"ถ้าคุณยังยืนทำหน้าถมึงทึงใส่ผมเหมือนคนท้องผูกแบบนั้น ภาพวาดชิ้นนั้นคงไม่หายพินาศขึ้นมาหรอกครับ รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทของคณินดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดภายในห้องพักผ่อนส่วนตัวของภัณฑารักษ์ กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วเข้มตีคละคลุ้งตัดกับกลิ่นอับชื้นของสารเคมีที่ยังติดอยู่ตามปลายนิ้วของเธอ รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด ความโกรธระคนหวาดหวั่นจากเหตุการณ์วิกฤตเมื่อสิบนาทีที่แล้วยังคงสูบฉีดอะดรีนาลีนในกายเธอให้พลุ่งพล่าน ภาพผลงานศิลปะชิ้นเอกของศตวรรษที่สิบเก้าถูกละเลงด้วยสีเคมีปริศนา ยังคงติดตาและสร้างความกดดันชนิดที่แทบทำให้ลมหายใจสะดุด
มือเรียวบางที่สั่นเทาเล็กน้อยยกแก้วเซรามิกสีดำสนิทขึ้นจรดริมฝีปาก รสชาติขมจัดของแบล็กคอฟฟี่ไร้น้ำตาลไหลผ่านลำคอ รุกเร้าประสาทสัมผัสให้ตื่นตัว ขณะที่ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มผู้มีตำแหน่งเป็นถึงหัวหน้าภัณฑารักษ์ ซึ่งเวลานี้กำลังยืนกอดอกพิงขอบหน้าต่าง ทอดสายตามองออกไปเบื้องล่างด้วยท่าทีที่ดูสุขุมเกินเหตุ จนน่าหมั่นไส้
"คุณพูดง่ายนี่ครับ คณิน" รินรดาตอกกลับ น้ำเสียงเยียบเย็นและคมกริบไม่แพ้กัน "นั่นคือผลงานที่ฉันใช้เวลาสามเดือนเต็มในการศึกษาโครงสร้างเม็ดสี และเตรียมการฟื้นฟู มันไม่ใช่กระดาษเศษๆ ที่คุณจะเอาไปขยำทิ้งถังขยะเล่นแก้เซ็งตอนบ่ายนะ"
คณินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเยือกเย็นและกวนประสาทตามสไตล์ ชายหนุ่มก้าวเท้าช้าๆ เข้ามาใกล้โต๊ะทำงานตัวยาว ร่างสูงโปร่งในชุดสูทเข้ารูปดูทรงพลังและกดดันเธอในเวลาเดียวกัน
"ผมไม่เคยบอกว่ามันไร้ค่าครับ รินรดา" คณินทิ้งเสียงหนักแน่นในคำพูด ขณะที่ดวงตาคู่คมพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหวานที่ฉายแววความเหนื่อยล้าอย่างชัดเจน "แต่การที่คุณยืนหัวเสีย กัดฟันกรอดจนกรามขึ้นสันแบบนั้น มันช่วยเพิ่มความคงตัวให้ชั้นสีแคนวาสได้หรือไงครับ? หรือมันช่วยให้ตัวการที่สาดสีมันเดินมามอบตัวหน้าพิพิธภัณฑ์?"
"ฉันแค่..." รินรดาชะงักไปครู่หนึ่ง ความรู้สึกพ่ายแพ้แล่นแปลบเข้ามาในอกอย่างกะทันหัน เธอไม่ใช่คนอ่อนแอ และไม่เคยยอมให้ใครมาเห็นมุมที่เปราะบางที่สุด แต่ความกดดันมหาศาลจากเหตุการณ์ทำลายล้างผลงานศิลปะครั้งนี้ รวมถึงสายตาที่พยายามจะมองทะลุปรุโปร่งของคณินกำลังทำให้เกราะป้องกันที่เธอสร้างไว้พังทลายลงทีละน้อย "ฉันแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมเรื่องแบบนี้ถึงเกิดขึ้นในรอบจัดแสดงพิเศษที่มีระบบรักษาความปลอดภัยหนาแน่นที่สุด"
คณินถอนหายใจยาวเบาๆ บรรยากาศรอบตัวเขาเปลี่ยนไปชั่วขณะ ความกวนประสาทถูกแทนที่ด้วยความจริงจังที่หาได้ยาก ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟ
"เพราะมันไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบไงครับ" คณินเอ่ยเสียงเบาลง ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "กล้องวงจรปิดมุมอับจุดนั้นถูกบิดองศาไปก่อนหน้านั่นสิบห้านาที แปลว่าคนทำต้องเป็นคนใน... หรือไม่ก็คนที่รู้ระบบโครงสร้างภายในของเราดีกว่าใคร"
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาโดยอัตโนมัติ ความตึงเครียดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความสงสัยระคนหวาดระแวง ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันจนเผลอรับรู้ถึงจังหวะลมหายใจที่สม่ำเสมอของอีกฝ่าย กลิ่นอายความเป็นสุภาพบุรุษที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความปากจัดของคณินเริ่มแผ่อิทธิพลบางอย่าง ทำให้หัวใจที่ควรจะเต้นเป็นจังหวะปกติของเธอกลับเริ่มรัวเร็วจนน่าตกใจ
"คุณ... กำลังจะบอกว่ามีหนอนกระทำ?" รินรดากระซิบถาม เสียงของเธอเบาลงกว่าเดิม
"ผมยังไม่ได้สรุปครับ" คณินโน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด มือหนายื่นออกไปรินกาแฟร้อนๆ เติมลงในแก้วของเธออย่างเบามือ "แต่สิ่งที่ผมรู้แน่ๆ ตอนนี้คือ... คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในการรับมือกับความซวยครั้งนี้หรอกนะ รินรดา"
คำพูดนั้นเรียบง่าย แต่กลับทรงพลังและสร้างความสั่นไหวในช่องท้องของเธออย่างประหลาด รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ปลายนิ้วเรียวที่กำแก้วกาแฟแน่นเริ่มคลายออก ความเย็นชาที่เธอใช้เป็นเกราะคุ้มกันมาตลอดหลายปีเหมือนกำลังถูกความอบอุ่นที่เจือมากับความกวนประสาทของผู้ชายตรงหน้ากัดเซาะทีละน้อย
"คุณพูดเหมือนเป็นห่วงฉันอย่างนั้นแหละ คณิน" เธอยกยิ้มมุมปาก ฝืนทำเป็นใจแข็งทั้งที่ข้างในปั่นป่วนไปหมด "ระวังเถอะครับ... คนปากร้ายแบบคุณ เดี๋ยวจะตกหลุมรักคนหน้าบึ้งเข้าสักวัน"
คณินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบไหววูบชั่วขณะก่อนจะกลับมาเป็นประกายเจ้าเล่ห์ตามเดิม ชายหนุ่มโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียนที่ขึ้นสีแดงเรื่อโดยไม่รู้ตัว
"ถ้าผมบอกว่าผมตกหลุมรักตั้งแต่วันแรกที่คุณเดินเข้ามาด่าผมกลางห้องประชุม..." คณินกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าชวนใจสั่น "คุณจะเชื่อไหมล่ะครับ... มาดามคิวเรเตอร์ผู้ไร้ใจ"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที เสียงหัวใจของรินรดาดังชัดเจนจนเธอกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ร่างบางแข็งทื่อ สมองขาวโพลนคิดคำพูดโต้
เถียงไม่ออกเป็นครั้งแรกในชีวิต ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงกับคำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้การเตรียมตัว
ในจังหวะที่หัวใจกำลังเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก และริมฝีปากของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร—
*ปัง!*
ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดผางเข้ามาอย่างแรง พร้อมกับเสียงหอบแฮกของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหนุ่มที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาตะโกนลั่นห้อง
"ท่านภัณฑารักษ์ครับ! เกิดเรื่องใหญ่ซ้ำสองแล้วครับ... ระบบเซิร์ฟเวอร์หลักโดนไวรัสเจาะ และตอนนี้... ภาพวาดทั้งหมดในแกลเลอรีหลักกำลังจะถูกลบข้อมูลดิจิทัลครับ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมลุ้นไปกับเคมีที่เริ่มเดือดพล่านของทั้งคู่ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
เซฟโซนสุดกวนกับมาดามคิวเรเตอร์ผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 4
กาแฟกับคำประชด
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดามคิวเรเตอร์ผู้ไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!