แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำเข้มที่หลุดร่วงลงสู่พื้นห้องทำงานใต้ดิน เปียกชุ่มไปด้วยหยาดฝนและคราบโคลน ทว่าตัวอักษรสีทองบนหน้าปกกลับเด่นชัดบาดตา รินรดานั่งคุกเข่าอยู่ท่ามกลางความหนาวเหน็บ ลมหายใจของเธอสั่นระริกราวกับเปลวเทียนที่ใกล้จะดับมอด ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองเอกสารแผ่นแล้วแผ่นเล่านั้นด้วยความรู้สึกที่พังทลายจนไม่เหลือชิ้นดี
ความจริงที่ถูกฝังกลบไว้ภายใต้กองเลือดและอำนาจมืดกำลังกางกรงเล็บเข้าขย้ำหัวใจของเธออย่างเลือดเย็น
ชื่อของ "บิดาบังเกิดเกล้า" ปรากฏหราอยู่บนเอกสารสั่งการฆ่าเมื่อยี่สิบปีก่อน... และผู้ที่เซ็นอนุมัติคำสั่งปลิดชีพตระกูลของคาร์ลอส ก็คือคนที่เธอเคยเคารพรักและกราบไหว้มาตลอดชีวิต
"โกหก... มันต้องไม่ใช่เรื่องจริงสิ"
เสียงพึมพำของรินรดาดังก้องอยู่ในความเงียบงัน น้ำตาที่ไหลผสมปนเปไปกับหยาดน้ำฝนที่เกาะพราวตามกรอบหน้าไม่ได้ช่วยชะล้างความเจ็บปวดในอกให้เบาบางลงเลยแม้แต่น้อย เธอกำกระดาษแผ่นนั้นแน่นจนมันยับยู่ยี่ ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวและสำนึกผิดที่โถมซัดเข้ามาพร้อมกัน หากคาร์ลอสดึงความจริงนี้ขึ้นมาได้หมด เธอและคนในครอบครัวคงไม่ต่างอะไรกับนักโทษประหารที่รอวันถูกบดขยี้ให้แหลกคามือ
แกร๊ก...
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหลัง ทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม กลิ่นอายอันคุ้นเคยของหยาดฝนปะปนกับกลิ่นบุหรี่ราคาแพงและกลิ่นอายความดุดันเฉพาะตัวแผ่ซ่านปกคลุมแผ่นหลังของเธอในทันที
คาร์ลอสยืนตระหง่านอยู่เหนือร่างของเธอ หยาดน้ำฝนหยดลงมาจากเส้นผมสีดำสนิทที่ลู่แนบกรอบหน้าคมคาย ดวงตาคมกริบคู่นั้นเย็นชาไร้ก้นบึงราวกับปีศาจที่เพิ่งหลุดพ้นมาจากขุมนรก ร่างสูงใหญ่เปียกโชกไปทั้งตัว แต่กลับไม่มีร่องรอยความเหนื่อยอ่อนจากการปีนป่ายหน้าผามรณะเมื่อครู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจนอากาศรอบตัวแทบจะแข็งตัว
"หาเจอเร็วกว่าที่ฉันคิดนี่... รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยขึ้นราวกับกระซิบ แต่กลับทรงพลังและกดดันจนหญิงสาวแทบหายใจไม่ออก รองเท้าหนังราคาแพงก้าวเข้ามาใกล้ ก่อนที่มือหนาและหยาบกร้านจะเอื้อมลงมา กระชากต้นแขนเรียวบางให้ลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากันอย่างไม่100%ปรานี
"ปล่อยฉัน..." รินรดาพยายามเบือนหน้าหนี หลบสายตาที่แฝงไปด้วยความคลั่งไคล้และกระหายการลงทัณฑ์คู่นั้น "คุณคาร์ลอส... ปล่อยฉันไปเถอะค่ะ... เอ๊ย... ปล่อยฉันไปเถอะ" เธอกลืนคำพูดแทบไม่ทันเมื่อเห็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา
"ปล่อยเหรอ?" คาร์ลอสแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นยะเยือกเสียจนน่ากลัว มือหนาบีบเข้าที่คางสֲวของเธอแน่นบังคับให้เงยขึ้นสบตา "เธอคิดว่าเธอเข้ามาเหยียบคลังสมบัติลับแห่งความแค้นของฉัน แล้วจะเดินออกไปได้ง่ายๆ งั้นหรือ? หืม..."
ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนพวงแก้มที่ซีดเผือด แรงดึงดูดอันตรายระหว่างทั้งคู่พุ่งพล่านขึ้นถึงขีดสุดท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดและเปียกชื้น คาร์ลอสไม่รอให้เธอได้เอื้อnคำปฏิเสธใดๆ ออกมาจากริมฝีปากที่สั่นระริก มือหนาเปลี่ยนจากการบีบคางเป็นการเลื่อนมาโอบกระชับเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วราวกับคีมเหล็ก ก่อนจะบดขยี้ริมฝีปากลงมาอย่างไร้ความปรานี
มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนหวาน... แต่มันคือการลงทัณฑ์ การครอบครอง และการประกาศสงครามทางอารมณ์ที่ดิบเถื่อนและเร่าร้อนจนแทบแผดเผา รินรดาครางอือในลำคอด้วยความเจ็บปวดและวาบหวามในเวลาเดียวกัน รสชาติของความเค็มจากหยาดน้ำตาผสมผสานไปกับความดุดันของรสจูบที่เขาป้อนให้อย่างไม่ยอมหยุดหย่อน มือเล็กพยายามทุบตีอกกว้างเพื่อประท้วง แต่กลับกลายเป็นการเติมเชื้อเพลิงให้ซาตานร้ายอย่างคาร์ลอสโหมกระหน่ำความปรารถนาให้ลุกโชนยิ่งขึ้นไปอีก
"หวาน..." คาร์ลอสผริมฝีปากออกเล็กน้อยด้วยความกระหาย ดวงตาคมกริบเปล่งประกายสีอำพันท่ามกลางแสงไฟสลัว "ไม่ว่าจะน้ำตาของเธอ หรือความลับโสโครกที่เธอพยายามขุดคุ้ย... ทุกอย่างที่เป็นของเธอมันช่างหอมหวานและน่าทำลายให้แหลقคามือเสียจริง รินรดา"
ร่างบางถูกผลักกระแทกเข้ากับชั้นหนังสือไม้สักทองด้านหลังอย่างแรงโดยไร้ความอ่อนโยน หนังสือตำราโบราณร่วงหล่นลงมากระจายเกลื่อนพื้น แต่ไม่มีใครสนใจเสียงเหล่านั้นอีกแล้ว คาร์ลอสใช้ร่างกายกำยำกักขังเธอไว้ระหว่างอ้อมแขนและแผ่นไม้ เสื้อผ้าที่เปียกชุ่มแนบลู่ไปกับสรีระเผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าเย้ายวนที่สั่นสะท้อนด้วยแรงอารมณ์ ความโกรธแค้น ความลุ่มหลง และความต้องการที่ถูกกดทับมานานระเบิดออกมาในคราวเดียว
มือหนากระชากสาบเสื้อของเธอออกอย่างไร้ความปราณี เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดที่ลุกชันด้วยความหนาวเหน็บและแรงปรารถนา รินรดาสะท้านเฮือกเมื่อปลายนิ้วหยาบกร้านลากไล้ไปตามลาดไหล่และแผ่นหลัง บดเบียดความอบอุ่นร้อนรุ่มเข้าหาความเย็นยะเยือกของค่ำคืนนี้
"คุณมันบ้า... คาร์ลอส คุณมันคนใจร้าย..." เธอกล่าวเสียงสั่น น้ำตาหยดใหม่ไหลรินลงมาอาบแก้มเมื่อความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีรันกันอยู่ในหัว
"ใช่... ฉันมันบ้า และเธอก็เป็นคนจุดไฟเผาฉันเอง!" เขาคำรามต่ำในลำคอ ก่อนจะประกบจูบลงมาที่ซอกคอระหง ขบเม้มสร้างรอยรักสีแดงเข้มลงบนผิวเนื้อนุ่มอย่างเอาแต่ใจ มือหนาเลื่อนต่ำลงสัมผัสสะโพกผาย บีบเคล้นความนุ่มหยุ่นผ่านเนื้อผ้าที่ชื้นแฉะอย่างหนักหน่วง เร่งเร้าจังหวะการหายใจของเธอให้ขาดห้วง
บรรยากาศในห้องทำงานใต้ดินเต็มไปด้วยเสียงหอบหายใจที่ประสานกันอย่างบ้าคลั่ง สัมผัสที่ดุดันแต่เต็มไปด้วยเสน่ห์อันตรายทำให้รินรดาลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง แม้กระทั่งความลับเรื่องพ่อของเขาที่เพิ่งค้นพบ เธอกำลังจมดิ่งลงไปในห้วงมหรรณพแห่งความเร่าร้อนที่คาร์ลอสเป็นผู้ชี้นำ ร่างกายทั้งสองหลอมรวมกันภายใต้แรงปรารถนาอันรุนแรงที่ไม่อาจต้านทาน โลกทั้งใบเหลือเพียงแค่เสียงหัวใจที่เต้นกระหน่ำและสัมผัสอันร้อนแรงที่แผดเผาจนแทบหลอมละลาย
ทว่า... ท่ามกลางห้วงอารมณ์ที่กำลังพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด เสียงฝีเท้าปริศนาที่ดังขึ้นจากบันไดทางเข้าห้องทำงานใต้ดินกลับทำให้คาร์ลอสชะงักกึก ร่างสูงใหญ่ผละออกจากร่างบางทันที ดวงตาดุดันหันขวับไปมองที่ประตูเหล็กบานหนาด้วยความระแวดระวัง
รินรดากอบกุมเสื้อผ้าที่หลุดรุ่ยเข้าหากับตัวด้วยความตื่นตระหนก หัวใจเต้นแรงด้วยความหวาดกลัวยิ่งกว่าเดิม
และก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไร ประตูเหล็กบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง...
แสงไฟสว่างวาบสาดส่องเข้ามา พร้อมกับร่างของชายสูงอายุในชุดสูทเนียบสนิทผู้มีรอยแผลเป็นพาดผ่านใบหน้าซีกซ้าย ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้เลือดในกายของคาร์ลอสและรินรดาเย็นเฉียบลงในเสี้ยววินาที
"คิดไม่ถึงเลยนะ... ลูกชายตัวดีของฉัน กำลังมีความสุขอยู่กับ 'ลูกสาว' ของคนที่ฆ่าแม่แกเองอย่างนั้นรึ?"
(โปรดติดตามตอนต่อไป...)
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
เดทติดลบกับมาเฟียร้าย•ตอนที่ 25
รอยร้าวที่ยากจะซ่อม
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดทติดลบกับมาเฟียร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!