กลิ่นหอมจางๆ ของดอกมะลิยังคงลอยวนอยู่ในห้องนอนชุดหรูเพนต์เฮาส์ใจกลางมหานคร แต่มันกลับไร้ซึ่งความหมายเมื่อความว่างเปล่าเข้ากัดกินหัวใจ คาร์ลอสยืนนิ่งเป็นรูปปั้นหินอยู่เบื้องหน้าเตียงนอนขนาดคิงไซส์ที่ยับยู่ยี่ ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขาไหวสะท้อนตามจังหวะลมหายใจที่กระชากกระชั้นด้วยความโกรธเกรี้ยว ผิวกายของเขายังคงจดจำสัมผัสอันนุ่มเนียนและเสียงครางแผ่วเบาของรินรดาได้ทุกตารางนิ้ว ทว่าเวลานี้ สิ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่บนหมอนใบนั้นไม่ใช่เรือนร่างเย้ายวนของเธอ แต่กลับเป็นวัตถุชิ้นเล็กๆ ที่เปล่งประกายเย็นชาบาดตา
สร้อยเพชรน้ำงาม—เส้นที่เขาเคยสวมให้เธอด้วยมือของตัวเองเมื่อคืนก่อน ถูกถอดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ เคียงคู่กับกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่เขียนด้วยลายมือคุ้นตา
คาร์ลอสเอื้อมมืออันสั่นเทาหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมา หัวใจของมาเฟียผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรงราวกับถูกหมัดเหล็กซัดเข้าที่ลิ้นปี่ นัยน์ตาสีเทาเข้มกวาดมองข้อความสั้นๆ บนกระดาษด้วยแววตาที่ลุกโชนไปด้วยไฟบรรלט
*"ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง... แต่ฉันไม่อาจเป็นสิ่งของในกรงทองของคุณได้อีกต่อไปแล้ว ลาก่อน... คาร์ลอส"*
"หึ... คิดจะหนีงั้นเหรอ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดไรฟันออกมาด้วยความเคียดแค้น มันไม่ใช่แค่ความโกรธ แต่มันคือความรู้สึกเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก—ความรู้สึกที่เขาพยายามฝังกลบมันมาตลอดชีวิต ความหวาดกลัวที่จะถูกทอดทิ้งกำลังแปรเปลี่ยนเป็นความคลุ้มคลั่ง
เขาขยำกระดาษแผ่นนั้นในมือจนยับยู่ยี่ก่อนจะเหวี่ยงมันทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดี ดวงตาคมกราบกรานกวาดมองไปรอบห้อง เพื่อหาเบาะแสทุกอย่างที่หญิงสาวอาจหลงเหลือไว้ ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าฉับๆ ไปยังตู้เสื้อผ้า พบว่าเสื้อผ้าของเธอหายไปจนเกือบหมด เหลือเพียงชุดนอนผ้าไหมสีดำที่เธอสวมในค่ำคืนแห่งความเร่าร้อนเมื่อวานนี้—ค่ำคืนที่พวกเขาร่วมรักกันอย่างดุเดือดและแนบแน่น บนเตียงหลังนี้ เธอกรีดร้องเรียกชื่อเขาด้วยความสุขสม ร่างกายของทั้งคู่หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางความมืดมิดและเสียงหอบหายใจกระเส่า เธอยอมจำนนต่อสัมผัสของเขา ยอมให้เขาครอบครองทุกสัดส่วนด้วยความเต็มใจ... หรือนั่นเป็นเพียงแค่การแสดงละครตบตาเพื่อให้เขายตายใจเท่านั้น!
ความคิดนั้นทำให้คาร์ลอสแค่นหัวเราะออกมาอย่างเยียบเย็น รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหนา มือแกร่งคว้าโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูขึ้นมากดโทรหาลูกน้องคนสนิททันทีด้วยน้ำเสียงที่เหี้ยมเกรียมและเต็มไปด้วยอำนาจมืด
"ส่งคนไปปิดทุกสนามบิน ทุกท่าเรือ และสถานีขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศตอนนี้! และเช็คกล้องวงจรปิดรอบคอนโดมิเนียมย้อนหลังไปสามชั่วโมง ใครก็ตามที่ช่วยเธอนหนี... จัดการมันซะ!"
เขาสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดก่อนจะกดตัดสาย ดวงตาคมกริบมองลอดกระจกใสบานใหญ่ที่สะท้อนภาพเมืองเบื้องล่างที่ยังคงหลับใหล ภาพความทรงจำเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนผุดขึ้นมาในหัว สมองของเขายังคงจดจำรสสัมผัสอันหวานล้ำและกลิ่นกายหอมกรุ่นของรินรดาได้อย่างชัดเจน ทุกรอยจูบที่เขาประทับลงบนผิวเนียนนุ่ม ทุกแรงกระแทกกระทั้นที่หลอมละลายทิฐิของหญิงสาวให้กลายเป็นความอ่อนระทวย ริมฝีปากที่เผยอครางด้วยความวาบหวามและดวงตาที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสุขสม... เธอกล้าดียังไงถึงกล้าทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วสะบัดก้นหนีผู้ชายอย่างเขาไปอย่างไร้เยื่อใย
"เธอคิดว่าตัวเองบินหนีพ้นเงื้อมมือฉันคนนี้จริงๆ งั้นเหรอ..." คาร์ลอสพึมพำกับความว่างเปล่า แววตาของนักล่าตวัดวาววับด้วยความกระหายที่จะได้ไล่ล่า
ในขณะเดียวกัน ที่สถานีรถไฟชานเมืองที่เงียบสงบและมืดทึบ รินรดากำลังกอดกระเป๋าเดินทางใบเล็กแน่น เนื้อตัวของเธอสั่นเทาด้วยความหนาวเหน็บและหวาดกลัว ใบหน้าหวานซีดเผือดไร้สีเลือด หยาดน้ำตาคลอหน่วยดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า เธอเลือกที่จะเดินออกมาจากกรงทองอันหรูหรา แม้จะรู้ดีว่าหนทางข้างหน้าจะมีอะไรรออยู่ แต่เธอก็ไม่อาจทนอยู่เป็นตุ๊กตาบำเรอทางอารมณ์ของมาเฟียผู้ไร้หัวใจคนนั้นได้อีกต่อไปแล้ว
เสียงประกาศรถไฟเที่ยวสุดท้ายดังขึ้นแว่วๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่วังเวง รินรดากลืนน้ำฝาดเหนียวหนืดลงคอ เธอกำลังจะก้าวเท้าเดินต่อไปยังชานชาลา ทว่า... ฝีเท้าของเธอกลับต้องชะงักงัน ราวกับถูกตรึงไว้กับพื้นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าหนักหน่วงและมั่นคงดังสะท้อนก้องกังวานมาจากความมืดเบื้องหลัง
*ตึง... ตึง... ตึง...*
เสียงรองเท้าหนังราคาแพงกระทบพื้นปูนดังชัดเจนทีละก้าว... ช้าๆ แต่หนักหน่วง ทรงพลัง และคุกคามจนหัวใจของหญิงสาวร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม รินรดานิ่งค้าง ลมหายใจสะดุดกักค้างไว้ในลำคอ สมองขาวโพลนด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
กลิ่นน้ำหอมคุ้นจมูกผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูกก่อนที่ร่างสูงใหญ่คุ้นตาจะก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังเธอในระยะประชิด ไออุ่นจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านเข้ามาห่อหุ้มแผ่นหลังบางจนเธอรู้สึกได้ถึงความร้อนระอุที่แผดเผา
มือแกร่งดั่งคีมเหล็กเอื้อมคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวของเธออย่างรวดเร็วจนไม่มีโอกาสได้ตั้งตัว แรงบีบมหาศาลนั้นทำเอาเธอสะท้านเฮือกด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่ร่างของเธอจะถูกกระชากกลับหลังเข้าสู่อ้อมอกแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างแรงจนแผ่นหลังแนบชิดกับอกกว้างที่กำลังกระเพื่อมไหวด้วยความโกรธ
ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหง พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่า เยียบเย็น และดุดันราวกับมัจจุราชที่ดังชิดใบหู จนทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"คิดจะหนีไปไหนล่ะ... ที่รักของฉัน?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์อันมืดมนนี้ด้วยกันนะครับ
เดทติดลบกับมาเฟียร้าย•ตอนที่ 29
ร่องรอยของการจากลา
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดทติดลบกับมาเฟียร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!