“วางปืนลงซะ รินรดา! ถ้าไม่อยากให้ชีวิตที่เหลือของเธอต้องจบลงในคุกมืด”
เสียงของคาร์ลอสแหบพร่า ทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจการทำลายล้างที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ เขาไม่ได้เดินเข้ามาหา แต่ยืนตระหง่านอยู่กลางห้องโถงท่ามกลางแสงไฟสลัวที่กระพริบถี่จากผลกระทบของการตัดวงจรไฟฟ้า วงล้อมของตำรวจสากลด้านนอกยังคงส่งเสียงตะโกนก้อง แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของรินรดาแทบหยุดชะงัก คือแววตาของชายตรงหน้า... แววตาที่เย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลก และเต็มไปด้วยความเกลียดชังที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
“คุณพูดเรื่องอะไรคะ... ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยนะ คาร์ลอส!”
มือของรินรดาสั่นเทา เธอพยายามก้าวถอยหลัง แต่แผ่นหลังกลับปะทะเข้ากับกำแพงเย็นเฉียบ บนโต๊ะทำงานของเขา มีซองเอกสารสีน้ำตาลเปิดอ้าอยู่ ภาพถ่ายที่กระจัดกระจายเผยให้เห็นภาพเธอขณะลอบส่งข้อมูลลับให้กับใครบางคนในซอกตึกที่มืดมิด... ทว่านั่นไม่ใช่ความจริง มันคือหลักฐานปลอมที่ถูกจัดฉากอย่างแนบเนียนที่สุด
“ความไว้ใจที่ฉันให้เธอไป มันคงมีค่าไม่พอสินะ” คาร์ลอสแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่น่ากลัวยิ่งกว่าความโกรธเกรี้ยว “ฉันอุตส่าห์ดึงเธอออกมาจากนรก เอาตัวเธอมาไว้ข้างกาย แต่เธอกลับเอาแผนผังคลังแสงไปขายให้ตำรวจสากลเพื่อแลกกับอิสรภาพของตัวเอง... รินรดา เธอคิดจริงๆ เหรอว่าคนอย่างฉันจะปล่อยให้คนทรยศลอยนวล”
“ฉันเปล่า! ฉันไม่เคยทำอะไรแบบนั้น!” เธอตะโกนก้อง ดวงตารื้นไปด้วยน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ “คุณรู้จักฉันดีกว่าใคร ทำไมคุณถึงไม่เชื่อใจฉันบ้าง!”
คาร์ลอสพุ่งตัวเข้ามาราวกับเสือร้าย มือหนาบีบเข้าที่คางมนของเธอแน่นจนขึ้นรอยแดงแรงกดนั้นไม่ใช่การทารุณ แต่เป็นการกักขัง ร่างสูงใหญ่เบียดชิดจนไม่มีช่องว่างให้ลมหายใจ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นไอของดินปืนและหยาดเหงื่อจากความเครียดแผ่ซ่านอยู่รอบตัวเขาทั้งคู่ ความโกรธที่อัดอั้นอยู่ในอกคาร์ลอสเปลี่ยนแปรเป็นแรงปรารถนาอันดิบเถื่อน เขาต้องการทำลายคนตรงหน้าให้ราบคาบ เพื่อลงทัณฑ์ที่เธออาจจะทรยศเขา
“ถ้าอยากให้เชื่อนัก งั้นก็พิสูจน์สิ...” เขาคำรามเสียงต่ำ “พิสูจน์ให้ฉันเห็นว่าร่างกายของเธอ... จิตวิญญาณของเธอ เป็นของฉันแค่คนเดียว ไม่ใช่ของพวกหมาล่าเนื้อพวกนั้น”
เขาไม่รอช้าที่จะกระชากชุดเดรสราคาแพงของเธอจนฉีกขาด เสียงผ้าขาดสะบั้นดังชัดเจนในห้องที่เงียบงัน รินรดาสะดุ้งเฮือกเมื่อสัมผัสได้ถึงความเย็นของอากาศที่ปะทะผิวกาย แต่ความเย็นนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความร้อนแรงจากฝ่ามือของคาร์ลอสที่ลูบไล้ไปตามสรีระโค้งเว้าอย่างถือสิทธิ์
“คาร์ลอส... ไม่นะ...” เธอครางประท้วง ทว่าร่างกายนางกลับทรยศความนึกคิด ความคุ้นเคยในสัมผัสของเขาทำให้ขาของเธออ่อนเปลี้ยลง
เขาไม่ปล่อยให้เธอมีโอกาสได้ตั้งตัว ริมฝีปากหยักได้รูปบดขยี้ลงบนเรียวปากบางของเธออย่างเร่าร้อน รุนแรง ราวกับจะกักขังวิญญาณของเธอไว้ด้วยจูบนี้ ลิ้นร้อนแทรกซอนเข้าไปเกี่ยวตวัดอย่างหิวกระหาย สัมผัสที่แฝงไปด้วยความแค้นแต่ก็น่าหลงใหลจนยากจะถอนตัว มันคือเกมการปั่นประสาทที่เขามอบให้ เพื่อดูว่าเธอจะยังซื่อสัตย์ต่อเขาในห้วงอารมณ์ที่สติสัมปชัญญะแตกซ่านหรือไม่
มือหนาลากผ่านส่วนโค้งเว้าลึกซึ้ง ปลุกเร้าอารมณ์ให้พุ่งพล่านจนหญิงสาวต้องแอ่นกายรับโดยอัตโนมัติ เสียงหอบหายใจของรินรดาดังประสานกับจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของคาร์ลอส ในวินาทีที่ร่างกายของทั้งสองหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว คาร์ลอสไม่ได้มองเห็นเพียงแค่ความใคร่ แต่เขากำลังมองหาความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผิวหนังของเธอ เขาตอกย้ำความสัมพันธ์นี้ด้วยจังหวะที่ดุดัน สลับกับความแผ่วเบาที่ชวนให้วาบหวามจนแทบบ้า
“พูดมาสิ... ว่าเธอก็ต้องการฉันมากกว่าความอิสระที่พวกมันเสนอให้” คาร์ลอสกระซิบชิดใบหู เสียงแหบพร่าสั่นประสาท เขาขยับกายหนักหน่วงขึ้น เร่งจังหวะจนหญิงสาวต้องจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างของเขาเพื่อยึดเหนี่ยว
“ฉัน... ฉันรักคุณ... ต่อให้คุณจะทำลายฉันยังไง... ฉันก็ไม่มีวันทำร้ายคุณ...” รินรดาครวญครางออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงใจที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้
ทว่าในจังหวะที่คาร์ลอสกำลังจะหลอมละลายไปกับความรู้สึกนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของลูกน้องเขาก็พังประตูห้องเข้ามาพร้อมกับรายงานข่าวที่ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากร้อนแรงเป็นหนาวเหน็บในพริบตา
“นายครับ! เจอตัวต้นเรื่องแล้วครับ... คนที่ส่งภาพปลอมพวกนั้นคือ ‘เอเลน่า’ คู่หมั้นเก่าของคุณครับ เธอแอบวางยาในไวน์ที่นายดื่มก่อนหน้านี้ด้วย ทำให้คุณมีอาการหลอนและระแวงไปชั่วขณะ!”
คาร์ลอสชะงักกึก สติสัมปชัญญะที่มืดมัวค่อยๆ กระจ่างขึ้น รอยยิ้มสมเพชตัวเองฉายชัดบนใบหน้าคมสัน เขาหันมามองรินรดาที่นอนหอบหายใจอยู่ใต้ร่างด้วยแววตาที่สับสนและร้าวรานยิ่งกว่าเดิม
ทว่าก่อนที่เขาจะได้เอ่ยคำขอโทษหรือกู้สถานการณ์ ประตูหน้าต่างห้องโถงก็แตกกระจายด้วยระเบิดควัน พร้อมกับเสียงกระสุนปืนนับสิบนัดที่ระดมยิงเข้ามาใจกลางห้อง ร่างหนึ่งในชุดดำสนิทก้าวเข้ามาท่ามกลางควันไฟ แสงไฟสีแดงจากเลเซอร์เล็งตรงมาที่หน้าผากของคาร์ลอส
“จบเกมแล้ว คาร์ลอส... และผู้หญิงคนนี้จะต้องไปกับฉันในฐานะพยานคนสำคัญ” เสียงเย็นเยียบนั้นดังขึ้น พร้อมกับร่างของ ‘เอเลน่า’ ที่เดินตามหลังชายถือปืนเข้ามา ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยชัยชนะอย่างสมบูรณ์แบบ
รินรดาสะดุ้งสุดตัวเมื่อรู้ว่าตนเองกลายเป็นหมากตัวสำคัญที่ถูกบังคับให้เลือกข้างระหว่างมาเฟียที่เธอรัก กับอิสรภาพที่แลกมาด้วยความตายของเขา...
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามบททดสอบความไว้ใจครั้งนี้จนจบนะครับ
ธานินทร์แดนเถื่อน
เดทติดลบกับมาเฟียร้าย•ตอนที่ 19
บททดสอบความไว้ใจ
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดทติดลบกับมาเฟียร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!