กลิ่นอายความเย็นเยียบของห้องทำงานส่วนตัวในคฤหาสน์ตระกูลซานโตส คล้ายจะถูกแช่แข็งลงไปอีกระดับ เมื่อคำพูดของรินรดายังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของคาร์ลอส ร่างกายที่เคยแผดเผาด้วยไฟปรารถนาเมื่อครู่ กลับนิ่งค้างราวนรูปปั้นหินสลัก ดวงตาสีสนิมเหล็กเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—เป็นความตกตะลึงระลอกแรกในรอบหลายปีที่ชายหนุ่มผู้กุมอำนาจมืดครึ่งค่อนเมืองยอมให้มันแสดงออกมา
"เธอ... พูดว่าอะไรนะ?" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาทีละคำ มันไม่ได้ดัง แต่กลับเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้อากาศรอบตัวแทบหมดออกซิเจน
รินรดากัดริมฝีปากจนห่อเลือด ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววหวาดกลัว บัดนี้กลับมีความดื้อรั้นฉายชัดอยู่ภายใน เธอยืนหยัดเผชิญหน้ากับร่างสูงใหญ่ที่แผ่รังสีอำมหิตออกมาโดยไม่ถอยหนี แม้ว่าเรียวขาของเธอจะสั่นเทาด้วยความหวาดหวั่นก็ตาม "ฉันบอกว่า... ฉันจะไม่ยอมเป็นเครื่องมือให้คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเล่นอีกต่อไปแล้วค่ะ... อ๊ะ!"
ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบประโยค ร่างของเธอก็ถูกกระชากเข้าหาแผงอกกว้างด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ แรงปะทะนั้นรุนแรงจนลมหายใจของเธอขาดห้วง มือหนาราวกับคีมเหล็กบีบเข้าที่ต้นแขนทั้งสองข้างของเธอแน่นจนเจ็บร้าวลึกถึงกระดูก คาร์ลอสขยับเข้ามาประชิดจนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน แววตาสีสนิมเหล็กของเขาลุกโชนด้วยเพลิงโทสะที่ระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม
"ใครอนุญาตให้เธอกล้าปฏิเสธฉัน?" เสียงของเขาคำรามต่ำในลำคอ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดผิวแก้มเต็มไปด้วยกลิ่นอายอันตราย "จำใส่สมองอันน้อยนิดของเธอเอาไว้รินรดา... เธอเป็นของฉัน ทุกตารางนิ้วบนร่างกายของเธอ ลมหายใจทุกเฮือกของเธอ แม้กระทั่งวิญญาณเน่าๆ ของเธอ มันก็เป็นของฉันคนเดียว!"
"ปล่อยนะ... คนป่าเถื่อน!" เธอพยายามขัดขืนสุดกำลัง ฝ่ามือเรียวทุบลงบนอกแกร่งแต่กลับเหมือนตีลงบนแผ่นเหล็กกล้า ยิ่งเธอพยายามดิ้นรนมากเท่าไหร่ วงแขนที่โอบรัดรอบเอวบางก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นจนเธอแทบหายใจไม่ออก ความอึดอัด คับแค้น และความรู้สึกเหมือนตกเป็นเบี้ยล่างตลอดเวลาประเดประดอนเข้ามาจนหยาดน้ำใสเอ่อคลอหน่วยตา
แต่ทว่า... ในวินาทีที่คาร์ลอสกำลังจะระเบิดอารมณ์ใส่หญิงสาวตรงหน้าให้สาสมกับความบังIอาจที่กล้าท้าทายอำนาจของเขา เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะอย่างเสียมารยาท
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
"นายครับ..." เสียงของลูกน้องคนสนิทดังลอดเข้ามาจากด้านนอก เจือด้วยความร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด "เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... ทางฝั่งเขตท่าเรือตะวันตก มีคนจากแก๊งไอ้มาكس (มักซิม) บุกรุกเข้ามาสร้างความวุ่นวาย และ... และพวกมันกำลังคุกคามผู้หญิงคนที่นายสั่งให้จับตาดูอยู่ครับ!"
สิ้นคำรายงานนั้น ร่างของคาร์ลอสก็สะท้านเฮือก ดวงตาสีสนิมเหล็กที่กำลังจับจ้องรินรดาด้วยความโกรธเกรี้ยวเปลี่ยนเป็นสีนิลมืดสนิทในเสี้ยววินาที ความเดือดดาลระดับวิกฤตพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกรอบตัวจนรินรดารู้สึกหนีบหนาวไปถึงขั้วหัวใจ ชายหนุ่มละสายตาจากหญิงสาวชั่วขณะ กรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน
ไอ้พวกเศษสวะเดนนรกกล้าดียังไงถึงยื่นมือเข้ามาแตะต้อง "ของเล่น" ในอาณาเขตของเขา!
คาร์ลอสปล่อยมือจากรินรดาราวกับเธอกลายเป็นสิ่งของไร้ค่าในเสี้ยววินาทีนั้น เขาก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ใบหน้าหล่อเหลาไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ นอกจากความเย็นชาอันน่าสะพรึงกลัว "อยู่แต่ในห้องนี้..." เขาหันมาสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดราวกับประกาศิตสวรรค์ "ถ้าเธอคิดหนีออกไปแม้แต่ก้าวเดียว... ศพของน้องชายเธอจะได้ตามไปนอนอยู่ในโลงเดียวกันแน่!"
พูดจบ ร่างสูงใหญ่ก็หมุนตัวเดินสาวเท้าก้าวใหญ่พุ่งออกจากห้องทำงานไปทันที เสียงประตูกระแทกปิดลงดังสนั่นสะท้อนก้องไปทั่วคฤหาสน์ บ่งบอกถึงพายุคลั่งที่กำลังก่อตัวขึ้นข้างนอก และมันพร้อมที่จะบดขยี้ทุกสิ่งที่ขวางทางให้แหลกเป็นจุล
รินรดาทรุดฮวบลงนั่งคุกเข่ากับพื้นพรมหนานุ่มอย่างไร้เรี่ยวแรง ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวและตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ ความโกรธเกรี้ยวของมาเฟียหนุ่มเมื่อครู่มันน่ากลัวเสียยิ่งกว่าสัตว์ร้ายกระหายเลือด แต่ทว่า... ลึกๆ ในใจของเธอกลับมีความสงสัยระคนหวาดผวาแล่นริ้วขึ้นมา—คำว่า *'ผู้หญิงคนที่นายสั่งให้จับตาดู'* ที่ลูกน้องของเขาพูดถึง... มันหมายถึงใครกันแน่? หรือว่า... มันจะมีเรื่องราวอะไรที่เธอไม่เคยรู้ซ่อนอยู่เบื้องหลังความดิบเถื่อนนี้?
ในขณะที่สมองของเธอกำลังสับสนวุ่นวาย เสียงฝีเท้าฝีหนึ่งก็ดังแว่วมาจากระเบียงด้านนอกหน้าต่างห้องทำงาน ซึ่งอยู่สูงจากพื้นดินหลายเมตร... เสียงฝีเท้าที่เบาจนผิดปกติ ราวกับมีใครบางคนกำลังแอบลอบเข้ามาในเขตหวงห้ามนี้ในยามที่คาร์ลอสไม่อยู่!
รินรดาสะดุ้งสุดตัว เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองไปยังเงาดำที่ทาบทับอยู่หลังผ้าม่านโปร่งสีเข้ม ประตูระเบียงที่ควรจะล็อกสนิท กลับถูกบิดเปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับสายลมเย็นเยียบที่พัดหอบกลิ่นอายอันตรายเข้ามาภายในห้อง และก่อนที่เธอจะได้อ้าปากกรีดร้องขอความช่วยเหลือ ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำสนิทของชายแปลกหน้าก็ก้าวพ้นเงามืดเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ปรากฏขึ้นบนมุมปาก คมมีดวาววับในมือของเขาถูกยกขึ้นชี้ตรงมาที่เธอ
"เจอตัวสักที... แม่ตัว N ของนายคาร์ลอส" เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน พร้อมกับปลายมีดที่ขยับเข้ามาใกล้ลำคอขาวผ่องของเธอทีละนิด โดยที่รินรดาไม่รู้เลยว่า... มัจจุราชกำลังยืนอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางในห้วงอารมณ์อันดาร์กและเร่าร้อนนี้ร่วมกันนะครับ
เดทติดลบกับมาเฟียร้าย•ตอนที่ 14
ขีดจำกัดของความอดทน
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดทติดลบกับมาเฟียร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!