แสงไฟสีขาวนวลจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบหน้าจอแท็บเล็ตจนเกิดเงาสะท้อนวับววม คณินใช้ปลายนิ้วเลื่อนดูไฟล์รายงานการวิเคราะห์เม็ดสีชิ้นสุดท้ายด้วยความหงุดหงิดที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มมุมปาก นิ้วเรียวเคาะโต๊ะทำงานเสียงดังเป็นจังหวะตามอารมณ์ที่คุกรุ่น ขณะที่รินรดากำลังยืนกอดอกพิงชั้นหนังสือไม้สักห่างออกไปไม่ถึงสามก้าว แววตาคู่คมของเธอนิ่งสนิทจนน่ากลัว แต่ไอความตึงเครียดที่แผ่ออกมาจากตัวเธอกลับร้อนรุ่มเสียยิ่งกว่าเตาปฏิกรณ์
"คุณช่วยเลิกทำท่าทางเหมือนเด็กหัดเล่นหุ้นที่กำลังจะเจ๊งได้ไหมครับ คณิน มันรบกวนสมาธิในการตรวจสอบรอยแตกร้าวของภาพวาดคอลเลกชันพิเศษนี้หมด" เสียงหวานติดจะเยียบเย็นเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบในห้องทำงานนิรภัยชั้นใต้ดิน
คณินเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอ นัยน์ตาดอกพุดซ้อนฉายแววเจ้าเล่ห์แต่เจือด้วยความเคร่งเครียดอย่างปิดไม่มิด เขากระตุกยิ้มมุมปากพลางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้
"ผมไม่ได้ทำตัวเหมือนเด็กเจ๊งหุ้นสักหน่อย รินรดา... ผมแค่กำลังคิดว่า ไอ้มือดีที่พยายามเจาะระบบเข้ามาชิมลางไฟล์วิเคราะห์ภาพวาด 'The Solitude of Silence' เมื่อสิบนาทีที่แล้วเนี่ย มันโง่หรือมันแค่อยາກลองดีกับภัณฑารักษ์หน้าตาดีอย่างผมกันแน่"
รินรดาขยับตัวเล็กน้อย ดวงตากลมโตหรี่ลงอย่างใช้ความคิด เธอก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น กลิ่นหอมอ่อนๆ ของชาขาวผสมความเย็นเยียบจากตัวเธอลอยวนอยู่ในระยะประชิดที่ทำให้คนมองต้องกลืนน้ำลาย
"ไม่ใช่แค่ลองดีหรอกครับ... ถ้าคุณสังเกตโค้ดที่มันทิ้งไว้เมื่อกี้ มันไม่ใช่การแฮกเพื่อเอาข้อมูลไปขาย แต่มันคือการ ‘ลบหลักฐาน’ ทางเคมีที่เราเพิ่งค้นพบ" รินรดาเอ่ยเสียงต่ำ สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "มีบางคนในพิพิธภัณฑ์นี้กำลังพยายามปกปิดความจริงเกี่ยวกับภาพวาดชิ้นนี้ และพวกมันรู้ว่าเรากำลังเข้าใกล้ความจริงเข้าไปทุกที"
คณินหุบยิ้มทันที บรรยากาศขี้เล่นเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนเกือบจะประชิดตัวหญิงสาว ร่างสูงใหญ่ก้มลงมองเธอด้วยแววตาที่จริงจังจนน่าใจหาย
"คุณหมายความว่า... คนที่ขโมยข้อมูลการวิเคราะห์ ไม่ใช่แฮกเกอร์ข้างนอก แต่เป็น 'คนใน' ที่มีรหัสผ่านระดับเดียวกับเราอย่างนั้นเหรอครับ"
"ถูกต้องครับ" รินรดาตอบกลับทันควันโดยไม่หลบสายตา "และคนที่น่าสงสัยที่สุดตอนนี้ ก็คือคนอนุมัติงบประมาณการบูรณะเมื่อสามเดือนก่อน ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็นบอร์ดบริหารที่คุณรู้จักดีนั่นแหละ"
ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ความเงียบเข้าปกคลุมห้องนิรภัยอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นที่ปะทะกันเบาๆ คณินมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นของหญิงสาว ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นสบตากับดวงตาคู่สวยที่ฉายแววท้าทายแต่กลับสั่นไหวเล็กน้อย
ในสถานการณ์ที่อันตรายและบีบคั้นหัวใจเช่นนี้ เคมีประหลาดระหว่างคู่ปรับตัวฉกาจกลับพุ่งทะยานขึ้นจนน่าตกใจ ความใกล้ชิดที่ไม่ได้ตั้งใจทำให้หัวใจของทั้งสองคนเต้นผิดจังหวะ คณินโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน รินรดากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ร่างกายแข็งทื่อแต่กลับไม่ยอมถอยหนี
"ถ้าสถานการณ์มันอันตรายขนาดนี้... ทำไมคุณถึงยังดื้อดึงจะตรวจสอบต่อล่ะครับ ทำไมไม่ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของตำรวจ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงเจือความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความกวนประสาท
"เพราะภาพวาดชิ้นนั้นมันมีความหมายกับผม... และผมไม่ชอบให้ใครมาดูถูกงานของผมครับ" รินรดาตอบเสียงสั่นเล็กน้อย เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างดื้อรั้น แม้ว่าหัวใจจะเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก
คณินจ้องมองเธอนิ่ง รอยยิ้มอ่อนโยนที่หาดูยากปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขากำลังจะเอաբาทหลวงคำพูดกวนๆ ออกมากลบเกลื่อนบรรยากาศที่ชวนใจสั่นนี้ แต่ทว่า—
*กริ๊ก!*
เสียงปลดล็อกประตูกระจกนิรภัยชั้นนอกดังขึ้นทำลายความเงียบสนิท ไฟฉุกเฉินสีแดงบนเพดานสว่างวาบพร้อมกันทั่วทั้งโซนจัดแสดง!
ทั้งคู่ผละออกจากกันอย่างรวดเร็วโดยสัญชาตญาณ รินรดาชักปืนพกขนาดเล็กออกจากช่องลับใต้โต๊ะขึ้นมาขึ้นลำกล้องทันทีด้วยความรวดเร็ว ขณะที่คณินคว้าไม้กระบองโลหะใต้วางโต๊ะมาถือไว้มั่น สายตาทั้งคู่พุ่งตรงไปยังบานประตูห้องนิรภัยที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างของใครบางคนก้าวเข้ามาในความมืด พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่สะท้อนกับแสงไฟฉุกเฉิน
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับตัวอักษรของผมเสมอนะครับ โดยสเปซโอเดสซีย์
เซฟโซนสุดกวนกับมาดามคิวเรเตอร์ผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 8
พายุที่กำลังก่อตัว
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดามคิวเรเตอร์ผู้ไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!