เดทติดลบกับมาเฟียร้าย•ตอนที่ 13

ศัตรูหัวใจ

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
แก้วไวน์คริสตัลราคาแพงแตกละเอียดคามือของคาร์ลอส เศษแก้วบาดลึกเข้าไปในเนื้อฝ่ามือจนหยดเลือดสีแดงเข้มรินไหลผสมกับไวน์สีชา แต่เจ้าตัวกลับไม่แสดงอาการเจ็บปวดออกมาแม้แต่น้อย ใบหน้าคมคายดุดันราวมัจจุราชนั้นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ดวงตาสีสนิมเหล็กจ้องเขม็งไปยังหน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงาน ที่ปรากฏภาพเคลื่อนไหวของศัตรูตัวฉกาจ... 'วาเลนติน' มาเฟียคู่อาฆาตแห่งรัสเซียผู้กุมอำนาจฝั่งตอนเหนือ และสิ่งที่ทำให้คาร์ลอสแทบคลั่ง ไม่ใช่แค่การกลับมาทวงบัลลังก์ของมัน แต่มันคือภาพที่วาเลนตินกำลังยืนประชิดตัว 'รินรดา' หญิงสาวผู้เป็นเสมือนจุดอ่อนเดียวในหัวใจที่ด้านชาของเขา "นายครับ... ทางนั้นส่งสาส์นมาแล้วครับ มันบอกว่าถ้าอยากได้ 'น้องสาว' ที่หายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อนคืน รวมถึงอยากปกป้องผู้หญิงคนนั้น... ให้คาร์ลอสไปเจรจาด้วยตัวเองที่โกดังร้างท่าเรือหมายเลข 7 คืนนี้" เสียงของลูกน้องคนสนิทรายงานด้วยความหวาดหวั่น คาร์ลอสแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูน่ากลัวและเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาคมกริบกวาดมองหยดเลือดบนมือตัวเองก่อนจะปัดข้าวของบนโต๊ะกระจัดกระจายด้วยความเกรี้ยวกราด "กล้าดีนี่... มันกล้าแตะต้องของของฉัน" ในขณะเดียวกัน ที่ห้องรับรองพิเศษอีกฟากหนึ่งของคฤหาสน์ รินรดากำลังนั่งตัวสั่นเทาอยู่บนโซฟาหนังแท้ ร่างบางในชุดเดรสสีเข้มหายใจติดขัด หัวใจเต้นรำรัวด้วยความหวาดกลัวระคนสับสน หลังจากที่เธอถูกคนของวาเลนตินฉุดคร่าไปชั่วขณะก่อนที่บอดี้าร์ดของคาร์ลอสจะไปช่วยไว้ทัน วาเลนตินไม่ได้ทำร้ายร่างกายเธอ แต่สิ่งที่เขากระซิบบอกข้างหูกลับกรีดลึกเข้าไปในความทรงจำ *'บอกผู้ชายของเธอด้วยนะรินรดา... ว่าอดีตอันเน่าเฟะของเขา กำลังจะกลับมาพรากทุกอย่างที่เขารักไป รวมถึงตัวเธอด้วย'* แอ๊ด... เสียงเปิดประตูห้องดังขึ้น ร่างสูงใหญ่ของคาร์ลอสเดินเข้ามาด้วยบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายของความตายและอันตรายแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ ดวงตาสีสนิมเหล็กมองตรงมาที่เธอด้วยความกระหายในการควบคุมและปกป้องในเวลาเดียวกัน รินรดาลุกขึ้นยืนอัตโนมัติ ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น "คาร์ลอส..." หมับ! ไม่ทันที่เธอจะได้พูดอะไร ร่างสูงก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวด้วยความเร็วแสง มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวบางแล้วกระชากเข้ามาแนบชิดจนแผ่นอกแกร่งบดเบียดกับทรวงอกนุ่ม แรงปะทะนั้นทำให้รินรดานิ่วหน้าด้วยความเจ็บ แต่ยังไม่ทันท้วงติง ริมฝีปากร้อนจัดก็ทาบทับลงมาปิดปากเธอทันทีอย่างไร้ความปรานี มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนหวาน แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของ คือการระบายความกลัวที่จะสูญเสียผ่านรสจูบที่ดุดันและเร่าร้อนจนแทบขาดใจ ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้ามาตักตวงความหวานอย่างไร้ความยับยั้งชั่งใจ กวาดต้อนลมหายใจของเธอจนสมองขาวโพลน รินรดาพยายามทุบอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่ยิ่งเธอขัดขืน อ้อมแขนที่โอบกอดก็ยิ่งรัดแน่นราวกับงูเหลือมที่กำลังรัดเหยื่อให้จมดิ่งไปกับความปรารถนาอันป่าเถื่อน "อื้อ... คาร์ลอส... เจ็บ" เสียงครางประท้วงเล็ดลอดออกมาได้เพียงเท่านั้น เมื่อมือหนาเลื่อนลงมาบีบเคล้นสะโพกอิ่มผ่านเนื้อผ้าอย่างแรง แรงดึงดูดทางเพศและอะดรีนาลีนที่พลุ่งพล่านจากความโกรธทำให้ชายหนุ่มสูญเสียการควบคุม คาร์ลอสถอนริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้หญิงสาวได้หอบโกบโกยอากาศเข้าปอด ขณะที่หน้าผากของเขายังคงซบอยู่กับลาดไหล่เนียน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนื้อจนขนลุกซู่ เสียงทุบต่ำกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าแต่เด็ดขาด "จำใส่สมองเธอเอาไว้รินรดา... เธอเป็นของฉัน เป็นผู้หญิงของคาร์ลอสคนนี้คนเดียว ต่อให้มันหรือใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องปลายเล็บของเธอทั้งนั้น!" รินรดาสัมผัสได้ถึงความเปียกชื้นบางอย่างที่ฝ่ามือของเขา เมื่อเธอดันอกเขาออกแล้วก้มมอง ก็พบว่าเลือดสีแดงสดกำลังไหลเปื้อนเสื้อเชิ้ตของเขา ดวงตากลมโตไหวระริกด้วยความตกใจ "มือคุณ... เลือดออก ทำไมไม่ทำแผล" "เรื่องแค่นี้ไม่ตายหรอก..." คาร์ลอสแค่นยิ้มหยัน ปลายจิ้มโด่งก้มลงสูดดมซอกคอหอมกรุ่นของเธออย่างเอาแต่ใจอีกครั้ง ราวกับต้องการเสพติดความปลอดภัยจากกลิ่นกายของหญิงสาวเพื่อดับไฟโทสะในอก "คืนนี้ฉันต้องไปสะสางหนี้เก่า... และเธอต้องอยู่ในการดูแลของฉัน ห้ามก้าวขาออกไปไหนเด็ดขาด เข้าใจไหม" "แต่ว่า... วาเลนตินมัน..." "ฉันบอกให้ 'เข้าใจไหม' รินรดา!" เขาตวาดเสียงต่ำอย่างเหลืออด ก่อนจะพลิกร่างบางให้นอนราบลงไปกับโซฟาตัวยาว ร่างหนาทาบทับลงมาปิดกั้นทุกทางหนี น้ำหนักตัวที่กดทับทำให้เธอขยับเขยื้อนไม่ได้เลยแม้แต่น้อย แสงไฟสลัวภายในห้องสาดส่องกระทบใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยความดุดันและแรงปรารถนาอันแผดเผา คาร์ลอสซุกใบหน้าลงที่ซอกคอระหง ขบเม้มเบาๆ จนเกิดรอยแดงกุหลาบเพื่อตีตราจอง มือหนาสอดเข้าไปใต้ร่มผ้า ลูบไล้ผิวเนียนนุ่มมืออย่างเย้ายวนปลุกเร้า สัมผัสที่จงใจทรมานนั้นทำให้รินรดาสะท้านเฮือก เผลอแอ่นกายรับสัมผัสวาบหวามอย่างไม่รู้ตัว ความโกรธและความกลัวในตอนแรกเริ่มถูกแทนที่ด้วยคลื่นความเสียวซ่านที่เขากำลังปั่นประสาทเธอให้หลอมละลาย "คาร์ลอส... อ๊ะ... อย่าเพิ่ง..." เสียงหวานครางกระเส่าเมื่อปลายนิ้วแข็งแกร่งเริ่มลูบไล้จุดอ่อนไหวผ่านแพนตี้ลูกไม้ตัวบาง แรงปรารถนาระหว่างพวกเขารุนแรงและดิบเถื่อนเสมอ ไม่มีคำว่าปรานี มีเพียงการเรียกร้องและการตอบสนองที่ยินยอมพร้อมใจท่ามกลางสมรภูมิแห่งอำนาจ ทว่า ในจังหวะที่ริมฝีปากหนากำลังจะประทับจูบลงบนกลีบปากนิ่งเพื่อพาเธอไปสู่จุดสูงสุดแห่งความสุขสม เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของคาร์ลอสก็แผดเสียงกรีดร้องทำลายบรรยากาศอันเร่าร้อนขึ้นมาเสียก่อน คาร์ลอสชะงัก ร่างสูงผงกหัวขึ้นด้วยความหงุดหงิด ดวงตาสีนิลกาฬตวัดมองหน้าจอที่แสดงสายเรียกเข้า เป็นเบอร์แปลกจากโทรศัพท์พื้นฐานที่ตั้งใจเข้ารหัสอำพราง เขากดรับด้วยมือเดียวในขณะที่มืออีกข้างยังคงตรึงข้อมือเรียวของรินรดาไว้แน่นแนบกับโซฟา "ว่า..." -(เสียงทุ้มต่ำหัวเราะเยาะจากปลายสายดังลอดเข้ามาในความเงียบ)- *"ไงล่ะ คาร์ลอส... น้องสาวที่นายตามหามาสิบปี ตอนนี้เธอกำลังนอนร้องไห้รอความตายอยู่ที่นี่... อยากรู้ไหมล่ะ ว่าความจริงที่นายถูกครอบครัวทิ้งมันคืออะไร?"* สิ้นคำพูดนั้น คาร์ลอสชะงักค้าง ร่างกายที่เคยร้อนระอุด้วยแรงปราถนากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็ง ดวงตาสีสนิมเหล็กเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดทติดลบกับมาเฟียร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%