เซฟโซนสุดกวนกับมาดามคิวเรเตอร์ผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 10

กฎเหล็กของภัณฑารักษ์

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
เสียงแฟ้มเอกสารหนาปึ้กที่ถูกกระแทกลงบนโต๊ะทำงานไม้สักราคาแพง ดังสะท้อนก้องห้องเก็บรักษาศิลปวัตถุจนแทบกลบเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย แต่เธอก็ยังคงยืนหลังตรงเป็นไม้บรรทัด สายตาคู่คมกริบใต้กรอบแว่นทรง The Row มองลอดผ่านเลนส์ไปยังชายหนุ่มที่ยืนค้ำโต๊ะอยู่ตรงหน้า คณินกำลังใช้มือทั้งสองข้างยันพื้นโต๊ะ โน้มตัวเข้ามาใกล้ด้วยระยะห่างที่อันตรายเกินความจำเป็น ดวงตาคมปลาบของเขาฉายแววคุกกรุ่นชัดเจน ชนิดที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล "คุณเสียสติไปแล้วหรือไง รินรดา" น้ำเสียงของคณินต่ำทุบ และเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธที่พยายามสะกดกลั้นไว้ภายใต้มาดนิ่ง "ฉันไม่ได้เสียสติค่ะ... เอ่อ ผมหมายถึง ฉันแค่กำลังทำหน้าที่ของนักฟื้นฟูผลงานศิลปะที่ต้องค้นหาความจริงเบื้องหลังผืนผ้าใบ ไม่ใช่การนั่งเทียนเขียนประวัติศาสตร์ตามใจภัณฑารักษ์ปากจัดอย่างคุณ" รินรดาเผลอหลุดคำแทนตัวที่ผิดเพี้ยนไปชั่วขณะด้วยความหงุดหงิด แต่เธอก็รีบดึงสติกลับมาเชิดหน้าสู้สายตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว "คุณหูหนวกหรือสมองเสื่อมกันแน่ ถึงจำคำสั่งผมไม่ได้?" คณินถอนหายใจยาวอย่างเหลืออด เขายืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานฝั่งที่เธอยืนอยู่จนรินรดาต้องเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าว "ผมสั่ง—ชัดเจน—แล้วนะ ว่าแฟ้มคดีลับของจิตรกรนิรนามคนนั้น ห้ามแตะ ห้ามสืบ และห้ามขุดคุ้ยต่อเด็ดขาด!" "ทำไมล่ะคะ?" รินรดาไม่ถอยอีกต่อไป เธอก้าวเท้าสวนกลับไปหนึ่งก้าว ยืนประจันหน้ากับเขาในระยะห่างที่ไม่ถึงคืบ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์หอมกรุ่นผสมกับกลิ่นบุคลิกเฉพาะตัวของคณินลอยแตะจมูก "มีความลับอะไรซุกซ่อนอยู่ใต้รอยพู่กันพวกนั้นกันแน่ หรือว่า... มันมีส่วนเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ด่างพร้อยของตระกูลคุณ คณิน?" คำพูดนั้นทำเอาคณินชะงัก ดวงตาคมกริบหรี่ลงทันที บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบติดลบ ความเงียบงันเข้ามาปกคลุมพื้นที่จำกัดนี้ชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร่งจังหวะแข่งกับความอึดอัดที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ คณินไม่ตอบทันที เขากวาดสายตามองสำรวจใบหน้าเนียนนิ่งที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้น ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่มีทีท่าว่าจะหวาดกลัวเขาเลยสักนิด มีแต่ความท้าทายที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาตรการป้องกันตัวขั้นสูงสุด รินรดาก็เป็นเสียอย่างนี้... เย็นชา เจ้าระเบียบ และดื้อด้านเป็นที่หนึ่ง ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ ยิ่งสั่งให้ถอย เธอกลับยิ่งพุ่งเข้าหาพายุด้วยความสมัครใจ "คุณคิดว่าตัวเองฉลาดมากสินะ รินรดา" คณินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชิดกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน "การขุดคุ้ยเรื่องนี้ขึ้นมา มันไม่ได้แค่ทำให้คุณตกงาน แต่มันหมายถึงชีวิตของคุณเองที่จะไม่ปลอดภัย... คุณไม่รู้หรอกว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร" "ฉันเป็นนักฟื้นฟูศิลปะ ไม่ใช่นักการเมืองสีเทา และฉันไม่เคยกลัวความจริง" รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อใบหน้าของเขาอยู่ใกล้ในระยะประชิด หัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นผิดจังหวะจนเธอกลัวว่าเขาจะได้ยินเสียงมัน แต่เธอก็ยังคงฝืนสบตาเขาตรง ๆ "ถ้าคุณอยากให้ฉันหยุดนัก... คุณก็ต้องอธิบายให้ได้สิว่าทำไมภัณฑารักษ์ผู้ไร้หัวใจอย่างคุณ ถึงต้องทำหน้าตื่นตระหนกทุกครั้งที่มีคนพูดถึงชื่อ 'อานันท์'!" สิ้นเสียงของรินรดา คณินก็ชะงักกึกอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาที่เคยดุดันไหววับไปชั่วพริบตา ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาที่หนาทึบยิ่งกว่าเดิม มือหนาของคณินเอื้อมออกไปคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้ทันที แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันเด็ดขาดและหนักแน่นจนรินรดาไม่สามารถขยับหนีไปไหนได้ เขาดึงเธอเข้าไปใกล้จนแทบจะแนบชิดกับอกแกร่ง รินรดาลอบสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ เมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุจากร่างกายของเขาที่ส่งผ่านมาทางเนื้อผ้า "อยากรู้นักใช่ไหม..." คณินโน้มริมฝีปากลงมาใกล้ใบหูของเธอ กระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำพร่าที่สั่นเครือเล็กน้อยจนแทบจับสังเกตไม่ได้ "งั้นก็ตามผมมา... ผมจะพาไปดูจุดเริ่มต้นของนรกที่คุณดิ้นรนอยากจะตกลงไปนัก!" เขาสบถเบา ๆ ในลำคอ ก่อนจะออกแรงจูงข้อมือเธอให้เดินตามออกจากห้องทำงานส่วนตัวทันที รินรดายื้อตัวไว้เล็กน้อยแต่ก็ต้องยอมก้าวขาตามแรงจูงนั้นไปอย่างเสียไม่ได้ ความอยากรู้อยากเห็นที่มีอยู่เต็มอกเอาชนะความกลัวไปจนหมดสิ้น คณินพาเธอเดินลัดเลาะผ่านทางเดินแคบ ๆ ที่มืดสลัวลงไปยังชั้นใต้ดินของพิพิธภัณฑ์—โซนที่ถูกสั่งปิดตายและห้ามบุคคลภายนอกเข้าเด็ดขาด กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและสีน้ำมันลอยมาแตะจมูกทันทีที่ประตูเหล็กบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกด้วยกุญแจดอกพิเศษที่คณินพกติดตัวไว้ตลอดเวลา แสงไฟนีออนสลัวติด ๆ ดับ ๆ เผยให้เห็นกองเอกสารเก่าแก่และภาพวาดจำนวนมากที่ถูกคลุมด้วยผ้าใบสีขาวฝุ่นเขรอะ บรรยากาศชวนวังเวงราวกับหลุดเข้ามาในอีกมิติหนึ่ง คณินพาเธอเดินมาหยุดอยู่หน้าตู้กระจกนิรภัยขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมสุดของห้อง ภายในนั้นมีสมุดบันทึกปกหนังสีดำเก่าคร่ำครรณ์เล่มหนึ่งวางอยู่เด่นเป็นสง่า ด้านข้างมีภาพวาดสีน้ำมันขนาด A4 ที่ขอบมุมภาพถูกไฟไหม้เกรียมจนเกือบครึ่งใบ รินรดาลืมตาโพรงด้วยความตกใจ เมื่อเห็นสัญลักษณ์รูป 'ดอกกุหลาบหนามดำ' ที่มุมล่างขวาของภาพวาดใบนั้น... มันเป็นสัญลักษณ์เดียวกับรอยสักปริศนาที่เธอพยายามตามหามาตลอด! "นี่คือ..." รินรดาหันกลับมามองหน้าคณินด้วยความตะลึง งันงอนจนพูดไม่ออก "ใช่... ผลงานชิ้นสุดท้ายก่อนที่ลุงของผมจะหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยในห้องนี้เมื่อสิบปีก่อน" คณินปล่อยข้อมือเธอช้า ๆ สายตาทอดยาวมองไปที่สมุดบันทึกในตู้กระจกด้วยความเจ็บปวดที่ปิดไม่มิด "และถ้าคุณยังดื้อดึงที่จะเปิดอ่านมัน... คุณก็เตรียมตัวรับผลที่จะตามมาให้ดีก็แล้วกัน รินรดา" ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนัก ๆ หลายคู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินด้านนอก ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ด้วยความเร็วที่ผิดปกติ! คณินหน้าถอดสีในเสี้ยววินาที เขารีบคว้าตัวรินรดาดึงเข้าหาตัวแล้วดันเธอเข้าไปหลบหลังชั้นวางตู้เหล็กขนาดใหญ่ทันที พร้อมกับยกมือขึ้นปิดปากเธอไว้แน่นไม่ให้ส่งเสียงเล็ดลอด "ชssst..." คณินก้มกระซิบชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวรดอยู่บนพวงแก้ม แววตาตื่นตัวของเขาบ่งบอกชัดเจนว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นอีกต่อไป *แอ๊ด...* เสียงบานประตูเหล็กชั้นใต้ดินถูกผลักเปิดออกช้า ๆ พร้อมกับแสงไฟฉายสาดส่องกราดไปทั่วห้อง และเสียงรองเท้าหนังที่เดินเข้ามาหยุดอยู่ห่างจากจุดที่พวกเขายืนอยู่ไม่ถึงสเมตร! ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรมาด้วยกันจนถึงตอนนี้นะครับ โดยสเปซโอเดสซีย์
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดามคิวเรเตอร์ผู้ไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%