กลิ่นอายของสนิมเหล็กและคราบน้ำมันหล่อลื่นเกรดพรีเมียมบนทั่งตีเหล็ก ไม่เคยโกหกใคร... เช่นเดียวกับเจตนาคุกคามที่ลอยอวลปะปนมากับอากาศภายในโรงตีเหล็กเขตตะวันตกของเมืองหลวงอาทาเนีย
"ชิ้นงานชิ้นนี้... ราคาห้าแสนจีเวล และสิทธิ์ขาดทั้งหมดในการครอบครองต้องเป็นของกิลด์ 'เพลิงนิลกาฬ' ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป"
เสียงทุ้มต่ำแต่แฝงด้วยความเย่อหยิ่งของ 'วาลคาร์' รองหัวหน้ากิลด์อันดับหนึ่งดังขึ้น ทำลายสมาธิของเรย์ที่กำลังใช้คหนีบเหล็กกล้าสีแดงฉานออกจากเตาหลอม เปลวไฟสีฟ้าสว่างวาบสะท้อนลงบนแว่นตากันสะเก็ดของช่างหนุ่มผู้มีรอยยิ้มกวนประสาทเป็นเอกลักษณ์ แต่ทว่านัยน์ตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความระแคะระคายเคืองใดๆ ทั้งสิ้น
เรย์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นทันที เขายังคงบรรจงใช้ค้อนรูนสโตนเคาะลงบนดาบยาวในมือด้วยจังหวะ 'สามสั้น หนึ่งยาว' ซึ่งเป็นเทคนิคเฉพาะตัวในการจัดเรียงโครงสร้างโมเลกุลของแร่มีค่า เสียงโลหะกระทบกันกังวานใสราวดนตรี ก่อนที่เขาจะวางค้อนลงบนแท่นอย่างใจเย็น แล้วจึงค่อยๆ ถอดถุงมือหนังกันความร้อนออกที-ละ-ข้าง
"ยินดีต้อนรับครับ คุณวาลคาร์... แต่อภัยด้วยนะฃครับ พอดีว่าดาบเล่มนี้มีเจ้าของที่จองคิวไว้ล่วงหน้าสามเดือนแล้ว และต่อให้คุณเอาเงินมากองท่วมหัวผมจนมิดหลังคา เรย์คนนี้ก็ไม่มีทางขายงานศิลปะให้คนที่แยกไม่ออกระหว่าง 'มูลค่า' กับ 'ราคา' หรอกครับ"
รอยยิ้มของเรย์ยังคงสดใส แต่น้ำเสียงที่ตอบกลับไปนั้นราบเรียบและเฉียบคมราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับ วาลคาร์ขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามปูดโปน เงินสดมหาศาลนับล้านที่กิลด์ใหญ่ทุ่มลงมาในเกม VRMMO 'Eternity Online' นี้ ไม่เคยล้มเหลวในการซื้อความภักดีของผู้เล่นคนใดมาก่อน โดยเฉพาะพวกช่างฝีมืออิสระที่มักจะดิ้นรนหาทุนในการอัปเกรดเตาหลอม
แต่เรย์... ชายหนุ่มผู้เล่นสายผลิตที่แหวกทุกกฎเกณฑ์ กลับทำตัวเหนือความคาดหมายอยู่เสมอ
"แกอย่ามาเล่นตัวให้มันมากนักนะ เรย์!" วาลคาร์ก้าวเข้ามาประชิดขอบหน้าต่างร้าน ดวงตาภายใต้ฮู้ดสีดำสนิทหรี่ลงอย่างอันตราย "คิดว่ามีกิลด์ 'เงาอัศวิน' คอยหนุนหลังอยู่แล้วจะกร่างได้งั้นรึ? คิริลมันก็แค่ไอ้พวกบ้าความสมบูรณ์แบบที่วันๆ เอาแต่ก้มหน้าฟาร์มดันเจี้ยน มันไม่มีปัญญาจ่ายเงินซื้อความสุขสบายให้แกแบบที่เราเสนอหรอ—"
"ขอโทษทีนะครับที่ขัดจังหวะการขายตรง..."
เสียงทุ้มเย็นชาดังขึ้นจากมุมมืดบริเวณประตูทางเข้าโรงตีเหล็ก คิริล ก้าวเท้าเข้ามาในแสงสว่างอย่างเชื่องช้า ชุดเกราะสีเงินยวงประดับตราสัญลักษณ์กิลด์เงาอัศวินสะท้อนแสงไฟจากเตาหลอมเป็นประกายเย็นเยียบ นัยน์ตาสสีเทาเข้มคู่นั้นมองวาลคาร์ด้วยหางตา ราวกับกำลังมองฝุ่นละอองที่เกาะอยู่บนรองเท้าบูท
"คิริล!" วาลคาร์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเย่อหยิ่งดังเดิม "แกมาทำอะไรที่นี่? หรือว่ากิลด์ถังแตกของแกไม่มีปัญญาจ่ายค่าจ้างซ่อมเกราะ จนต้องมาขอเศษเหล็กจากช่างกระจอกคนนี้?"
คิริลไม่ได้สนใจคำสบประมาทนั้น สายตาคมกริบกวาดมองไปที่ดาบยาวบนโต๊ะทำงานของเรย์ รอยหยักของลายตีเหล็กบนเนื้อดาบปรากฏเป็นลวดลายเกล็ดมังกรซับซ้อน ซึ่งบ่งบอกถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด มันไม่ใช่แค่ไอเทมเพิ่มสเตตัส แต่มันคือผลงานจิตวิญญาณที่ผ่านการคำนวณอัตราความต้านทานเวทมนตร์มาอย่างแม่นยำ
"ฉันไม่ได้มาขอเศษเหล็ก..." คิริลกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไร้ซึ่งความลังเล "ฉันมาเพื่อมารับ 'งาน' ที่สั่งไว้ และต่อให้เพลิงนิลกาฬจะทุ่มเงินซื้อเซิร์ฟเวอร์นี้ทั้งใบ เรย์ก็ไม่มีวันขายของให้พวกที่ใช้เงินแก้ปัญหาโดยไร้ซึ่งเกียรติยศอย่างพวกแกหรอก"
บรรยากาศภายในโรงตีเหล็กอุณหภูมิลดฮวบลงทันที ความร้อนจากเตาหลอมดูเหมือนจะถูกแช่แข็งด้วยแรงกดดันมหาศาลจากผู้เล่นระดับท็อปทั้งสองฝ่ายที่กำลังเผชิญหน้ากัน เรย์ยืนกอดอกพิงชั้นวางขวดโพชั่น มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกสนุก เขารู้ดีว่าการปะทะกันครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของดาบเล่มเดียว แต่มมันคือการงัดข้อกันระหว่าง 'ทุนหนาไร้ขีดจำกัด' กับ 'ศักดิ์ศรีแห่งนักรบและช่างฝีมือ'
"หึ! ดี... ดีมาก!" วาลคาร์แค่นหัวเราะในลำคอ สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว "พวกแกคิดว่ามีฝีมือแล้วจะอยู่ค้ำฟ้าได้งั้นสิ? จำคำของฉันเอาไว้... ดาบเล่มนี้ หรือแม้แต่กิลด์เงาอัศวินของแก คิริล... จะไม่มีทางได้ก้าวเท้าเหยียบเข้าสู่เขตสงครามกิลด์วอร์ในสัปดาห์หน้าอย่างไร้รอยขีดข่วนแน่!"
สิ้นคำขู่ วาลคาร์สะบัดผ้าคลุมเดินกระแทกเท้าออกไปจากร้าน พร้อมกับลูกน้องอีกสี่คนที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านนอก แรงกระแทกจากการปิดประตูทำให้ขวดแก้วบนชั้นวางสั่นไหวเล็กน้อย
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง เรย์ถอนหายใจยาวออกมาก่อนจะเดินไปหยิบแก้วน้ำชาที่ชงทิ้งไว้ขึ้นมาจิบเบาๆ
"คุณนี่นะ... ชอบหาเรื่องใส่ตัวอยู่เรื่อยเลย คิริล" เรย์เอ่ยแซะด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ "รู้ไหมว่าการที่กิลด์ใหญ่อันดับหนึ่งประกาศสงครามทางอ้อมกับผม มันทำให้ค่าเช่าที่ร้านผมอาจจะแพงขึ้นเป็นสองเท่าในเดือนหน้า"
คิริลหันกลับมามองช่างตีเหล็กหนุ่ม แววตาที่เคยเย็นชากลับฉายประกายความอ่อนโยนขึ้นวูบหนึ่งอย่างรวดเร็ว—รวดเร็วเสียจนแทบจะจับสังเกตไม่ได้
"ถ้าพวกมันกล้าแตะต้องร้านนายแม้แต่ปลายเล็บ... ดาบทุกเล่มที่ฉันถืออยู่ จะถูกใช้เพื่อกวาดล้างกิลด์เพลิงนิลกาฬให้หายไปจากแผนดตầnนี้" คิริลพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังไร้ซึ่งการล้อเล่น
เรย์ชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าจางหายไปแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก มันไม่ใช่แค่ความประทับใจ แต่มันคือความรู้สึกของการมี 'สหาย' ที่พร้อมจะยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่ในโลกเสมือนจริงที่เต็มผลประโยชน์แห่งนี้
ทันใดนั้นเอง... เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็ดังขึ้นก้องกังวานไปทั่วทั้งเมืองหลวงอาทาเนีย หน้าต่างระบบสีแดงฉานดีดเด้งขึ้นมากลางอากาศตรงหน้าของคนทั้งสองโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า
[ระบบประกาศฉุกเฉินระดับเซิร์ฟเวอร์]
[ตรวจพบการบุกรุกของ "ดันเจี้ยนเบรก" ระดับภัยพิบัติ (Disaster Class): ราชันย์อสูรเหล็กไหลลืมตาตื่น ณ เหมืองร้างใต้ดินเขต 4]
[คำเตือน: ผู้เล่นที่อยู่ในรัศมี 10 กิโลเมตรทั้งหมด จะถูกล็อกสถานะการเคลื่อนย้าย และไม่สามารถออกจากเกมได้จนกว่าจะสิ้นสุดเหตุการณ์]
คิริลขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความบนหน้าจอระบบ ก่อนที่นัยน์ตาของเขาจะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นบรรทัดสุดท้ายที่ปรากฏขึ้นตามมา
[เงื่อนไขพิเศษเฉพาะตัว: ตรวจพบไอเทม "ต้นแบบดาบเพลิงนิลกาฬ" ภายในพื้นที่ใกล้เคียง ราชันย์อสูรเหล็กไหลกำลังมุ่งตรงมายังจุดพิกัด "โรงตีเหล็กของเรย์" ด้วยความโกรธแค้นขั้นสุด!]
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของผมเสมือนดั่งคมดาบที่ผ่านการตีซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแกร่งกล้า ขอบคุณจากใจจริงครับ
ช่างตีดาบจอมดีดกับกิลด์มาสเตอร์ผู้เย็นชา•ตอนที่ 10
การขัดขวางของผู้เล่นสายเปย์
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ช่างตีดาบจอมดีดกับกิลด์มาสเตอร์ผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!