ความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวของคาร์ลอสในยามวิกาลนั้น หนาวเหน็บเสียยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก ปลายเท้าของรินรดาก้าวเหยียบลงบนพื้นพรมขนสัตว์หนานุ่มอย่างระมัดระวังราวกับกำลังเดินอยู่บนลวดสโนว์โบว์ที่ขึงข้ามปากเหว นัยน์ตากลมโตสั่นไหวระริก สะท้อนเงาของกองเอกสารลับที่ถูกซุกซ่อนไว้หลังชั้นหนังสือบิวต์อินไม้มะฮอกกานีชั้นหนา เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด รสชาติเค็มปร่าของเลือดฝาดในโพรงปากคือเครื่องเตือนสติชั้นดีว่าเธอกำลังเล่นอยู่กับไฟบรรัลกัลป์ที่พร้อมจะแผดเผาให้มอดไหม้เป็นจุล
"ยินดีต้อนรับสู่ขุมนรกของจริงครับ... นายคาร์ลอส"
คำพูดทิ้งท้ายจากบทก่อนหน้ายังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่คำขู่ แต่มันคือคำประกาศิตที่เธอกำลังพิสูจน์ด้วยชีวิตของตัวเอง รินรดายกมือขึ้นปาดเหงื่อกาฬที่ซึมตามไรผม ปลายเรียวนิ้วสั่นเทาเอื้อมไปสัมผัสสันแฟ้มสีดำสนิทที่ไม่มีป้ายชื่อกำกับ เธอบอกกับตัวเองว่านี่คือหนทางเดียวที่จะรอดพ้นจากกรงทองแห่งนี้ หนทางเดียวที่จะรู้ว่าไอ้ผู้ชายดิบเถื่อน เย็นชา และไร้หัวใจคนนั้น มีจุดอ่อนตรงไหนที่เธอจะใช้มันเพื่อทวงอิสรภาพคืนมาได้
แกร๊ก...
เสียงปลดล็อกลิ้นชักชั้นในสุดดังขึ้นแผ่วเบา ราวกับเสียงกระดูกลั่นในความมืด เอกสารกองโตถูกดึงออกมาเปิดดูภายใต้แสงสว่างรำไรจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่หรี่แสงจนน้อยที่สุด ภาพถ่ายเก่าๆ แผ่นหนึ่งร่วงหล่นลงมาบนพื้นพรม รินรดารีบก้มลงคว้ามันขึ้นมาหัวใจเต้นโครมครามราวกับจะทะลุออกมานอกอก
ภาพถ่ายขาวดำใบนั้นแสดงให้เห็นเด็กชายอายุราวๆ แปดขวบ ดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่ดุดัน วาลโรจน์ และเต็มไปด้วยความแค้นเคืองต่อโลกใบนี้ แม้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนานเพียงใด เธอก็จำแววตาคู่นั้นได้ทันที มันคือแววตาเดียวกันกับคาร์ลอสในยاعاتปัจจุบัน ด้านหลังภาพเขียนด้วยลายมือหวัดๆ ด้วยหมึกสีดำสนิทว่า *'ความอ่อนแอคือความตาย และสายเลือดแห่งตระกูลวาสเกซไม่สมควรได้รับความปรานี'*
"กำลังหาอะไรอยู่หรือครับ... คนสวย"
เสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น และเปี่ยมไปด้วยอันตรายดังขึ้นจากความมืดมิดบริเวณมุมห้อง รินรดาสะดุ้งสุดตัว หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม โทรศัพท์มือถือในมือร่วงหล่นลงกระทบพื้นพรมเสียงดังสนั่น แสงไฟจากหน้าจอที่ดับวูบลงทำให้ห้องทั้งห้องกลับคืนสู่ความมืดมิดอีกครั้ง มีเพียงแสงจันทร์สลัวที่ส่องผ่านกระจกหน้าต่างบานใหญ่ เผยให้เห็นเงาร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มที่ก้าวออกมาจากมุมมืดทีละก้าว ย่างก้าวของเขาเชื่องช้า แต่มั่นคงและคุกคามราวกับเสือดาวกำลังต้อนเหยื่อเข้ามุม
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แผ่นหลังบางเฉียบชนเข้ากับชั้นหนังสือด้านหลังอย่างไร้ทางหนี คาร์ลอสหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างกันแทบไม่เหลือพื้นที่ให้หายใจ กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นอายบุหรี่ราคาแพงและน้ำหอมกลิ่นไม้เข้มข้นลอยเข้ามารุกزประสาทสัมผัสของเธอจนวิงเวียน
"ฉัน... ฉันแค่นอนไม่หลับ เลยออกมาหาหนังสืออ่านค่ะ..." เสียงของเธอสั่นเครือจนน่าสมเพช แม้จะพยายามดึงความแข็งกระด้างออกมาสู้ แต่ร่างกายกลับสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเมื่อถูกต้อนจนมุม
คาร์ลอสไม่พูดพร่ำทำเพลง มือหนาเอื้อมออกไปคว้าคางสลักเสลาของเธอไว้ด้วยปลายนิ้วแกร่ง บีบแน่นพอประมาณบังคับให้เงยหน้าขึ้นสบตา แววตาของเขาคมกริบดั่งใบมีดโกนที่จ่ออยู่บนเส้นเลือดใหญ่ มันทั้งมืดมน ดุดัน และเต็มไปด้วยเพลิงโทสะที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
"โกหกไม่เนียนเลยนะครับ รินรดา" เสียงกระซิบของเขาแหบพร่า ร้อนผ่าวรดอยู่บนริมฝีปากอิ่มที่กำลังสั่นระริก "คุณกล้ามากนะที่แอบเข้ามาในดินแดนส่วนตัวของผม... คุณอยากรู้นักใช่ไหมว่าอเนจอนาถแค่ไหนที่ทำให้ผมต้องกลายมาเป็นสัตว์ร้ายตัวนี้?"
"ปล่อยฉันนะ..." เธอพยายามเบือนหน้าหนีและปัดป้องมือหนาที่กำลังลูบไล้กรอบหน้าลงมายังลำคอระหง แต่มันไร้ประโยชน์ แรงมหาศาลจากมาเฟียหนุ่มทำให้เธอเป็นราวกับตุ๊กตาตัวน้อยในกำมือ
"ปล่อยเหรอ? หึ..." คาร์ลอสแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและน่ากลัว เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวมากกว่าเดิม จนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับทรวดทรงอวบอิ่มที่กระกระสนหายใจไม่เป็นจังหวะ มืออีกข้างที่ว่างอยู่รวบเอวคิ้วคอดของเธอเข้าหาตัวด้วยความรวดเร็ว ดึงรั้งเข้าประชิดจนไม่เหลือช่องว่าง "ในเมื่อคุณอยากรู้นักว่าอดีตของผมมันสกปรกและโหดร้ายแค่ไหน ทำไมเราไม่มาทบทวนบทเรียนบทแรกกันเสียหน่อยล่ะครับ"
ริมฝีปากหยักลึกโน้มลงมาประชิดใบหู รอรดารู้สึกถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอจนขนลุกซู่ สัมผัสจากริมฝีปากหนาที่กดจูบลงบนซอกคอขาวผ่องอย่างถือวิสาสะทำให้สติสัมปชัญญะของเธอหลุดลอย ร่างกายทรยศต่อจิตสำนึก ความรู้สึกวาบหวามสายหนึ่งแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนและแรงปรารถนาที่ถูกกักเก็บไว้ให้ตื่นขึ้น
"อย่า... อื้อ..." เสียงคัดค้านถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อคาร์ลอสประกบจูบลงมาอย่างรุนแรงและเอาแต่ใจ ริมฝีปากหนาบดขยี้เรียวปากบางของเธออย่างไร้ความปรานี เป็นการจูบที่เปี่ยมไปด้วยการลงทัณฑ์ ความโกรธเกรี้ยว และความต้องการอันดิบเถื่อนที่ผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก รินรดารู้สึกเจ็บแปลบที่ริมฝีปาก แต่ความเจ็บนั้นกลับจุดประกายไฟพิศวาสให้ลุกโชนขึ้นในช่องท้องอย่างไร้เหตุผล
มือแกร่งเลื่อนไล่ต่ำลงมาบีบเคล้นสะโพกมนภายใต้ชุดนอนเนื้อบางอย่างจาบจ้วง ฝ่ามือร้อนผ่าวผ่านเนื้อผ้าปลุกเร้าอารมณ์สวาทให้พุ่งทะยานขึ้นสูงจนน่ากลัว รินรดาแอ่นกายรับสัมผัสโดยไม่รู้ตัว มือเรียวเล็กที่เคยพยายามผลักไส บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างตัวเองไม่ให้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ความรู้สึกตึงเครียดของการปะทะทางอำนาจแปรเปลี่ยนเป็นสงครามแห่งแรงปรารถนาที่แผดเผาทั้งร่างกายและจิตใจ
คาร์ลอสผริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้เธอได้กอบโกยอากาศเข้าปอด ดวงตาคมกราดจ้องมองใบหน้าที่แดงก่ำและริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการจูบด้วยความพึงพอใจ นิ้วโป้งหยาบกร้านเกลี่ยไล่เช็ดคราบน้ำสีใสที่มุมปากให้อย่างแผ่วเบา ทว่าแววตากลับเยียบเย็นราวน้ำแข็ง
"คุณมันอันตราย รินรดา... เกินกว่าที่ผมจะปล่อยให้คุณเดินออกไปจากที่นี่ได้ง่ายๆ" เขาเอ่ยเสียงกระซิบพร่าข้างริมฝีปากที่สั่นระริกของเธอ "ทีนี้... บอกผมมาสิครับ ว่าภาพถ่ายใบนั้น มันทำให้คุณอยากหนี หรืออยากจะชดใช้ให้ผมบนเตียงนี้กันแน่"
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้เปล่งเสียงตอบคำถามอันแสนเร่าร้อนและกดดันนั้น เสียงกริ่งสัญญาณเตือนภัยนิรภัยจากชั้นล่างของคฤหาสน์ก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นขัดจังหวะ แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างห้องทำงาน สะท้อนเงาร่างของใครบางคนที่กำลังก้าวเท้าขึ้นมาตามบันไดด้วยฝีเท้าเร่งรีบ คาร์ลอสชะงักกึก นัยน์ตาดุดันหันขวับไปมองที่ประตูห้องทันที ร่างกายของเขากลัดเกร็งขึ้นในเสี้ยววินาที
"นายครับ!" เสียงตะโกนจากลูกน้องคนสนิทดังลอดเข้ามาพร้อมกับประตูห้องที่ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง "สายสืบจากฝั่งศัตรูบุกเข้ามาถึงห้องโถงชั้นล่างแล้วครับ... และพวกมันกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่!"
คาร์ลอสผละออกจากร่างของรินรดาอย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาร์ที่เตรียมตะครุบเหยื่อ นัยน์ตาดุดันหันกลับมามองเธอเป็นครั้งสุดท้ายด้วยประกายตาดุดันที่เต็มไปด้วยคำสั่งเด็ดขาด
"อยู่ตรงนี้... ห้ามขยับไปไหนเด็ดขาดจนกว่าผมจะกลับมา" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำลึกที่ไม่อาจขัดขืน ก่อนจะคว้าปืนพกสีดำสนิทออกจากลิ้นชักโต๊ะทำงาน แล้วพุ่งตัวหายลับออกไปจากประตูห้อง ทิ้งให้รินรดายืนหายใจหอบกระชั้นท่ามกลางความมืดและเสียงหัวใจที่เต้นระรัวอยู่บนเส้นด้ายแห่งความตาย
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์อันมืดมนนี้ด้วยกันนะครับ
เดทติดลบกับมาเฟียร้าย•ตอนที่ 5
ความลับใต้เงา
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดทติดลบกับมาเฟียร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!