คาร์ลอสบดขยี้แก้วคริスタルในมือจนเศษแก้วคมกริบบาดลึกเข้า
เนื้อผิวฝ่ามือ เลือดสีเข้มไหลซึมผสมกับน้ำแอมเบอร์ในแก้วที่แตกกระจาย
แต่ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความว่างเปล่าเสียดแทงที่กำลังกัดกินขั้วหัวใจของเขาในวินาทีนี้
"เธอคิดจะไปจากฉันจริงๆ สินะ... รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำพึมพำกับความมืดมิดในห้องทำงานส่วนตัว
สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวป่าทอดมองไปยังความว่างเปล่าตรงหน้า
พื้นที่ข้างกายที่เคยมีร่างบอบบางนอนขดตัวด้วยความหวาดระแวง
บัดนี้เหลือเพียงความเย็นเยียบและกลิ่นกายจางๆ ที่ติดตรึงอยู่บนหมอน
ตลอดชีวิตสามสิบห้าปีที่ผ่านมา...
คาร์ลอสเติบโตมาในโลกสีเทาที่ขับเคลื่อนด้วยอำนาจ กระสุนปืน และผลประโยชน์
เขาถูกสอนให้ตัดขาดจากความผูกพัน ถูกหล่อหลอมให้เป็นสัตว์ป่าผู้ไร้หัวใจ
เพราะความอ่อนโยนคือจุดตาย และความรักคือพันธนาการที่พร้อมจะรัดคอให้ตายตกไปตามกัน
เขาเคยคิดว่าผู้หญิงทุกคนเป็นเพียงหมากบนกระดาน เป็นสิ่งของที่ซื้อหาได้ด้วยเงินตรา
และรินรดาเองก็ควรจะเป็นแค่หนึ่งในเกมสนุกที่เขาจะเขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้
แต่วินาทีที่เธอยื่นคำขาดและหันหลังให้...
หัวใจที่ด้านชามาตลอดชีวิตของเจ้าพ่อใหญ่กลับกระตุกวูบราวกับมีใครเอามีดมาควักออกไปสดๆ
มันไม่ใช่แค่ความโกรธเกรี้ยวที่ถูกขัดใจ แต่มันคือความตระหนักรู้ที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในชีวิต
— เขาขาดผู้หญิงคนนี้ไม่ได้
เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหลังเงาสลัว
ลูกน้องคนสนิทโค้งตัวลงต่ำด้วยความหวาดหวั่นเมื่อเห็นสภาพนายเหนือหัว
"นายครับ... ทีมตามสะกดรอยรายงานว่า คุณรินรดาขึ้นรถไฟเที่ยวตีสองมุ่งหน้าสู่เขตชายแดนแล้วครับ จะให้สกัดกั้นเลยไหมครับ"
คาร์ลอสหันขวับ ดวงตาดุร้ายวาวโรจน์ขึ้นด้วยโทสะและห้วงอารมณ์ที่ปั่นป่วนจนเกินควบคุม
บาดแผลที่มือยังคงมีเลือดหยดติ๋ๆ ลงบนพรมราคาแพง แต่เขาหาได้ใส่ใจไม่
ความกลัวที่ถูกฝังกลบไว้ใต้จิตใต้สำนึกกำลังตื่นขึ้นมาแผดเผา
— กลัวที่จะสูญเสีย... กลัวที่จะต้องกลับไปอยู่ความมืดมิดที่ไร้ซึ่งแสงสว่างอย่างแท้จริง
"ไม่ต้อง! เตรียมเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวของฉัน... ฉันจะไปรับเธอกลับมาด้วยตัวเอง"
คำสั่งเฉียบขาดดังก้อง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่พุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วปานพายุ
เครื่องยนต์ของเฮลิคอปเตอร์คำรามก้องฝ่าความมืดของรัตติกาล
มุ่งหน้าสู่จุดหมายด้วยแรงปรารถนาอันบ้าคลั่งที่จะฉุดรั้งดวงใจของตนเองกลับคืนสู่อ้อมอก
เวลาตีสาม บนขบวนรถไฟสายเก่าที่โคลงเคลงไปตามรางเหล็ก
รินรดานั่งกอดเข่าอยู่ริมหน้าต่าง มองทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่เลือนรางผ่านสายตา
หยาดน้ำตาแห้งเหือดไปนานแล้ว เหลือเพียงความเด็ดเดี่ยวในแววตาคู่สวยที่ตั้ง
มั่นว่าจะหนีให้พ้นจากกรงทองแห่งความตายนี้เสียที
ทว่า สัญชาตญาณบางอย่างกลับกรีดร้องเตือนภัยในวินาทีที่อากาศรอบตัวเริ่มแปรปรวน
*บรืนนนนน—!*
เสียงเครื่องยนต์เจ็ตขนาดใหญ่คำรามก้องอยู่เหนือหลังคาโบกี้รถไฟ
แรงลมมหาศาลจากการพัดกระหน่ำทำเอาตัวรถไฟสั่นสะเทือนไปทั้งขบวน
ผู้โดยสารต่างแตกตื่นส่งเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจ
รินรดาลุกขึ้นยืนอย่างงุนงง ก่อนที่ประตูเชื่อมโบกี้จะถูกถีบพังกระเด็นด้วยพละกำลังมหาศาล!
ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทก้าวเข้ามาท่ามกลางความโกลาหล
แผ่นอกกว้างกระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจ ร่างกายกำยำแผ่รังสีอำมหิตที่กดดันให้ทุกคนในโบกี้ต้องถอยร่น
ดวงตาสสีเข้มคู่นั้นกวาดมองหาเป้าหมายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างบางสั่นเทาของเธอ
"คิดจะหนีฉันไปไหน... รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมานั้นเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและแรงหึงหวงที่ระอุถึงขีดสุด
รินรดาผถอยหลังกรูจนแผ่นหลังชนกระจกหน้าต่างหนAทางตัน
เธอยังไม่ทันได้เปล่งเสียงสักคำ ร่างสูงก็พุ่งเข้าประชิดด้วยความเร็วปานเสือชีตาร์
มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กแล้วบีบแน่นจนเธอต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวด
"ปล่อยนะ! ปล่อยฉัน!" เธอดิ้นรนสุดแรงเกิด กำปั้นเล็กๆ ระดมทุบลงบนอกแกร่ง
แต่คาร์ลอสหาได้สะทกสะท้านไม่ เขากลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอด้วยมือเพียงข้างเดียวตรึงไว้เหนือศีรษะ
ส่วนมืออีกข้างโอบเอวคอดกิ่วเข้าประชิดแนบแน่นจนแทบไม่เหลือช่องว่างให้อากาศผ่าน
แรงดึงดูดระหว่างทั้งคู่ปะทะกันอย่างรุนแรงราวกับระเบิดเวลา
กลิ่นอายบุหรี่ราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นเลือดจางๆ จากแผลที่มือของเขา
ทำเอารินรดาสعาดลมหายใจติดขัด หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
แววตาที่มองมาที่เธอบัดนี้ไม่ได้มีความเยชาชาหลงเหลืออยู่เลย
แต่มันคือแววตาของ "ผู้ล่า" ที่พร้อมจะกลืนกินเธอทั้งตัวด้วยความหลงใหลจนน่ากลัว
"เธอไม่มีสิทธิ์หนี... และไม่มีวันหนีฉันพ้น"
คาร์ลอสคำรามชิดริมฝีปาก ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดแก้มเนียน
ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงมาประกบจูบปิดกั้นเสียงปฏิเสธทั้งหมดอย่างไร้ความปรานี!
มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่เป็นการบดขยี้ริมฝีปากที่รุนแรง ดิบเถื่อน และเต็มไปด้วยความโหยหา
เรียวลิ้นร้อนล้ำรุกล้ำเข้าไปกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ
รินรดาร1ู้สึกราวกับสติกำลังจะหลุดลอย ความโกรธแค้นที่สั่งสมมานับเดือนถูกละลายหายไปกับรสจูบวาบหวามที่แผดเผาร่างกายจนร้อนผ่าว
มือหนาของเขาเลื่อนต่ำลงมาบีบเค้นสะโพกมนอย่างจาบจ้วง ลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน
ท่ามกลางเสียงหวีดร้องของผู้โดยสารคนอื่นและความโคลงเคลงของรถไฟที่วิ่งด้วยความเร็วสูง
คาร์ลอสผริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้เธอยืนหอบหายใจโยนตัวโยนอยู่ใต้วงแขนแกร่ง
ดวงตาคมกริบจดจ้องมองริมฝีปากบวมเจ่อและพวงแก้มแดงก่ำด้วยความพึงพอใจ
เขากระซิบเสียงพร่าชิดใบหูเล็ก น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจมืดและความเว้าวอนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความดิบเถื่อน
"กลับคฤหาสน์กับฉัน... หรือไม่ก็ให้ฉันทำรักกับเธอตรงนี้ท่ามกลางสายตาคนนับร้อย... เลือกเอา, ที่รัก"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนที่ 30 มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
เดทติดลบกับมาเฟียร้าย•ตอนที่ 30
ความมืดมิดในใจมาเฟีย
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดทติดลบกับมาเฟียร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!