"ถ้าคุณยังยืนเก๊กท่าแล้วขยับปากพึมพำเหมือนคนสติไม่ดีอยู่แบบนี้ ผลงานชิ้นเอกอายุแปดร้อยปีตรงหน้าคงได้กลายเป็นผงธุลีในมือคุณจริงๆ แน่ครับ มาดาม"
เสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้าแหย่ดังขึ้นในระยะประชิด ท่ามกลางความมืดสนิทที่โรยตัวลงมาอย่างไร้สัญญาณเตือน เมื่อระบบจ่ายไฟสำรองของห้องนิรภัยใต้ดินล่มสลายลงพร้อมกับเสียงกริ๊กเบาๆ ของคัตเอาท์หลัก
รินรดาสะดุ้งสุดตัว สัญชาตญาณการป้องกันตัวทำให้เธอก้าวถอยหลังโดยไม่ทันระวังข้อต่อของชั้นวางโลหะด้านหลัง แผ่นหลังบอบบางกระแทกเข้ากับโครงเหล็กเย็นเฉียบจนลมหายใจสะดุด ทว่าก่อนที่ศีรษะจะกระแทกซ้ำ มือหนาคู่เดิมก็เอื้อมมาคว้าขอบชั้นวางไว้เหนือหัวเธอได้อย่างแม่นยำ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นมินต์จางๆ ปะทะเข้ากับข้างแก้มของเธอในระยะห่างที่ไม่ถึงคืบ
พื้นที่ในห้องเก็บงานอนุรักษ์พิเศษนี้แคบอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อไร้ซึ่งแสงไฟจากหลอดแอลอีดี มันก็ยิ่งกลายเป็นห้องปิดตายที่บีบให้โลกทั้งใบเหลือเพียงคนสองคน
"ถอยไปนะ คณิน" น้ำเสียงของนักฟื้นฟูสาวไม่ได้ราบเรียบเย็นชาดังเช่นเคย มันสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความตกใจและแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล "คุณจงใจแกล้งตัดไฟหรือไง ถึงได้ก้าวเข้ามาประชิดตัวผมในระยะอันตรายแบบนี้"
"ผมเนี่ยนะจะกล้าเล่นพิเรนทร์กับสมบัติล้ำค่าของพิพิธภัณฑ์" เสียงหัวเราะในลำคอของภัณฑารักษ์หนุ่มดังขึ้นเบาๆ สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากหน้าอกกว้างที่เกือบจะแนบชิดกับเสื้อคลุมปฏิบัติการของเธอ "อีกอย่าง... สมบัติที่อันตรายที่สุดในตอนนี้ ไม่ใช่ภาพเขียนบนโต๊ะนั้นหรอกครับ แต่เป็นคุณต่างหากที่กำลังยืนตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำ"
"ผมไม่ได้สั่น!" รินรดาเถียงกลับทันควัน พยายามดันอกแกร่งให้ออกห่าง แต่ทว่าในความมืดที่ไร้การมองเห็น ผิวสัมผัสจากเนื้อผ้าและมัดกล้ามใต้เสื้อเชิ้ตกลับเด่นชัดยิ่งกว่าตอนกลางวัน มือเรียวที่พยายามผลักไสกลับถูกมือใหญ่รวบจับไว้ด้วยความนุ่มนวลแต่หนักแน่น แล้วตรึงไว้ข้างลำตัวบนชั้นวาง
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นโครมครามแข่งกับความเงียบ รินรดารู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่ซ่านขึ้นมาบนใบหน้า เธอกำหมัดแน่นโดยพยายามดึงสติอันน้อยนิดกลับมา
คนปากร้ายคนนี้... ทำไมถึงชอบฉวยโอกาสในยามวิกฤตอยู่เรื่อย
"ปล่อยมือจากผมนะ คณิน" เธอเอ่ยเสียงลอดไรฟัน พยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่น "ถ้าช่างไฟมาเห็นเข้า เราคงอธิบายภาพอุบาทว์นี้ยาก"
"ไม่มีใครมาหظหรokครับ ระบบรักษาความปลอดภัยถูกล็อกดาวน์อัตโนมัติจากศูนย์ใหญ่ อีกอย่าง..." คณินจงใจลากเสียงยาว ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนเส้นขนทั่วร่างของหญิงสาวลุกชัน "ในความมืดแบบนี้... ต่อให้มีคนเปิดประตูเข้ามา เขาก็คงเห็นแค่ความว่างเปล่า... หรือไม่ก็เห็นว่าเรากำลังทำเรื่องที่น่าตื่นเต้นกว่าการฟื้นฟูศิลปะ"
"คุณนี่มัน... ไร้สาระสิ้นดี!"
รินรดาพยายามเบี่ยงหน้าหนีสัมผัสที่ใกล้ชิดจนเกินงาม แต่ปลายนิ้วเรียวอุ่นจัดของชายหนุ่มกลับแตะลงที่ปลายคางมนอย่างแผ่วเบาบังคับให้เธอนิ่ง คราวนี้ไม่มีแววหยอกล้อในน้ำเสียงของเขาอีกต่อไป มีเพียงความนุ่มนวลล้ำลึกที่แฝงอยู่ภายใต้ความเงียบ
"ริน..." เสียงเรียกชื่อเธอดังแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบจากความฝัน "ทำไมคุณถึงต้องทำตัวแข็งกระด้างใส่ผมตลอดเวลาด้วยล่ะครับ? ทุกครั้งที่คุณทำท่าเหมือนอยากจะผลักไสผมให้พ้นทาง... รู้ไหมว่าสายตาของคุณมันฟ้องว่ากำลังกลัวอะไรอยู่"
"ผมไม่ได้กลัวอะไรทั้งนั้น!"
"โกหก" คณินแทรกขึ้นทันที น้ำเสียงจริงจังจนเธอต้องชะงัก "คุณกลัวความรู้สึกของตัวเอง... กลัวว่าวันหนึ่งจะมีใครสักคนทะลวงกำแพงที่คุณสร้างไว้เข้ามาได้ โดยเฉพาะคนกวนประสาทอย่างผม... ใช่ไหมล่ะครับ?"
คำพูดนั้นราวกับมีค้อนเหล็กมาทุบลงกลางใจ รินรดานิ่งงัง ภาพอดีตที่เธอพยายามฝังกลบไว้ใต้คราบของความเย็นชาและกฎระเบียบผุดขึ้นมาในหัว สมบัติที่เธอเคยปกป้องด้วยชีวิต... ความผิดพลาดที่เธอไม่เคยให้อภัยตัวเอง... ทุกอย่างถูกสายตาคมกริบในความมืดคู่นี้มองทะลุปรุโปร่งไปหมด
มือที่เคยถูกตรึงไว้ค่อยๆ คลายออก แต่วินาทีที่อิสระกลับคืนมา รินรดากลับไม่ได้ผลักเขาออกอย่างที่ควรจะเป็น ปลายนิ้วเรียวของเธอสั่นเทา เอื้อมไปสัมผัสกับปกเสื้อเชิ้ตของชายหนุ่มโดยไม่รู้ตัว เพื่อหาที่ยึดเหนี่ยวในโลกที่มืดมิด
เคมีที่ปะทะกันอย่างดุเดือดในยามปกติ บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นแรงดึงดูดอันตรายที่พร้อมจะเผาผลาญทุกเหตุผลให้มอดไหม้ คณินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกับขอบปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างชั่งใจ
ระยะห่างระหว่างความเกลียดชังและความเสน่หาเหลือเพียงแค่เส้นด้ายบางๆ ที่พร้อมจะขาดสะบั้น
"ถ้าคุณยังพูดมาก... ผมจะ..." รินรดาขู่เสียงแผ่ว แต่ประโยคคุกคามของเธอกลับถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากอุ่นร้อนทาบทับลงมาอย่างนุ่มนวลและเด็ดขาดในความมืด
มันไม่ใช่แค่การฉวยโอกาส แต่มันคือการประกาศสงครามในห้องมืดที่ไม่มีใครยอมใคร...
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับแสงไฟนีออนสว่างวาบขึ้นทั่วทั้งห้องอย่างกะทันหัน ระบบไฟฟ้ากลับมาใช้งานได้ตามปกติแล้ว พร้อมกับบานประตูห้องนิรภัยที่ถูกผลักเปิดออกโดยผู้มาใหม่
"คุณรินรดา! คุณคณิน! อยู่ข้างในไหมครับ? แย่แล้วครับ ภาพเขียนชิ้นเอกในห้องโถงใหญ่มีปัญหา..."
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับตัวอักษรของผมเสมอนะครับ
เซฟโซนสุดกวนกับมาดามคิวเรเตอร์ผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 6
สงครามในห้องมืด
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดามคิวเรเตอร์ผู้ไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!