ปลายกระกระบอกปืนสแตนเลสด้านสีดำสนิทฝังลึกอยู่ข้างขมับของคาร์ลอส เศษกระจกที่แตกกระจายเกลื่อนพื้นส่งเสียงกรอบแกรบทุกครั้งที่แรงกดดันในห้องขยายตัว กลิ่นอายของความตายและดินปืนคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงของมาเฟียหนุ่ม รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจของเธอดิ่งวูบลงไปถึงตาตุ่มเมื่อเงาร่างของบุคคลที่สามปรากฏกายขึ้นท่ามกลางความอลหม่าน
ไม่ใช่ศัตรู... แต่เป็นมือขวาคนสนิทของคาร์ลอสเองที่หักหลังในวินาทีเป็นตาย
"นายท่าน... เกมนี้มันควรจะจบลงได้แล้วนะครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความเยือกเย็น ปลายกระบอกปืนไม่สั่นแม้แต่น้อย บ่งบอกถึงการเตรียมการมาอย่างยาวนาน
คาร์ลอสแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและอำนาจกลับปรากฏรอยยิ้มหยัน ดวงตาสสีนิลคมกริบกวาดมองลูกน้องทรยศด้วยความเหยียดหยาม ราวกับว่าชีวิตของเขาในตอนนี้ไม่ได้มีค่าอะไรให้ต้องร้องขอชีวิต สิ่งเดียวที่ตรึงตราอยู่ในห้วงความคิดของเขาคือรหัสผ่านลับและแผนงานในคลังสินค้าเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ต้องถูกส่งมอบก่อนฟ้าสาง
"แกคิดว่ากระสุนนัดเดียวจะล้มฉันได้จริง ๆ หรือวะไอ้สุนัขลอบกัด" คาร์ลอสเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำลึก ทรงพลัง แม้จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นรองอย่างเห็นได้ชัด แต่รัศมีคุกคามรอบกายเขากลับไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย
ในขณะที่ความสนใจทั้งหมดพุ่งเป้าไปที่การเผชิญหน้าระหว่างนายกับบอดี้การ์ดผู้ทรยศ สายตาของรินรดาก็กวาดไปเห็นช่องว่างอันน้อยนิด ประตูนิรภัยด้านหลังห้องทำงานที่เชื่อมต่อไปยังระเบียงหนีภัยเปิดแง้มไว้ครึ่งหนึ่ง เนื่องจากแรงระเบิดจากภายนอกเมื่อครู่
นี่คือโอกาสเดียว... โอกาสที่เธอเฝ้ารอมาตลอดหลายเดือนนับตั้งแต่ก้าวเข้ามาในกรงขังแห่งนี้
รินรดากลั้นหายใจ หัวใจเต้นรัวระรัวรากับจะหลุดออกมานอกอก มือเรียวบางที่สั่นเทาค่อย ๆ ขยับถอยหลังทีละนิดอย่างเงียบเชียบที่สุด สายตาคมกวาดมองแผ่นหลังกว้างของคาร์ลอสที่ยังคงยืนค้ำฟ้าเผชิญหน้ากับความตายอย่างไม่เกรงกลัว เขามัวแต่สนใจเกมอำนาจตรงหน้า จนลืมระแวดระวังเหยื่อในกรงอย่างเธอ
ความหวังที่ริบหรี่ดั่งแสงเทียนในพายุโหมกระหน่ำจุดประกายขึ้นมาในอก รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด เธอบอกกับตัวเองว่านี่ไม่ใช่เวลามาเห็นใจปีศาจที่เคยย่ำยีจิตวิญญาณเธอมานับครั้งไม่ถ้วน หากเธอช้าไปแม้แต่วินาทีเดียว ชีวิตของเธออาจจะต้องดับสูญไปพร้อมกับซากปรักหักพังเหล่านี้
*หมุนตัว... แล้ววิ่ง*
เสียงคำรามก้องในหัว รินรดาตัดสินใจพุ่งตัวออกไปทางประตูหนีภัยอย่างสุดกำลัง แรงลมจากการเคลื่อนไหวทำให้คาร์ลอสเหลือบหางตามามอง ร่างสูงใหญ่ขยับตัวตามสัญชาตญาณดิบเถื่อน แต่ทว่า...
"อย่าขยับ!" ปลายกระบอกปืนของมือปืนทรยศกดลงหนักขึ้นที่ขมับของคาร์ลอส บังคับให้ร่างหนาต้องหยุดชะงัก "ถ้านายท่านขยับ หัวสมองของนายท่านจะกระจายอยู่บนพรมเปอร์เซียผืนนี้ทันที"
คาร์ลอสขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาสีนิลวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ ไม่ใช่เพราะความกลัวความตาย แต่เป็นเพราะความโกรธเกรี้ยวที่เหยื่อตัวน้อยกำลังจะหลุดมือไปต่อหน้าต่อตา!
*แอด... เสียงประตูนิรภัยเปิดออก*
รินรดาก้าวพ้นขอบประตูออกไปยังระเบียงมืดทึบ ลมหนาวปะทะเข้ากับผิวเนื้อที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ความรู้สึกโล่งอกผสมผสานกับความหวาดกลัวตีรวนอยู่ในอก เธอกวาดสายตามองลงไปเบื้องล่าง ความสูงกว่าสี่สิบชั้นทำให้เบื้องล่างเป็นเพียงความมืดมิดและแสงไฟริบหรี่ของมหานคร ทว่าท่อเหล็กระบายน้ำพาดผ่านลงไปถึงชั้นล่างคือทางรอดเดียว
เธอไม่รอช้า ยื่นมือสั่นเทาะคว้าจับโครงเหล็กนั้นไว้แน่น สูดลมหายใจเข้าลึก and เริ่มต้นปีนไต่ลงไปท่ามกลางความมืดและสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย
ตัดกลับมาภายในห้องทำงานส่วนตัว บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก คาร์ลอสจ้องมองไปยังบานประตูที่ปิดสนิทลงอีกครั้ง ความเงียบงันปกคลุมชั่วขณะก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นอย่างน่ากลัว
"แกคิดว่ายายเด็กนั่นจะหนีรอดไปได้พ้นมือฉันอย่างนั้นหรือ" เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยถามอย่างเย้ยหยัน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของลูกน้องทรยศ "แกไม่รู้จักคาร์ลอสดีพอ... คนของฉัน ต่อให้หนีไปสุดขอบโลก สุดท้ายก็ต้องกลับมาตายใต้ร่างของฉันอยู่ดี"
รอยยิ้มเยือกเย็นของมาเฟียหนุ่มทำให้มือปืนชะงักไปชั่วครู่ ความลังเลฉายชัดขึ้นในแววตาของผู้ทรยศ และนั่นคือเสี้ยววินาทีทองที่คาร์ลอสรอคอย!
ด้วยความเร็วระดับสัตว์ป่ากระโจนตะครุบเหยื่อ คาร์ลอสเบี่ยงศีรษะหลบปลายกระบอกปืนพร้อมกับใช้มือหนาคว้าข้อมือของมันแล้วบิดเข้าหาตัวอย่างแรงจนเสียงกระดูกลั่นดังกรอบ!
"อ้าร์กกก!" เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังลั่นห้อง ปืนในมือหลุดร่วงลงพื้น คาร์ลอสไม่รอช้า ซัดหมัดหนักหน่วงเข้าที่ใบหน้าของคนทรยศจนล้มคว่ำไม่เป็นท่า เลือดสด ๆ ไหลทะลักออกจากมุมปากของมัน มาเฟียหนุ่มตามไปกระทืบซ้ำที่อกข้างซ้ายอย่างเหี้ยมเกรียม ไร้ซึ่งความปรานีใด ๆ ทั้งสิ้น
"ทรยศฉัน... แกคิดว่าจะตายสบายอย่างนั้นหรือวะ!" คาร์ลอสคำรามลั่น ดวงตาสีดำสนิทแดงก่ำด้วยความโกรธจัดที่พุ่งพล่านถึงขีดสุด เขาหยิบปืนที่ตกอยู่ขึ้นมาแล้วจ่อตรงหน้าผากของมันทันที "แต่ก่อนจะส่งแกไปลงนรก... ฉันต้องไปเอาตัวนกน้อยที่บินหนีกลับมากักขังไว้ในกรงทองของฉันเสียก่อน!"
เสียงปืนดังสนั่นก้องห้องทำงานหรู ร่างไร้วิญญาณของคนทรยศทรุดฮวบลงจมกองเลือด ขณะที่คาร์ลอสไม่แม้แต่จะชายตามอง เขาหมุนตัวกลับด้วยฝีเท้าเร่งรีบและดุดัน มุ่งตรงไปยังระเบียงด้านนอกที่รินรดาเพิ่งจะไต่หนีลงไป
สายฝนด้านนอกเริ่มตกหนักขึ้น ลมกรรโชกแรงพัดกระหน่ำร่างสูงที่ก้าวออกมายืนตระหง่านริมขอบระเบียง คาร์ลอสก้มมองลงไปเบื้องล่างผ่านม่านฝนสีเทาทึบ เขายังคงเห็นเงาร่างเล็ก ๆ กำลังไต่ลงไปตามท่อเหล็กอย่างยากลำบาก แสงไฟแฟลชจากฟ้าแลบสะท้อนให้เห็นแผ่นหลังที่สั่นเทาด้วยความเหนื่อยล้าของเธอ
มุมปากของมาเฟียหนุ่มยกยิ้มร้ายกาจ แววตาเต็มไปด้วยประกายความสนุกสนานและกระหายการไล่ล่าราวกับเสือดาวที่กำลังมองดูเหยื่อวิ่งหนีในกำมือ
"คิดจะหนีจากเงื้อมมือฉัน... รินรดา เธอกล้าหาญเกินไปแล้วนะเด็กน้อย"
คาร์ลอสพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแฝงความคลั่งไคล้ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะก้าวข้ามราวระเบียงแล้วเริ่มปีนไล่ตามลงไปในความมืดมิดและสายฝนที่กระหน่ำซัดอย่างไม่ลดละ โดยไม่สนเลยแม้แต่น้อยว่าเบื้องล่างคือเหวแห่งความตาย หรือบทลงทัณฑ์อันเร่าร้อนที่เขากำลังจะมอบให้เธอเมื่อตามทัน!
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการไล่ล่าอันดุเดือดนี้ด้วยใจระทึกนะครับ
เดทติดลบกับมาเฟียร้าย•ตอนที่ 24
ความหวังริบหรี่
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดทติดลบกับมาเฟียร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!