"โค้ดระดับแกนกลางนี้ ไม่ควรปรากฏอยู่ในอาวุธระดับสามัญเด็ดขาดครับ คิริล"
ปลายนิ้วของเรย์ลากผ่านอากาศที่ฉายภาพโฮโลแกรมของหน้าต่างระบบ รหัสโค้ดสีแดงฉานนับร้อยบรรทัดกำลังเต้นเร่าเหมือนเส้นเลือดใหญ่ที่กำลังจะปริแตก กลิ่นอายของความผิดปกติแผ่ซ่านออกมาจากตัวดาบเหล็กกล้าไร้สนิมที่วางอยู่บนทั่งตีเหล็ก แสงไฟจากเตาหลอมสะท้อนลงบนแว่นตาเลนส์กลมของเขา เผยให้เห็นดวงตาที่หรี่ลงอย่างใช้ความคิด
ภายในห้องทำงานส่วนตัวใต้ดินของกิลด์ ท้องฟ้าจำลองในเกม VRMMO แห่งนี้ถูกปิดตายด้วยม่านเวทมนตร์ป้องกันการแอบฟัง คิริลยืนกอดอกพิงผนังหินแกรนิต ใบหน้าหล่อเหลาไร้ร่องรอยของรอยยิ้ม ดวงตาสีฟ้าคมกริบมองตรงไปยังรหัสสีแดงเหล่านั้นด้วยความเงียบงันที่น่าอึดอัด
"นายแน่ใจแค่ไหนว่ามันไม่ใช่บั๊กกราฟิกธรรมดา เรย์" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ ร่างสูงใหญ่ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อเปลี่ยนอิริยาบถ ความกดดันจากกิลด์มาสเตอร์ผู้กุมอำนาจครึ่งหนึ่งของเซิร์ฟเวอร์แผ่ออกมาโดยไม่รู้ตัว แต่เรย์คุ้นชินกับมันเสียแล้ว
เรย์หัวเราะในลำคอเบาๆ เขายกประแจเวทมนตร์ขึ้นหมุนเล่นในมือ แก้มนวลมีรอยเปื้อนเขม่าดำจางๆ "ถ้ามันเป็นแค่บั๊กกราฟิก ดาบเล่มนี้คงไม่สามารถเจาะทะลวงเกราะป้องกันเวทระดับตำนานของนายจนเป็นรูโหว่ได้หรอกครับ ในการประลองเมื่อวานนี้... นายเองก็สัมผัสมันได้ไม่ใช่หรือครับ ความรู้สึกที่เหมือนกับตัวละครถูก 'ลบ' ออกจากระบบชั่วเสี้ยววินาทีนั้นน่ะ"
คิริลเงียบไป ดวงตาคมกริบหวนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวาน ความรู้สึกเย็นเยียบที่แล่นพล่านจากปลายนิ้วขึ้นมาถึงต้นคอ มันไม่ใช่ความเสียหายจากการโจมตีปกติ แต่มันคือความผิดเพี้ยนของตรรกะเกมที่พยายามจะลบตัวตนของเขาออกจากเซิร์ฟเวอร์
"มีใครบางคนกำลังเขียนคำสั่งลักลอบแทรกแซงโค้ดเกม" เรย์วางประแจลงบนโต๊ะเสียงดัง *กริ๊ง* น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจัง ไร้ซึ่งความขี้เล่นที่เคยมี "ไม่ใช่การแฮกแบบที่พวกสตรีมเมอร์ชอบทำกัน แต่มันเป็นการฝังรากสคริปต์ไว้ใน 'เบ้าหลอม' ของระบบเกมโดยตรง เหมือนกับมีหนอนบ่อนไส้อยู่ในทีมพัฒนา หรือไม่ก็..."
เรย์เว้นวรรค ดวงตาคู่คมมองสบตากับกิลด์มาสเตอร์
"หรือก็คือ มีใครบางคนกำลังพยายามสร้างโลกใบใหม่ขึ้นมาบนซากของโลกใบนี้" คิริลต่อประโยคให้ด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกยิ่งกว่าเดิม
บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงทันที ความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองคนเริ่มต้นจากการเป็นช่างตีเหล็กจอมกวนประสาทและลูกค้าผู้เคร่งขรึม แต่ผ่านการร่วมเป็นร่วมตายมาหลายต่อหลายครั้ง ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน เรย์หยิบแผ่นกระดาษแพนช์การ์ดเวทมนตร์ขึ้นมาอีกแผ่น มันคือแผนผังการไหลเวียนของมานาทั่วทั้งทวีปที่เขาใช้เวลาสืบเสาะมาตลอดสามคืน
"จากการตรวจสอบเส้นทางการไหลของข้อมูล บั๊กพวกนี้ไม่ได้กระจายแบบสุ่มครับ คิริล" เรย์ใช้ปลายปากกาเวทมนตร์จิ้มลงไปบนจุดสีแดงสามจุดบนแผนผัง "มันถูกกระตุ้นจากดันเจี้ยนระดับสูงที่ถูกปิดตายไปแล้ว และทุกครั้งที่เกิดความผิดปกติ จะมีไอเทِمระดับตำนานหายไปจากคลังสมบัติของกิลด์ใหญ่ๆ โดยไม่มีบันทึกการแลกเปลี่ยน"
"กิลด์ของฉันก็โดน" คิริลเอ่ยแทรกขึ้น ดวงตาหรี่ลง "ดาบเพลิงสุริยะที่เก็บไว้ในห้องนิรภัยระดับสูงสุด หายไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อสามวันก่อน ไม่มีร่องรอยการงัดแงะ ไม่มีล็อกอินแปลกปลอม ระบบบันทึกว่ามัน 'สลายตัวไปเองตามกาลเวลา' ทั้งที่อายุการใช้งานของมันยังเหลืออีกสัปดาห์เต็ม"
เรย์พยักหน้ารับช้าๆ "นั่นแหละคือหลักฐานสำคัญครับ ระบบไม่ได้ผิดพลาด แต่มันถูก 'สั่ง' ให้โกหก"
ช่างตีเหล็กหนุ่มเดินไปหยิบแก้วน้ำชาที่วางอยู่มุมห้อง ยื่นส่งให้กิลด์มาสเตอร์ผู้เคร่งเครียด ก่อนจะพิงสะโพกกับขอบโต๊ะทำงาน "เราต้องลงพื้นที่ครับ คิริล การนั่งดูหน้าจอโฮโลแกรมในห้องใต้ดินนี้ไม่ได้ช่วยให้เราเจอตัวการหรอก ดันเจี้ยนซากปรักหักพังแห่งลืมเลือน (Forgotten Ruins) ที่อยู่ทางตอนเหนือ... ที่นั่นคือจุดกำเนิดของสัญญาณรบกวนทั้งหมด"
คิริลรับแก้วชามาถือไว้ แต่มือไม่ได้ยกขึ้นดื่ม เขามองหน้าเรย์นิ่งนาน "อันตรายเกินไป ดันเจี้ยนนั้นถูกรีเซ็ตระบบใหม่และปรับความยากเป็นระดับมรณะ (Fatal) หลังจากการอัปเดตครั้งใหญ่ ไม่มีใครกล้าเข้าไปเสี่ยงในนั้นเดี่ยวๆ และยิ่งไม่ต้องพูดถึงการสืบสวน"
"เพราะไม่มีใครกล้าเข้าไปไงครับ เราถึงต้องไป" เรย์ยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและความดื้อรั้นอันเป็นเอกลักษณ์ "อีกอย่าง... นายไม่อยากรู้เหรอครับว่าใครกันแน่ที่กล้าเล่นตลกกับโลกที่นายเอาชีวิตเข้าแลกมาตลอดสองปีนี้"
คำพูดนั้นสะท้อนลึกลงไปในจิตใจของคิริล กิลด์มาสเตอร์หนุ่มถอนหายใจออกมาเบาๆ เขายกแก้วชาขึ้นจิบเพื่อกลบเกลื่อนรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ชายคนนี้มักจะมีวิธีทำให้เขายอมจำนนด้วยเหตุผลเสมอ ไม่ใช่ด้วยกำลัง แต่เป็นด้วยความลุ่มลึกและสายตาที่มองทะลุปรุโปร่งทุกสิ่ง
"เตรียมตัวให้พร้อม เราจะออกเดินทางกันตอนเที่ยงคืน" คิริลวางแก้วมาลงบนโต๊ะ ตัดสินใจเด็ดขาด
"รับทราบครับท่านกิลด์มาสเตอร์" เรย์ทำวันทยหัตถ์ยุกยิกอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหันไปหยิบดาบเล่มปัญหาขึ้นมาเพื่อทำการผนึกโค้ดสีแดงเอาไว้ชั่วคราว
แต่ทว่า ในวินาทีที่ปลายนิ้วของเรย์แตะลงที่โคนดาบ เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ไม่มีใครคาดคิดก็ดังขึ้น—*ติ๊ง!*
ไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนปกติ แต่เป็นเสียงกริ่งโลหะที่แหลมสูงจนบาดแก้วหู หน้าต่างสีแดงฉานนับร้อยบานที่ดีดเด้งขึ้นมาพร้อมกันโดยไม่ต้องเรียกใช้งาน บดบังทัศนียภาพทั้งหมดในห้องทำงานจนกลายเป็นทะเลเพลิงดิจิทัล
**[คำเตือนระดับวิกฤต: ตรวจพบการเข้าถึงแกนกลางระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต]**
**[รหัสผู้ใช้งานนิรนาม: กำลังทำการเขียนทับข้อมูลตัวละคร 'เรย์' และ 'คิริล']**
**[เงื่อนไขภารกิจลับระดับ SSS ถูกกระตุ้นโดยอัตโนมัติ: "ผู้สร้างที่ถูกลืมได้ตื่นขึ้นแล้ว"]**
เรย์ชะงักค้าง ประแจในมือร่วงหล่นกระแทกพื้น เสียงโลหะดังสะท้อนก้องในความเงียบ ขณะที่ตัวเลขบนหน้าต่างโฮโลแกรมกำลังนับถอยหลังอย่างรวดเร็วจาก 10... 9... 8...
และก่อนที่สติของทั้งสองคนจะหลุดลอยไปกับกระแสข้อมูลที่ไหลทะลักเข้ามา ประตูห้องทำงานที่ลงเวทมนตร์แน่นหนากลับถูกเปิดออกอย่างไร้เสียง พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามาในความมืด...
...ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปพร้อมกับคมดาบแห่งมิตรภาพนี้นะครับ
ช่างตีดาบจอมดีดกับกิลด์มาสเตอร์ผู้เย็นชา•ตอนที่ 22
นักสืบจำเป็น
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ช่างตีดาบจอมดีดกับกิลด์มาสเตอร์ผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!