เซฟโซนสุดกวนกับมาดามคิวเรเตอร์ผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 16

สายตาที่อ่านออกง่าย

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
เสียงก๊อกเหล็กกระแทกกับกรอบผนังปูนเปลือยดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับเสียงคำรามเตือนภัยจากขุมนรก ขณะที่คณินเหวี่ยงลังไม้บรรจุผลงานศิลปะชิ้นโบแดงลงกระแทกพื้นจนฝุ่นคละคลุ้ง “คุณเป็นบ้าอะไรของคุณ!” รินรดาตวัดสายตาคมกริบขึ้นมองร่างสูงที่ยืนหายใจหอบโยน แผ่นอกกว้างกระเพื่อมไหวตามแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านจนน่ากลัว สันจมูกโด่งคมสันขึ้นรอยย่นเล็กน้อยด้วยความกรุ่นโกรธ ดวงตาคู่นั้นไม่ได้กวนประสาทหรือแพรพราวเหมือนทุกที แต่มันเต็มไปด้วยความระอุร้อนที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างรอบตัวให้เป็นจุล “ใช่ ผมมันบ้า!” คณินก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอในระยะประเวณีต โค้งกายลงมาจนใบหน้าคมเข้มอยู่ห่างจากปลายจมูกเธอแค่คืบ “บ้าที่ปล่อยให้ผู้หญิงหัวดื้ออย่างคุณมายืนเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอยู่ในพื้นที่อาเพศนี่! เก็บข้าวของแล้วไสหัวออกไปซะ รินรดา!” คำประกาศกร้าวที่พ่นออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าไม่ได้ทำให้มาดามคิวเรเตอร์ผู้ไร้ใจหวาดกลัวแม้แต่น้อย เธอยังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหินอ่อน ปลายคางเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างท้าทาย ความเยือกเย็นและแววตาเรียเฉยของเธอ ยิ่งเติมเชื้อเพลิงให้ความร้อนรุ่มในอกของชายหนุ่มทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก “พิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือความรับผิดชอบของผม แต่ผลงานชิ้นนี้คือชีวิตของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มาไล่ฉันออกนอกพื้นที่เด็ดขาด คณิน” รินรดาตอกกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่อาบยาพิษ “ความรับผิดชอบงั้นเหรอ?” คณินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้น “คุณไม่เห็นเหรอว่าคานเหล็กด้านบนนั่นมันร้าวแค่ไหน สภาพอากาศแบบนี้ ตึกเก่าๆ หลังนี้อาจจะพังถล่มลงมาทับคุณได้ทุกวินาที! ผมไม่สนหรอกนะว่าผลงานภาพวาดบ้าบอนั่นจะมีมูลค่ากี่ร้อยล้าน แต่มันไม่มีค่าพอที่จะแลกกับชีวิตของคุณหรอก... เข้าใจไหม!” บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกดูดออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ในอกของคนทั้งคู่ รินรดานิ่งง้ำไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยไหววับอย่างควบคุมไม่ได้ เธอมองลึกลงไปในนัยน์ตาคู่คมของเขา และในวินาทีนั้นเอง เธอก็อ่านความหมายทั้งหมดที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเกรี้ยวกราด มันไม่ใช่แค่ความห่วงใยในฐานะเพื่อนร่วมงาน... แต่มันคือความหวาดกลัวที่จะสูญเสีย “คุณกลัวเหรอ... คณิน” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา ความเย็นชาที่เคยใช้เป็นเกราะป้องกันเริ่มแตกร้าวเป็นริ้วๆ “ใช่ ผมกลัว!” คณินยอมรับออกมาอย่างไร้ซึ่งฟอร์ม เขายกมือขึ้นขยี้ผมตัวเองจนยุ่งเหยิงอย่างจนตรอก ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยความอัดอั้นตันใจ “ผมกลัวจนแทบคลั่งเวลาที่เห็นคุณเอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานโดยไม่สนว่ารอบข้างจะมีอะไรพังลงมาบ้าง คุณใจแข็งกับคนทั้งโลกได้ แต่ทำไมต้องใจร้ายกับตัวเองขนาดนี้ด้วยวะ รินรดา!” ไดอะล็อกที่พรั่งพรูออกมาด้วยความรู้สึกดิบเถื่อนและจริงใจ ทำให้ห้องทำงานแคบๆ ดูแคบลงไปถนัดตา รินรดากลืนก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอลงไปอย่างยากลำบาก เธอมองผู้ชายตรงหน้า—คนที่ชอบกวนประสาทเธอในทุกเช้า คนที่คอยหาเรื่องมาปะทะคารมเพื่อกวนใจเธอไม่เว้นแต่ละวัน—ในตอนนี้เขากลับยืนอยู่ตรงนี้เพื่อปกป้องเธอด้วยหัวใจที่บอบช้ำที่สุด “ถ้าฉันออกไป แล้วใครจะฟื้นฟูรอยร้าวบนภาพนั้นล่ะคะ” เธอยังคงดื้อรั้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย “ช่างหัวมันสิ! ภาพวาดเสียหายเราซ่อมได้ แต่ถ้าคุณเป็นอะไรไป... ผมต่างหากที่จะซ่อมตัวเองไม่ได้!” คำพูดนั้นทำเอารินรดานิ่งงันไปสนิท ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอก ทะลุทะลวงผ่านกำแพงน้ำแข็งที่เธอสร้างขึ้นมานานนับปี ร่างเพรียวระหงก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด มือเรียวบางเอื้อมออกไปแตะที่แขนแกร่งเบาๆ เพื่อส่งผ่านความรู้สึกที่เธอไม่เคยกล้าแสดงออกให้ใครเห็น “คุณนี่มัน... อ่านง่ายชะมัดเลยนะคะ” เธอระบายยิ้มบางๆ ออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน รอยยิ้มที่งดงามและทรงพลังเสียจนคณินถึงกับลืมหายใจ ชายหนุ่มชะงักไป ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อตระหนักว่าตัวเองเพิ่งเผลอสารภาพความรู้สึกที่เก็บงำไว้ออกไปจนหมดเปลือก เขากำลังจะอ้าปากแก้ตัวหรือหาข้ออ้างกวนๆ มากลบเกลื่อนสถานการณ์ตามนิสัยเดิม ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้เอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดออกมา *ปึง!* เสียงประตูกระจกบานใหญ่ด้านหน้าห้องโถงถูกผลักกระแทกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของบุคคลที่สามในชุดสูทเนี๊ยบกริบที่ก้าวฉับๆ เข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ดวงตากวาดมองสภาพความเสียหายรอบตัวก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่คนทั้งคู่ “เกิดบ้าอะไรขึ้นที่นี่ ทำไมระบบเซฟตี้ถึงแจ้งเตือนระดับวิกฤต?” คณินสบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสียในจังหวะนรกที่เข้ามาขัดจังหวะความสัมพันธ์ของเขากับรินรดาพพอดี ขณะที่รินรดารีบชักมือกลับและปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิม ทว่าหัวใจของเธอกลับเต้นรัวเร็วยิ่งกว่าเก่า เพราะสายตาที่ผู้มาใหม่ใช้มองมาที่เواทั้งคู่นั้น... เต็มไปด้วยความสงสัยและแผนการร้ายบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้ม ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรมาด้วยกันจนถึงตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดามคิวเรเตอร์ผู้ไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%