กลิ่นคาวสนิมเหล็กที่ลอยคละคลุ้งอยู่ในห้องทำงานกว้างขวาง มันไม่ได้มาจากกลิ่นของเครื่องหนังชั้นดีหรือเฟอร์นิเจอร์ไม้มะฮอกกานีราคาแพง แต่มาจากกล่องพัสดุกำมะหยี่สีดำที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ กล่องที่บรรจุหัวใจหมูสดๆ ชุ่มเลือด พร้อมกับกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่เขียนด้วยหมึกสีแดงฉาน—สีเลือดของมนุษย์จริง
รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่เบื้องหน้าโต๊ะตัวนั้น ลมหายใจของเธอติดขัด ร่างกายสั่นเทาจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัวต่อสิ่งน่าสยดสยองในกล่อง แต่เป็นเพราะความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังมัน... มันคือการประกาศิตจากซาตานที่กำลังบอกว่า ชีวิตของคนในครอบครัวเธออยู่ในกำมือของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ
"ชอบของขวัญต้อนรับชิ้นแรกของผมไหมครับ... รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายดังขึ้นมาจากมุมมืดของห้อง คาร์ลอส ก้าวออกมาจากเงาสลัวของผ้าม่านกำมะหยี่สีเข้ม ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปส่งกลิ่นอายอันตรายและทรงอำนาจจนอากาศรอบตัวราวกับถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ดวงตาคมกริบสีเทาเข้มคู่นั้นจ้องมองเธอราวกับเหยื่อในกรงเล็บ พร้อมจะขย้ำให้แหลกคราบเมื่อไหร่ก็ได้ตามแต่อารมณ์
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความโกรธเกรี้ยวและศักดิ์ศรีที่ยังเหลืออยู่พยายามผลักดันให้เธอยืนหยัดเผชิญหน้ากับเขา แม้ขาทั้งสองข้างจะแทบไม่ยอมรับคำสั่งแล้วก็ตาม
"คุณมันโรคจิต... คาร์ลอส!" เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตจ้องตอบอย่างไม่เกรงกลัว แม้ข้างในจะหวาดผวาจนแทบสิ้นสติ "อยากได้อะไรจากฉันนักหนา เงินทอง หรือชีวิตของฉัน... ก็เอาไปสิ ทำไมต้องเอาคนรอบตัวฉันมาเกี่ยวข้องด้วย!"
คาร์ลอสแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบและไร้ซึ่งความปรานี เขาเดินเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็วจนรินรดาไม่ทันตั้งตัว กลิ่นกายบุรุษผสมกับกลิ่นบุหรี่ราคาแพงพุ่งเข้าปะทะนาנסจนเธอต้องผถะถอยหลัง แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับชั้นหนังสือไม้หนักอึ้งเสียแล้ว
หมัดเด็ดของความเยือกเย็นคือการที่เขาเอื้อมมือหนาขึ้นมา ไล้ปลายนิ้วไปตามกรอบหน้าของเธออย่างถือวิสาสะ สัมผัสที่เย็นเยือกแต่น่าขนลุกทำให้รินรดาต้องเบือนหน้าหนีด้วยความสะอิดสะเอียน แต่คาร์ลอสกลับใช้มืออีกข้างบีบปลายคางของเธอไว้แน่น บังคับให้เธอกลับมาสบตากับเขาตรงๆ
"ระวังคำพูดของคุณหน่อย รินรดา..." กระซิบแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาลริมใบหูของเธอ "จำไว้ว่าสถานะของคุณในตอนนี้ ไม่ใช่ผู้ต่อรอง... แต่เป็น 'เชลย' ที่ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเลือกหายใจด้วยซ้ำ"
"ปล่อยฉัน..." เธอพยายามปัดป้องมือที่กำลังลูบไล้ลงมาตามลำคอระหง ลมหายใจของทั้งคู่กระชั้นชิดกันจนรับรู้ถึงอุณหภูมิที่ร้อนระอุขึ้นทีละน้อย ความโกรธเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดในอีกรูปแบบหนึ่ง—ความตึงเครียดที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายระหว่างผู้ล่าและผู้ถูกล่า
คาร์ลอสไม่เพียงแต่ไม่ปล่อย แต่เขากลับใช้ร่างกายกำยำกักขังเธอไว้ระหว่างอ้อมแขนและชั้นหนังสือ มือหนาลากไล้ต่ำลงมาที่เอวคอดกิ่ว บีบรัดเข้าหาตัวอย่างแรงจนหน้าอกแนบชิดกับแผงอกแกร่ง แรงปะทะทางกายภาพทำให้รินรดาถึงกับสะท้านเฮือก เผลอส่งเสียงครางประท้วงในลำคอเมื่อส่วนสัดบอบบางถูกรุกรานอย่างไร้ความปรานี
"อยากรู้ไหม... ว่ากฎเหล็กข้อแรกของการมาอยู่ใต้อาณัติของผมคืออะไร" คาร์ลอสโน้มใบหน้าลงมา กระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่กำลังสั่นระริก ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มจนขนลุกซู่ "คือการ 'เชื่อฟัง'... ทุกคำสั่ง ทุกความต้องการของผม โดยไม่มีข้อแม้ และไม่มีข้อแม้ว่าทำไม"
"ฉันไม่... อื้อ!"
คำปฏิเสธถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากหนาร้อนผ่าวบดขยี้ลงมาอย่างไร้ความปรานี มันไม่ใช่จูบแห่งความเสน่หา แต่มันคือการลงทัณฑ์ การประกาศความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ และการบดขยี้ศักดิ์ศรีของเธอให้แหลกคราบ รินรดาเบิกตากว้าง พยายามทุบตีอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่แรงอันน้อยนิดของเธอกลับไม่ต่างอะไรกับการสะกิดผิวช้าง
คาร์ลอสคำรามต่ำในลำคออย่างพึงพอใจเมื่อเธอดิ้นรน มือใหญ่เลื่อนขึ้นไปขยุ่มเส้นผมยาวสลวยจนเธอต้องแหงนเงยรับรสจูบที่ดุดันและเร่าร้อนยิ่งขึ้น ลิ้นร้อนรุกรานกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รสชาติของความหวาดกลัว ความโกรธ และความปรารถนาอันแปลกประหลาดผสมปนเปกันจนรินรดารู้สึกมึนงง สมองขาวโพลน ร่างกายที่เคยต่อต้านเริ่มอ่อนยวบยาบลงอย่างน่าอับอายภายใต้สัมผัสที่จาบจ้วงและเร่าร้อนเกินกว่าจะต้านทาน
นิ้วมือแกร่งเริ่มสอดแทรกเข้าไปใต้สาบเสื้อเนื้อบาง ลูบไล้ผิวเนียนนุ่มราวกำมะหยี่อย่างจงใจยั่วเย้าให้สติของเธอเตลิดเปิดเปิง คาร์ลอสถอนริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้เธอยืนหอบหายใจโยนตัวด้วยความเหนื่อยอ่อน ดวงตาคู่สวยฉ่ำน้ำด้วยพิษสวาทและหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้น
รินรดากัดริมฝีปากตัวเองจนห่อเลือด ขณะที่คาร์ลอสยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ นิ้วโป้งเกลี่ยเช็ดคราบเลือดที่มุมปากให้อย่างเบามือ—สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับแววตาดุดันราวดั่งปีศาจ
"นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น รินรดา..." เขากระซิบชิดริมฝีปากเธอด้วยน้ำเสียงพร่าสั่นที่เต็มไปด้วยไฟปรารถนาอันแผดเผา "คืนนี้... เรายังมีเวลาเรียนรู้กฎอีกหลายข้อ บนเตียงของผม"
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้เปล่งเสียงกรีดร้องหรือสะบัดหน้าหนี ประตูห้องทำงานบานใหญ่ก็ถูกผลเปิดออกอย่างแรงโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างของลูกน้องคนสนิทพุ่งพรวดเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด เนื้อตัวสั่นเทา หอบหายใจโยนจนแทบตั้งสติไม่อยู่
"นายครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" ลูกน้องหนุ่มละล่ำละลักเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดดัน "คนที่ส่งกล่องพัสดุ... มันไม่ได้ส่งมาแค่ขู่ครับ แต่มัน... มันวางระเบิดเวลาไว้ที่รถยนต์ส่วนตัวของคุณคาร์ลอส และตอนนี้... ตัวนับถอยหลังเหลือเวลาอีกไม่ถึงสามนาทีแล้วครับ!"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในความมืดมนเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ
เดทติดลบกับมาเฟียร้าย•ตอนที่ 3
กฎเหล็กของคนคุมเกม
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดทติดลบกับมาเฟียร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!