์เก่าว่าเป็นการละเมิดงั้นเหรอ คิริล? หรือว่านายกลัว... กลัวว่าความจริงที่ว่าดาบเล่มนั้นไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยคำสาป แต่ถูกสร้างขึ้นด้วยความโลภของคนในกิลด์นายเอง... มันจะถูกเปิดเผยออกมากันแน่?" คำพูดนั้นราวกับคมดาบที่พุ่งตรงเข้าเสียบกลางใจของสถานการณ์ คิริลชะงักไปเล็กน้อย กล้ามเนื้อบริเวณกรามกระตุกเกร็งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาสีเทาเข้มหรี่แคบลง รังสีอำมหิตพุ่งวาบออกมาจากแววตานั้นชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะถูกกดให้จมลงไปภายใต้ความเยือกเย็นตามวิสัยของผู้นำ "นายไม่รู้หรอกว่าแบกรับอะไรไว้บ้าง, เรย์" คิริลพ่นลมหายใจออกทางจมูก น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อยแต่ยังคงความแข็งกร้าว "โลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความงดงามของงานศิลปะที่นายหลงใหล มันขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ ความอยู่รอด และอำนาจ... ถ้ากิลด์ 'ซิลเวอร์ฟาง' ล่มสลาย คนนับร้อยจะสูญเสียทุกอย่างที่พวกเขาลงทุนลงแรงมา" "ฉันรู้ดีกว่าใครทั้งหมดแหละ คิริล" เรย์ก้าวเข้าไปประชิดอีกฝ่าย ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือเพียงก้าวเดียว แววตาของช่างตีเหล็กหนุ่มฉายแววความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึก ภายใต้รอยยิ้มร่าเริงตลอดเวลา "เพราะฉันเองก็เคยสูญเสีย 'ทุกอย่าง' ไปแล้วเหมือนกัน... ถึงได้เข้าใจว่า การพยายามปกป้องบางสิ่งด้วยการโกหกตัวเองและคนรอบข้าง มันเหนื่อยยากแค่ไหน" คิริลเงียบงัน ดวงตาสีเทาจ้องมองลึกเข้าไปในนัยน์ตาของเรย์เป็นครั้งแรก เขาไม่ได้มองเห็นความอวดดี หรือความอยากรู้อยากเห็นแบบเด็กๆ ในตัวช่างตีเหล็กคนนี้อีกต่อไปแล้ว สิ่งที่สะท้อนอยู่ในแววตาของเรย์ คือความเชี่ยวชาญ ความเข้าใจในกลไกของเกมอย่างลึกซึ้ง และที่สำคัญที่สุด... คือความจริงใจที่บริสุทธิ์ยิ่งกว่าเหล็กกล้าชั้นดี หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าเปลี่ยนสภาพจากสีแดงเตือนภัย กลายเป็นสีฟ้าครามสดใส ข้อความรายงานสถานะระบบแสดงผลขึ้นมาใหม่อีกครั้งอย่างเป็นทางการ [ระบบประเมินประสิทธิภาพโครงสร้าง: ผ่านสมบูรณ์ 100%] [ทักษะพิเศษ 'หัตถ์เทพแห่งการหลอมรวม' ได้รับการยกระดับสู่เลเวล Max] [เงื่อนไขภารกิจลับ: "การยอมรับแห่งพันธมิตรเหล็ก" สำเร็จลุล่วง] คิริลมองตัวเลขและกราฟฟิกที่แสดงผลอยู่บนจอ เขาเห็นจุดบกพร่องของดาบโบราณที่กิลด์ของเขาแก้ไม่ตกมานานนับปี ถูกเรย์ปรับแต่งโครงสร้างใหม่ด้วยการเพิ่มจุดรับแรงกระแทกเพียงสามจุด ทำให้ประสิทธิภาพของอาวุธพุ่งสูงขึ้นถึง 300% โดยไม่สูญเสียสมดุลแม้แต่น้อย นั่นไม่ใช่แค่ฝีมือ... แต่มันคือปาฏิหาริย์ที่เกิดจากความเข้าใจอย่างแท้จริง มือเรียวยาวของกิลด์มาสเตอร์หนุ่มยกขึ้นช้าๆ ก่อนจะวางลงบนแท่นวางอาวุธข้างๆ กาย เขากวาดสายตามองหน้าเรย์ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งยอมรับ นับถือ และตระหนักว่า บุรุษผู้สวมแว่นตาคนนี้... อันตรายเกินกว่าจะปล่อยให้เป็นแค่ "ช่างซ่อมบำรุง" ธรรมดาเสียแล้ว "นายชนะแล้ว, เรย์" คิริลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ยอมจำนนในที่สุด มุมปากของเขาขยับขึ้นเล็กน้อยในแบบที่แทบจะมองไม่เห็น "ฝีมือของนาย... มันเกินกว่ามาตรฐานของเกมนี้ไปไกลโขแล้วจริงๆ" "ชมกันเกินไปแล้ว กิลด์มาสเตอร์" เรย์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ บรรยากาศรอบตัวผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด เขายื่นมือขวาที่ปราศจากถุงมือออกไปเบื้องหน้า "ถ้าอย่างนั้น... ในฐานะที่นายเริ่มมองเห็นคุณค่าของงานศิลปะชิ้นนี้แล้ว เรามาทำสัญญาหุ้นส่วนกันอย่างเป็นทางการดีไหม?" คิริลมองมือที่ยื่นมาตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือของตนเองเข้าไปจับกระชับแน่น สัมผัสที่อบอุ่นและหนักแน่นสะท้อนถึงความเชื่อใจที่เพิ่งเริ่มต้นก่อตัวขึ้นท่ามกลางความขัดแย้ง รอยร้าวที่เคยมีระหว่างกิลด์ผู้ทรงอำนาจกับช่างตีเหล็กอิสระ บัดนี้ถูกเชื่อมประสานเข้าด้วยกันด้วยความเคารพในฝีมือซึ่งกันและกันอย่างสมบูรณ์แบบ *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนระบบดังขึ้นกังวานในโสตประสาทของทั้งสองคน พร้อมกับหน้าต่างสีทองอร่ามที่เด้งขึ้นมาขวางกั้นระหว่างพวกเขาทั้งสองคนอย่างกะทันหัน [ประกาศจากระบบส่วนกลาง: ตรวจพบการเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์แม่ข่ายระดับสูงจากผู้เล่นภายนอก] [คำเตือน: โครงสร้างข้อมูลลับกำลังถูกดาวน์โหลดไปยังพิกัดที่ไม่รู้จัก...] [บุคคลปริศนา: ผู้เล่นสวมฮู้ดสีดำรหัส 'Zero' ได้ทำการปลดล็อกห้องนิรภัยชั้นที่ 13 สำเร็จ!] คิริลเบิกตากว้าง สีหน้าเย็นชาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงอย่างรวดเร็ว ส่วนเรย์หุบยิ้มฉับพลัน แววตาคมกริบกวาดมองไปที่หน้าต่างระบบด้วยความรู้สึกเย็นวาบที่สันหลัง เพราะชั้นที่ 13... คือห้องเก็บ "ต้นแบบดาบมาร" ที่ควรจะถูกลบหายไปจากเกมตั้งแต่เมื่อสองปีก่อนแล้วไม่ใช่หรือ? ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคมดาบและหยาดเหงื่อไปด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ช่างตีดาบจอมดีดกับกิลด์มาสเตอร์ผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%