หน้าจอคอมพิวเตอร์พกพาบนโต๊ะทำงานสั่นสะเทือนด้วยสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉาน ข้อความรหัสโค้ดขนาดยักษ์กำลังวิ่งวนสลับซับซ้อนบนจอภาพ ท่ามกลางความมืดสลัวของห้องเก็บรักษาศิลปวัตถุ มีเพียงแสงไฟจากหน้าจอที่สะท้อนใบหน้าเคร่งเครียดของคณิน
"ให้ตายสิ... พวกมันไม่ได้มาเล่นๆ แฮะ" ภัณฑารักษ์หนุ่มสบถเบาๆ มือเรียวยาวกวาดแป้นพิมพ์ด้วยความเร็วสูงเพื่อสกัดกั้นการเจาะระบบฐานข้อมูลดิจิทัล แต่ดูเหมือนแฮกเกอร์ปริศนาจะล้ำหน้าไปก้าวหนึ่ง ระบบสำรองกำลังทยอยล่มสลายทีละโหนด ภาพวาดมาสเตอร์พีซนับร้อยในแกลเลอรีหลักกำลังถูกลบข้อมูลความละเอียดสูงออกอย่างถาวร หากพลาดไปแม้แต่เสี้ยววินาที มรดกทางวัฒนธรรมประเมินค่าไม่ได้จะมลายหายไปในพริบตา
ในขณะเดียวกัน รินรดากลับยืนนิ่งสนิทอยู่เบื้องหน้าผืนผ้าใบโบราณของศตวรรษที่สิบเก้า ภายใต้แสงไฟอัลตราไวโอเลตพกพาที่ส่องกราดไปทั่วผิวภาพ เธอกลับไม่สนใจเสียงเตือนภัยรอบตัวแม้แต่น้อย ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นใสจดจ้องไปยังมุมล่างขวาของภาพอย่างไม่กะพริบ
ร่องรอยสีที่ซ่อนอยู่... มันผิดปกติอย่างยิ่งยวด
"คุณรินรดา! ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งพิจารณาโครงสร้างสีนะครับ!" คณินตวาดข้ามห้อง เสียงหอบหายใจของเขาบ่งบอกถึงความกดดันขั้นสุด ร่างสูงดีดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วสาวเท้ายาวๆ เข้ามาประชิดตัวหญิงสาว "เซิร์ฟเวอร์หลักกำลังจะพังทลายในอีกสามนาทีข้างหน้า ถ้าไฟล์ดิจิทัลของภาพนี้หายไป โครงการบูรณะที่เราทุ่มเทกันมาเป็นเดือนจะกลายเป็นศูนย์ทันที!"
รินรดาไม่แม้แต่จะหันไปมอง เธอใช้ปลายเล็บมือสวมถุงมือผ้าฝ้ายแตะเบาๆ ลงบนชั้นสีเคลือบที่ทับถมกันหลายชั้น น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบจนน่ากลัวตัดผ่านความโกลาหล
"คุณคณิน... เงียบปากแล้วมาดูนี่สิครับ"
คำพูดของเธอทำเอาคณินชะงัก ฝ่าเท้าที่กำลังจะเดินไปรีเซ็ตเตอร์มินัลหยุดกะทันหัน เขาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ก่อนจะเดินเข้ามาประชิดด้านหลังของเธอ กลิ่นน้ำหอมบุรุษเจือกลิ่นกระดาษเก่าและกาแฟเข้มพุ่งปะทะจมูกรินรดาจนเธอต้องแอบสูดหายใจลึกโดยไม่รู้ตัว
"มีอะไรอีก ภาพนี้มันก็แค่..." คณินก้มตัวลงมองตามนิ้วเรียวที่ชี้ไปยังรอยแตกร้าวของชั้นสีน้ำมัน
"ภาพนี้ไม่ได้ถูกวาดทับเพื่อซ่อมแซมงานเก่า..." รินรดากล่าวแทรก น้ำเสียงของเธอลดต่ำลงราวกับกำลังกระซิบกับความลับที่ถูกฝังกลบมานับร้อยปี "แต่สีชั้นล่างสุด... มันคือรหัสลับบางอย่างที่ถูกจงใจปกปิดเอาไว้ด้วยเทคนิคการลงสีอำพราง ดูรอยแปรงพวกนี้สิครับ มันไม่ใช่สไตล์ของจิตรกรเจ้าของชื่อบนมุมภาพเลยแม้แต่น้อย"
ดวงตาคมกาลของคณินหรี่ลง เขากวาดสายตามองตามร่องรอยสีที่เรืองแสงภายใต้แสงยูวี เส้นสายเหล่านั้นไม่ได้ประกอบกันเป็นภาพทิวทัศน์ตามที่ตาเปล่ามองเห็น แต่หากมองในมุมมองเชิงเรขาคณิต มันคือแผนผัง... แผนผังห้องนิรภัยใต้ดินที่หายสาบสูญไปพร้อมกับเหตุการณ์เพลิงไหม้พิพิธภัณฑ์เมื่อหبสิบปีก่อน
"นี่มัน... บ้าชัดๆ" คณินพึมพำ ความตึงเครียดเรื่องระบบเซิร์ฟเวอร์ถูกดึงความสนใจไปชั่วขณะเมื่อเผชิญหน้ากับปริศนาตรงหน้า "ภาพวาดชิ้นนี้ถูกใช้เป็นแผนที่นำทางซ่อนรูปอย่างนั้นเหรอ? แล้วใครเป็นคนเอามาแขวนไว้ที่แกลเลอรีหลักแถมยังผ่านการตรวจสอบของภัณฑารักษ์รุ่นก่อนมาได้ตั้งหลายสิบปีโดยไม่มีใครสังเกตเห็น?"
"คำถามนั้นเอาไว้ถามทีหลังเถอะครับ..." รินรดาหันขวับมาสบตาเขา ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันเสียจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน ปลายจมูกแทบจะแตะกันในความมืดสลัวของห้อง "ตอนนี้ระบบดาวน์โหลดฉุกเฉินของคุณทำงานหรือยัง? ถ้าเราไม่คัดลอกข้อมูลสีชั้นนี้ลงในหน่วยความจำแยกต่างหากก่อนที่ระบบหลักจะโดนไวรัสล้างเกลี้ยง ความลับทั้งหมดจะหายไปตลอดกาลนะครับ!"
คณินได้สติ เขาละสายตาจากริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันอย่างเคร่งเครียดของหญิงสาว ก่อนจะคว้าแฟลชไดรฟ์เข้ารหัสลับจากกระเป๋าเสื้อสูทขึ้นมาเสียบเข้ากับช่องเชื่อมต่อพิเศษที่รินรดาเตรียมไว้บนโต๊ะทำงานข้างๆ อย่างรวดเร็ว
"ระบบสำรองฉุกเฉินกำลังดาวน์โหลด... สิบวินาทีสุดท้าย..." คณินพึมพำ มือข้างหนึ่งค้ำขอบโต๊ะไว้เพื่อกักตัวรินรดาไม่ให้ถอยหนี ขณะที่สายตายังคงจดจ้องเปอร์เซ็นต์การโอนถ่ายข้อมูลบนหน้าจอที่วิ่งขึ้นช้าๆ ดั่งใจจะขาด "เก้า... แปด... เจ็ด..."
เสียงหัวใจของรินรดาดังแข่งกับเสียงสัญญาณเตือนภัยในห้อง เธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างสูงที่โน้มตัวลงมาครอบคลุมพื้นที่รอบตัวเธอ ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายยิ่งกว่าไวรัสคอมพิวเตอร์ตัวไหนๆ เสียอีก กลิ่นอายความเป็นสุภาพบุรุษที่แฝงความดุดันและเอาแต่ใจทำให้มือของเธอบางเบาจนเกือบทำอุปกรณ์ร่วง
"ห้ามมองไปไหนนะ" เสียงกระซิบต่ำทุบ ∰ ชิดใบหูของเธอทำเอาขนลุกซู่ คณินโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากของเขาเกือบจะเฉียดผ่านขอบใบหูเนียน "มองหน้าผม... จนกว่าข้อมูลจะเสร็จ"
"คุณคณิน... มันไม่ใช่เวลามาเล่น..."
"ใครว่าผมเล่น" เขาตัดบท น้ำเสียงจริงจังขึ้นมาทันที "ผมกำลังปกป้องความลับของคุณ... และปกป้องคุณจากไอ้พวกที่พยายามจะทำลายหลักฐานนี้ต่างหาก"
*ติ๊ง!*
เสียงสัญญาณไฟสีเขียวสว่างวาบขึ้นบนหน้าจอ พร้อมกับข้อความ *Download Complete* ปรากฏเด่นชัด คณินถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก ก่อนที่เขาจะดึงแฟลชไดรฟ์ตัวจิ๋วเก็บใส่กระเป๋าเสื้อในทันที
ทว่า... ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ทันผ่อนคลายจากความตึงเครียด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นที่บริเวณทางเดินด้านนอก ประตูห้องนิรภัยที่ควรจะถูกล็อกด้วยระบบดิจิทัลแน่นหนากลับค่อยๆ ถูกงัดแงะด้วยชะแลงเหล็กจนเกิดเสียงดังเอี๊ยดอาร์ดบาดหู
รินรดาเบิกตากว้าง หันไปสบตากับคณินทันที ความตระหนกฉายชัดในแววตา
"พวกมันไม่ได้มาแค่แฮกข้อมูลในระบบดิจิทัล..." คณินกัดฟันกรวด ดวงตาคมกาลวับโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว เขารวบเอวบางของรินรดาเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วก่อนจะพาหลบไปซหลังชั้นวางโบราณวัตถุขนาดใหญ่ "พวกมันตั้งใจมา ‘เอาคืน’ ของจริงที่อยู่ในห้องนี้ต่างหาก"
ประตูกลางห้องถูกกระแทกจนเปิดผางออกอย่างแรง แสงไฟฉายสาดส่องกราดไปทั่วห้องมืดทึบ ร่างเงาสูงใหญ่สามร่างในชุดสูทสีดำสนิทและสวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าก้าวเข้ามาพร้อมกับอาวุธปืนเก็บเสียงในมือ
และก่อนที่รินรดาจะได้เปล่งเสียงอุทานออกมา คณินก็เอื้อมมือหนามาปิดปากเธอไว้สนิท แนบชิดจนแผ่นหลังของเธอแนบติดกับแผงอกแกร่งของเขา ขณะที่สายตาคมกาลของภัณฑารักษ์หนุ่มจ้องมองผ่านช่องว่างของชั้นวางวัตถุไปยังผู้มาเยือนปริศนาที่กำลังเดินเข้ามาใกล้จุดที่พวกเขายืนอยู่ทีละก้าว... ทีละก้าว...
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับตัวอักษรของผมเสมอนะครับ
เซฟโซนสุดกวนกับมาดามคิวเรเตอร์ผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 5
ความลับในพู่กัน
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดามคิวเรเตอร์ผู้ไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!