"คุณรู้อะไรไหม รินรดา... วันที่ผมถูกแม่แท้ๆ ทิ้งไว้ข้างกองขยะหลังคาสลัมกลิ่นเน่าเฟะตอนอายุแปดขวบ ผมสาบานกับตัวเองว่าชาตินี้จะไม่ยอมก้มหัวให้ใคร และจะไม่มีวันปล่อยให้ผู้หญิงหน้าไหนเข้ามามีอิทธิพลเหนือหัวใจเฮงซวยนี่อีกเด็ดขาด!"
เสียงคำรามต่ำลอดไรฟันของคาร์ลอสยังคงก้องกังวานบาดลึกอยู่ในความเงียบงัน ร่างสูงใหญ่ที่ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงในเสี้ยววินาทีก่อนหน้า กำลังสั่นเทาด้วยแรงโทสะที่เจ้าตัวพยายามกดขี่ไว้ แววตาที่เคยเจือประกายความอ่อนโยนเมื่อครู่ บัดนี้แปรเปลี่ยนกลับเป็นความเหี้ยมเกรียมและดุดันดั่งพญามัจจุราช แววตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความตื่นตระหนกที่เผลอเปิดเผยแผลเป็นเน่าเฟะในอดีตออกมาให้หญิงสาวเบื้องหน้าล่วงรู้
รินรดาชะงักงัน ลมหายใจของเธอกระตุกวูบ ความหวาดกลัวที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึงระคนเวทนา เมื่อครู่... เขาไม่ได้แค่หลุดปากพูด แต่มันคือรอยร้าวลึกในตัวตนของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่ถูกซ่อนเร้นไว้ภายใต้หน้ากากความโหดเหี้ยม
"คาร์ลอส..." เสียงของเธอนุ่มนวลและสั่นพร่าโดยไม่ตั้งใจ
"หุบปาก!" เขาตวาดลั่น ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอด้วยความเร็วราวกับเสือชีตาห์ที่ขย้ำเหยื่อ มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวทั้งสองข้างแล้วบีบแน่นจนเนื้อตัวสั่นสะท้าน แรงอารมณ์ที่พลุ่งพล่านทำให้เขาขาดความยั้งคิด ร่างบางถูกเหวี่ยงจนแผ่นหลังกระแทเข้ากับผนังห้องนอนหรูหราอย่างแรง แต่ความเจ็บปวดทางกายยังเทียบไม่ได้กับความเจ็บปวดจากแววตาดุดันที่จ้องมองมาดั่งจะกินเลือดกินเนื้อ
"คุณรู้อะไร... คุณรู้อะไรเกี่ยวกับผมอีก!" คาร์ลอสคำรามใส่หน้าเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวปะทะเข้ากับแก้มเนียน ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกล่วงล้ำเขตแดนลับแล "คิดจะเอาเรื่องนี้ไปใช้ต่อรองงั้นเหรอ? คิดจะใช้ความสมเพชเวทนามาควบคุมผมเหมือนที่คนพวกนั้นเคยทำงั้นสิ!"
"ฉันไม่เคยคิดแบบนั้น!" รินรดาตวาดกลับอย่างเหลืออด ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง เธอใช้มือทั้งสองข้างดันแผงอกกว้างที่กำยำเอาไว้ แม้ตัวจะเล็กกว่าแต่แรงใจและความเด็ดเดี่ยวทำให้เธอยืนหยัดเผชิญหน้า "คุณมันคนบ้า! เอาแต่คิดว่าคนอื่นจะทำร้ายคุณ เอาแต่ใช้ความรุนแรงผลักไสทุกคนออกไป... ทั้งที่จริงๆ แล้วคนที่น่าสมเพชที่สุดก็คือตัวคุณเองต่างหาก!"
เพี๊ยะ!
สิ้นคำพูดของเธอ ฝ่ามือหนาก็ฟาดลงบนอากาศข้างใบหูของเธออย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น คาร์ลอสหยุดมือไว้ได้ทันก่อนที่มันจะกระทบเข้ากับแก้มเนียน แต่แรงลมจากการเหวี่ยงทำให้เส้นผมของรินรดาปลิวไสว ร่างสูงใหญ่ค้ำยันแขนทั้งสองข้างปิดกั้นทางหนีของเธอไว้กับผนัง หน้าอกแกร่งกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงตามจังหวะลมหายใจที่หอบกระชั้น
ระยะห่างระหว่างเขากับเธอนั้นใกล้จนแทบหลอมละลาย กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นอายอันตรายแผ่ซ่านจนน่าอึดอัด แต่ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบขาดใจ แรงดึงดูดมืดมนบางอย่างกลับพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ดวงตาคมกลาบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่เริ่มถูกแทนที่ด้วยเพลิงสวาทที่แผดเผาจากข้างใน คาร์ลอสแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและหยาดหยดความปรารถนาอันบิดเบี้ยว
"ปากเก่งนักนะ..." เสียงของเขาแหบพร่าลง แรงกดดันรอบตัวเปลี่ยนทิศทางจากความเหี้ยมเกรียมกลายเป็นความเร่าร้อนดุดันที่พร้อมจะกลืนกิน "ในเมื่อเธออยากรู้นักว่าผมมันคนบ้าแค่ไหน... งั้นผมจะทำให้เธอจำไปจนวันตายเลยว่า อย่าได้อาจหาญมาสั่งสอนคนอย่างคาร์ลอส!"
สิ้นเสียงคำรามต่ำ รินรดาก็ไม่มีโอกาสได้เอื้อnเอ่ยคำใดออกมาอีกริมฝีปากหนาก็ตอบรับและบดขยี้ลงมาบนเรียวปากอิ่มของเธอทันทีอย่างไร้ความปรานี รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความดุดันและโกรธเกรี้ยว ค่อยๆ ทวีความเร่าร้อนและลึกซึ้งขึ้นตามแรงปรารถนาที่ควบคุมไม่ได้ มือหนาที่เคยบีบต้นแขนเธอเปลี่ยนเป็นเลื่อนมากดท้ายทอยบังคับให้เธอเงยหน้ารับสัมผัสอันดุเดือด ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รินรดาสส่งเสียงประท้วงอู้อี้ในลำคอ พยายามเบือนหน้าหนีแต่ก็ไร้ผล เมื่อวงแขนแข็งแกร่งราวกับคีมเหล็กโอบรัดเอวบางเข้าหาตัวจนแนบชิด ไม่มีช่องว่างให้อากาศแม้แต่น้อย
สัมผัสจากมือใหญ่ที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังผ่านเนื้อผ้าบางเบา ทำให้ผิวEกกายของเธอสั่นสะท้าน ความโกรธเกรี้ยวที่เคยมีเริ่มละลายหายไปกับรสจูบที่ร้อนระอุ ร่างกายของเธอทรยศด้วยการตอบสนองต่อสัมผัสอันช่ำชองและเปี่ยมด้วยพลังอำนาจของเขา หัวใจเต้นรัวระทึกราวกับจะหลุดออกมานอกอก
คาร์ลอสถอนริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย ปล่อยให้หอบหายใจรดกัน ใบหน้าของเขาคมคายขึ้นด้วยเงาความมืดมิดในแววตา มือหนาเลื่อนต่ำลงมาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกทีละเม็ดอย่างใจเย็น ท่ามกลางสายตาที่ตื่นตระหนกแต่ยอมจำนนของหญิงสาว
"คาร์ลอส... อย่า..." เธอเอ่ยห้ามเสียงสั่นพร่า มือเรียวยกขึ้นแตะแผงอกเปลือยเปล่าของเขาเพื่อหน่วงเหนี่ยว แต่สัมผัสนั้นกลับยิ่งเติมเชื้อเพลิงให้ไฟสวาทในตัวเขาโหมกระพือหนักขึ้น
"สายไปแล้วรินรดา..." เขา,กระซิบชิดริมฝีปากของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นเต็มไปด้วยความต้องการ "เธอกระตุ้นมันขึ้นมาเอง... เธอก็ต้องรับผิดชอบ"
ร่างบางถูกอุ้มลอยขึ้นจากพื้นด้วยพละกำลังมหาศาล รินรดาร้องอุทานด้วยความตกใจ รีบเกาะเกี่ยวลำคอแกร่งไว้โดยอัตโนมัติ ก่อนที่แผ่นหลังของเธอจะสัมผัสกับความนุ่มของเตียงนอนขนาดใหญ่ในห้องนอน
คาร์ลอสตามทาบทับลงมาทันที น้ำหนักตัวที่สมส่วนเต็มไปด้วยมัดกล้ามทาบทับลงมาตรึงเธอไว้ใต้ร่าง ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันทุกสัดส่วน ความร้อนจากผิวกายทะลุผ่านเนื้อผ้าแผดเผาจนแทบหลอมละลาย รสจูบครั้งใหม่เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งด้วยความนุ่มนวลขึ้นแต่ลึกซึ้งและวาบหวามกว่าเดิม มือหนาไล่สำรวจไปทุกอณูผิว ปลุกเร้าความรู้สึกที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้จิตใต้สำนึกของเธอให้ตื่นขึ้น
เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดประสานกับเสียงครางแผ่วเบาในลำคอ ท่ามกลางแสงไฟสลัวสาดส่องกระทบเรือนร่างที่บิดเร้าด้วยแรงปรารถนา คาร์ลอสถ่ายทอดความเจ็บปวด ความโดดเดี่ยว และความโหยหาทั้งหมดผ่านสัมผัสอันเร่าร้อนและดุดัน ขณะที่รินรดาก็ตอบรับทุกจังหวะการเคลื่อนไหวด้วยหัวใจที่ยอมจำนนต่ออิทธิพลของเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ค่ำคืนนี้ไม่มีคำว่าปรานี มีเพียงไฟสวาทที่แผดเผาจนโลกทั้งใบมอดไหม้
เนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่พายุอารมณ์โหมกระหน่ำจนสงบลง ร่างทั้งสองนอนแนบชิดกันอยู่บนเตียงยับยู่ยี่ ลมหายใจเริ่มกลับมาสม่ำเสมอ คาร์ลอสใช้แขนข้างหนึ่งโอบกอดเอวบางของเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหายวับไปกับตา ใบหน้าคมคายซบลงที่ลาดไหล่เนียน เปลือกตาปิดสนิท
รินรดาลืมตาขึ้นในความมืด มือเรียวยกขึ้นลูบเส้นผมสีเข้มของเขาอย่างแผ่วเบา ความรู้สึกซับซ้อนตีวนอยู่ในอก ทั้งโกรธ ทั้งรัก ทั้งเวทนา และหวาดกลัว
ทว่า... ในวินาทีที่เธอคิดว่าความตึงเครียดทั้งหมดได้คลี่คลายลงแล้วนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝีหนาหนักหลายคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าห้องนอน V.I.P. ของเพนต์เฮาส์ ตามด้วยเสียงเคาะประตูรัวกระหน่ำอย่างเร่งรีบและไร้มารยาท!
"นายครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เสียงลูกน้องคนสนิทตะโกนผ่านประตูดังเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "คุณหญิงแม่ของนาย... กำลังเดินทางมาที่นี่ครับ!"
คาร์ลอสลืมตาโพรงขึ้นในทันที แววตาที่เพิ่งผ่อนคลายแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมและเย็นชาถึงขีดสุดในเสี้ยววินาที ร่างสูงผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อต
ฝากกดติดตามและเป็นกำลังใจให้ "ธานินทร์แดนเถื่อน" ด้วยนะครับ
เดทติดลบกับมาเฟียร้าย•ตอนที่ 17
คำสารภาพที่ไม่ได้เอ่ย
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดทติดลบกับมาเฟียร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!