เซฟโซนสุดกวนกับมาดามคิวเรเตอร์ผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 7

รอยร้าวที่หัวใจ

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
“คุณกำลังทำลายมัน... ไม่ใช่รักษามัน” เสียงของคณินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องสตูดิโอเก็บงานศิลปะ เขาไม่ได้ยืนอยู่ตรงประตู แต่ยืนอยู่ข้างหลังรินรดาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครทราบ กลิ่นน้ำมันสนและสีอะคริลิกอบอวลอยู่ในอากาศ แต่มันกลับไม่ฉุนกึกเท่ากับบรรยากาศที่คุกรุ่นระหว่างคนสองคน รินรดาชะงักพู่กันในมือ ปลายขนสัตว์นุ่มนิ่มเปื้อนสีแดงสดแตะค้างอยู่บนผืนผ้าใบที่เธอกำลังลงมือ ‘แก้ไข’ รอยถลอกของภาพวาดพอร์ตเทรตชิ้นสำคัญ เธอไม่ได้หันกลับไปมองเจ้าของเสียง แต่แววตาที่สะท้อนอยู่ในกระจกเงาตรงหน้ากลับวูบไหวเพียงชั่วครู่ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาตามความเคยชิน “ถ้าคุณคิดว่าตัวเองเป็นภัณฑารักษ์ที่เก่งกาจขนาดนั้น ทำไมไม่ไปยืนสั่งการคนอื่นล่ะครับคุณคณิน ห้องนี้เป็นพื้นที่ส่วนตัวของผม” “พื้นที่ส่วนตัว? ในพิพิธภัณฑ์ของผมเนี่ยนะ?” คณินก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น จนรินรดารู้สึกถึงความร้อนจากร่างสูงที่แผ่ซ่านเข้ามา เธอได้ยินเสียงเขาหัวเราะในลำคอ ซึ่งเป็นเสียงที่เธอมักจะหมั่นไส้อยู่เป็นประจำ คณินไม่ได้สนใจคำประชดประชัน เขาเอื้อมมือไปจับข้อมือเธอเบาๆ ไม่ใช่การคุกคาม แต่เป็นการรั้งให้เธอหยุดพู่กันนั่นลง สายตาของเขาจ้องมองไปยังรอยสีแดงที่รินรดาตั้งใจระบายลงไปบนมุมหนึ่งของภาพวาด มันไม่ใช่สีที่ควรจะอยู่ตรงนั้น แต่มันกลับเป็นสีเดียวกับที่ถูกใช้แต่งแต้มดวงตาในภาพวาดต้นฉบับอย่างประหลาด “สีแดง... ทำไมต้องเป็นสีนี้” เขาถาม เสียงทุ้มต่ำของเขาลดระดับลงจนเกือบจะเป็นเสียงกระซิบ “คนปกติเขาเก็บงานเขาต้องใช้เฉดสีที่ใกล้เคียงที่สุด แต่คุณ... คุณกำลังพยายามซ่อนบางอย่างไว้ข้างใต้รอยแตกพวกนี้” รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอกระชากข้อมือกลับอย่างแรง พยายามรักษาระยะห่าง “คนเราก็มักจะมองเห็นสิ่งที่ตัวเองอยากเห็นสินะครับ คุณมองว่ามันคือการทำลาย แต่สำหรับผม... นี่คือการซ่อมแซมความรู้สึก” คณินนิ่งไป เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวที่มักจะซ่อนความเจ็บปวดไว้ภายใต้กรอบแว่นและท่าทีวางมาด วันนี้ไม่มีกำแพงสูงชันเหมือนทุกวัน แต่กลับมีรอยร้าวที่เผยให้เห็นเนื้อแท้ข้างใน เขาสังเกตเห็นมือของเธอที่สั่นเทานิดๆ ขณะที่เธอกำลังพยายามเก็บอุปกรณ์ “คุณกำลังวาดรูปอดีตตัวเองอยู่หรือเปล่า รินรดา?” คำถามนั้นเหมือนใบมีดที่กรีดลงไปกลางใจ รินรดาชะงัก มือที่กำลังจะวางพู่กันสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ เธอหันกลับมาประจันหน้ากับเขา ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีเพียงความเย็นชา แต่มันเต็มไปด้วยความแตกสลายที่ถูกกดทับมานานหลายปี “คุณไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับสิ่งที่ผมเจอ” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าแต่ยังคงความหยิ่งทะนง “คุณเห็นแค่ผลงานที่สมบูรณ์แบบ เห็นแค่พิพิธภัณฑ์ที่รุ่งเรือง แต่คุณไม่เคยเห็นเศษเสี้ยวชีวิตของคนที่ต้องเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อให้งานศิลปะสักชิ้นมันยังคงอยู่บนโลกใบนี้” คณินก้าวเข้ามาอีกก้าว ครั้งนี้เขาไม่มีท่าทีกวนประสาท ความขี้เล่นในแววตาหายไปสิ้น เหลือเพียงความเห็นอกเห็นใจที่เขาก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีให้ใคร “งั้นก็บอกผมสิ... ถ้าคุณอยากระบายมันออกมา แทนที่จะใช้พู่กันพวกนี้ทำร้ายตัวเองในใจ บอกผมมา” บรรยากาศในห้องเงียบลงจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน แสงจากโคมไฟสตูดิโอด้านบนส่องกระทบใบหน้าของทั้งคู่ เกิดเป็นเงาที่ทาบทับกันจนดูเหมือนพวกเขากำลังโอบกอดกันด้วยสายตา รินรดาเม้มปากจนเป็นเส้นตรง เธออยากจะผลักเขาออกไป อยากจะตะโกนใส่หน้าว่าเขามันคนนอก แต่ลึกๆ ในใจที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอด... เธอโหยหาใครสักคนที่มองเห็น ‘รอยร้าว’ นี้จริงๆ “มันไม่มีอะไรต้องบอกหรอกครับ” รินรดาหลบสายตา “เราก็แค่คนสองคนที่ต่างคนต่างอยู่...” “เราไม่ได้ต่างคนต่างอยู่แล้ว รินรดา” คณินแทรกขึ้น จังหวะหัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นจนเกือบจะหลุดออกมาจากอก “นับตั้งแต่วินาทีที่คุณก้าวเข้ามาที่นี่ และผมก้าวเข้าไปในชีวิตคุณ... เรากลายเป็นเรื่องของกันและกันไปแล้ว” เขาก้าวเข้าไปจนชิดร่างบาง มือข้างหนึ่งยื่นออกไปเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าของเธออย่างแผ่วเบา รินรดาไม่ได้ถอยหนี เธอทำเพียงแค่หยุดหายใจ ความใกล้ชิดที่อันตรายนี้กำลังทำให้สติสัมปชัญญะของเธอพร่าเลือน ความรู้สึก ‘ซึน’ ที่เคยมีถูกหลอมละลายจนเกือบหมดสิ้น “คุณพูดอะไรของคุณ...” คณินโน้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกของเขาเกือบจะแตะกับจมูกของเธอ กลิ่นโคโลญจน์จางๆ ของเขาผสมกับกลิ่นสีน้ำมัน สร้างความรู้สึกหวามไหวที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน “ผมกำลังบอกว่า... ต่อให้คุณจะพยายามทาสีทับรอยร้าวพวกนั้นกี่ครั้งก็ตาม แต่ผมจะเป็นคนที่ค่อยๆ แกะมันออกดูเอง ว่าข้างใต้สีแดงพวกนั้น... มันซ่อนหัวใจของใครเอาไว้” รินรดาสบตากับเขา หัวใจของเธอเต้นรัวเหมือนกลองศึก ความกลัวที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความประหม่าที่แปลกประหลาด เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้น รับรู้ถึงสัมผัสที่อบอุ่นจากสายตาของชายหนุ่มที่เธอมองว่ากวนประสาทมาตลอดชีวิต ทว่า ในวินาทีที่ใบหน้าของทั้งคู่เริ่มเคลื่อนเข้าหากันจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงเสี้ยววินาที เสียงเคาะประตูอย่างรีบร้อนก็ดังขัดจังหวะขึ้น *ก๊อก ก๊อก ก๊อก!* “คุณคณินครับ! เกิดเรื่องใหญ่ที่ห้องนิทรรศการชั้นสามครับ ภาพวาดที่ประมูลมาเมื่อวาน... มันถูกกรีดจนพินาศหมดแล้วครับ!” คณินชะงัก รินรดาผลักเขากระเด็นออกไปในทันที ทั้งคู่หันไปมองประตูด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกใจ นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และนี่ไม่ใช่แค่การ vandalism ธรรมดา เพราะรอยกรีดนั้น... มันเป็นสัญลักษณ์เดียวกันกับที่รินรดาเคยพบใน ‘ฝันร้าย’ เมื่อสิบปีก่อน ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับตัวอักษรของผมเสมอนะครับ โดยสเปซโอเดสซีย์
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดามคิวเรเตอร์ผู้ไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%