เสียงปรบมือเยาะเย้ยที่ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องล่าง เปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดเฉือนบรรยากาศอันตึงเครียดให้ขาดวิ่น คาร์ลอสไม่แม้แต่จะชายตามองผู้มาเยือนที่ยืนอยู่ตรงกรอบประตูห้องลับ ร่างสูงใหญ่ในสูทสีเข้มยังคงทอดสายตาลงมองรินรดาที่ถูกต้อนให้แนบชิดติดผนังห้อง แรงสั่นสะเทือนจากคำพูดของชายชราผู้เป็นพ่อบังเกิดเกล้า—หรือจะเรียกว่า "ผู้ล่า" อีกคนในเกมอำนาจนี้—ทำให้อากาศรอบตัวลดอุณหภูมิดิ่งลงจนแทบหายใจไม่ออก
"แกมาทำไมที่นี่... โทมัส"
เสียงทุ้มต่ำของคาร์ลอสลอดไรฟัน มันคือเสียงคำรามของสัตว์ป่าที่ถูกรังควานในอาณาเขตของตัวเอง ร่างหนาขยับตัวบังร่างบางของรินรดาไว้มิดชิด สายตาคมกริบดั่งใบมีดหันกลับไปจ้องมองผู้เป็นพ่อด้วยความเกลียดชังที่ไม่มีวันจางหาย
รินรดาซึ่งยืนพิงผนังอยู่ด้านหลังแผ่นหลังกว้างของมาเฟียหนุ่ม หัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ความหวาดกลัวต่อเหตุการณ์ตรงหน้าผสมปนเปกับความรู้สึกประหลาดที่เธอไม่กล้ายอมรับ เมื่อครู่... ในวินาทีที่คาร์ลอสแสดงด้านที่เปราะบางและปกป้องเธอจากความตาย ความแข็งกร้าวในหัวใจของเธอมันสั่นคลอนอย่างรุนแรง
"คิดว่าฉันจะปล่อยให้ลูกชายตัวดี สร้างอาณาจักรบนกองเลือดแล้วหนีไปเสวยสุขกับผู้หญิงสำส่อนคนนี้หรือไง?" โทมัสหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โดยไม่เกรงกลัวรัศมีอำนาจของลูกชาย
รินรดากัดริมฝีปากแน่นเมื่อสายตาคมปลาบของชายสูงวัยตวัดมามองเธอด้วยความสมเพชเวทนา คำว่า "ผู้หญิงสำส่อน" แทงเข้าที่ความรู้สึกจนเจ็บแปลบ แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากตอบโต้อะไร มือหนาของคาร์ลอสก็ยกขึ้นกุมข้อมือเล็กของเธอไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันเต็มไปด้วยความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของและการปกป้องอย่างดุดัน
"ออกไปจากที่นี่ซะ ก่อนที่ฉันจะลืมว่าแกเป็นใคร" คาร์ลอสคำรามลั่น ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยโทสะ
"หึ... แกมันก็แค่หมาป่าไร้ฝูงที่โหยหาความอบอุ่น แต่วันนี้... แกจะต้องชดใช้ในสิ่งที่แกทรยศตระกูลของเรา" โทมัสสะบัดหน้าหนีพร้อมกับส่งสัญญาณมือบางอย่าง บอดี้การ์ดนับสิบชีวิตกรูเข้ามาปิดล้อมทางออกทุกด้าน
บรรยากาศในห้องแคบลงถนัดตา ความตึงเครียดแผ่ซ่านจนผิวหนังรู้สึกชาหนึบ คาร์ลอสผ่อนลมหายใจร้อนผ่าวออกมาอย่างสะอิดสะเอียน เขาก้มลงกระซิบข้างใบหูของรินรดาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าแต่เด็ดเดี่ยว
"จับเสื้อฉันไว้... แล้วอย่าปล่อย ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น"
สิ้นคำพูดนั้น สงครามขนาดย่อมก็ระเบิดขึ้นในห้องใต้ดิน คาร์ลอสพุ่งเข้าประจันหน้ากับสมุนของพ่ออย่างไม่กลัวตาย หมัดหนักหน่วงซัดเข้าที่ใบหน้าของศัตรูคนแรกจนเลือดสาดกระเซ็น เลือดสีแดงฉานเปรอะเปื้อนเสื้อสูทราคาแพง แต่มาเฟียหนุ่มกลับไม่สนใจไยดี เขายังคงรัวหมัดเข้าใส่ฝั่งตรงข้ามด้วยความบ้าระห่ำเพื่อเปิดทางรอดให้ผู้หญิงด้านหลัง
รินรดากลั้นหายใจ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความตกใจกลัว เธอยึดชายเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่นตามคำสั่ง แววตาคู่สวยมองแผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผลและความเหนื่อยล้า ความรู้สึกหวาดกลัวในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความห่วงใยอย่างประหลาด ความอ่อนโยนที่เขาซ่อนไว้ภายใต้ความดิบเถื่อน มันกำลังกัดกินหัวใจเธอทีละน้อย
ท่ามกลางเสียงปะทะและเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวด คาร์ลอสจัดการศัตรูคนสุดท้ายลงได้ เขากระชากแขนของรินรดาให้วิ่งตามออกไปทางประตูลับด้านหลังทันที ก่อนที่กำลังเสริมของโทมัสจะมาถึง
ลมเย็นยามค่ำคืนปะทะเข้ากับใบหน้าเมื่อทั้งคู่วิ่งหลุดออกมาถึงลานจอดรถร้าง คาร์ลอสผลักรินรดาเข้าไปในเบาะหลังของรถสปอร์ตคันหรู ก่อนที่ตัวเองจะตามเข้าไปแล้วกดล็อกประตูอัตโนมัติ ร่างหนาหอบหายใจหนักหน่วง บาดแผลที่หัวไหล่จากการต่อสู้เริ่มมีเลือดซึมออกมาจนเสื้อผ้าชุ่มโชก
รินรดาเห็นเข้าก็ใจหายวาบ เธอรีบขยับเข้าไปใกล้ด้วยสัญชาตญาณ มือเรียวสั่นเทาเอื้อมไปแตะที่หัวไหล่ของเขาเบาๆ "คุณ... คุณบาดเจ็บ"
คาร์ลอสเงยหน้าขึ้นสบตา รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก นัยน์ตาคมกริบฉายแววดิบเถื่อนและโหยหาในเวลาเดียวกัน มือใหญ่คว้าหมับเข้าที่ท้ายทอยของเธอแล้วดึงเข้ามาประชิดใบหน้าอย่างรวดเร็ว
"เป็นห่วงฉันหรือไง... รินรดา?" เสียงแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินรดาจนเธอรู้สึกวูบวาบไปทั้งร่าง
"ฉัน... แค่ไม่อยากให้คุณตายก่อนจะพาฉันออกไปจากขุมนรกนี่" เธอกลั้นใจตอบ เสียงสั่นพร่าพยายามกลบเกลื่อนความหวั่นไหวที่กำลังตีรวนอยู่ในอก
"ปากแข็ง..." คาร์ลอสแค่นหัวเราะ ก่อนที่แววตาจะเปลี่ยนเป็นดุดันและร้อนแรงขึ้นในชั่วพริบตา "แต่ร่างกายเธอมันไม่ได้โกหกฉันเลยสักนิด"
ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธ ริมฝีปากหยักประทับจูบลงมาอย่างหนักหน่วงและเร่าร้อน รสจูบที่เต็มไปด้วยความดิบเถื่อน ดุดัน และเรียกร้อง ราวกับต้องการระบายความเครียดแค้นทั้งหมดลงบนเรียวปากอิ่ม รินรดาครางอือในลำคอ พยายามจะขัดขืนแต่ก็พ่ายแพ้ให้กับเรียวลิ้นร้อนที่รุกรานเข้ามาอย่างเอาแต่ใจ มือหนาปัดป่ายไปตามสัดส่วนโค้งเว้า บีบเคล้นสะโพกอวบอิ่มผ่านเนื้อผ้าจนเธอต้องแอ่นกายเข้าหาด้วยความซ่านเสียว
ความใกล้ชิดในพื้นที่แคบๆ ของเบาะหลังรถ ปลุกเร้าไฟปรารถนาที่มอดไหม้อยู่ข้างในให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง คาร์ลอสถอดเสื้อสูทที่เปอะเปื้อนเลือดออกอย่างไร้ความเสียดาย เผยให้เห็นแผงอกกว้างและกล้ามเนื้อเป็นมัดที่เต็มไปด้วยบาดแผล รินรดามือไม้อ่อนแรง ปลายนิ้วเรียวเผลอสัมผัสไปตามรอยแผลเป็นบนตัวเขาอย่างลืมตัว ความแข็งกร้าวในแววตาของมาเฟียหนุ่มอ่อนลงชั่วขณะเมื่อสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลจากมือเล็กๆ นั้น
"อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้น..." คาร์ลอสกระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากซุกไซร้ไปตามซอกคอขาวผ่อง สูดดมความหอมหวานเข้าปอดจนเต็มอิ่ม มือหนาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกทีละเม็ดอย่างใจร้อน ผิวเนียนนุ่มสัมผัสกับอากาศเย็นทำให้รินรดาสั่นสะท้าน เธอยกมือขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของเขาไว้แน่น ปล่อยให้ความหวั่นไหวครอบงำจิตใจจนยอมจำนนต่อสัมผัสอันเร่าร้อน
ค่ำคืนนี้ยาวนานและเต็มไปด้วยอันตราย แต่ในอ้อมแขนของมาเฟียผู้โหดร้าย รินรดากลับพบว่าหัวใจของเธอเริ่มสั่นคลอนให้กับความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความป่าเถื่อนนั้นเสียแล้ว...
ทันใดนั้นเอง... เสียงกระจกรถด้านคนขับก็ถูกทุบด้วยของแข็งอย่างรุนแรงจนแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ!
คาร์ลอสผุดลุกขึ้นด้วยสัญชาตญาณนักฆ่า เขาดึงรินรดาให้หลบไปไว้ข้างหลังทันที นัยน์ตาดุดันตวัดมองไปยังร่างสูงโปรดที่ยืนยิ้มเยาะอยู่ท่ามกลางความมืดนอกตัวรถ พร้อมกับกระบอกปืนเก็บเสียงที่จ่อตรงมาที่ขมับของเขาอย่างแม่นยำ
"เกมยังไม่จบหريอ... ลูกชาย" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยกระซิบผ่านรอยแตกของกระจกรถเข้ามา ทำเอาคาร์ลอสตึงเครียดจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในเส้นทางดาร์กโรมานซ์นี้นะครับ
เดทติดลบกับมาเฟียร้าย•ตอนที่ 11
ค่ำคืนที่ไม่ควรมีวันจบ
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดทติดลบกับมาเฟียร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!