รอยเปื้อนสีอะคริลิกสีชาดบนปลายนิ้วเรียวยาว ไม่ได้น่ากลัวเท่ากับเงาสะท้อนของความจริงที่กำลังคืบคลานเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัว รินรดากำพู่กันในมือแน่นจนข้อต่อปลายนิ้วขาวซีด ดวงตาคู่คมกวาดมองเอกสารลับและภาพถ่ายรอยขูดขีดบนผืนผ้าใบโบราณที่กองอยู่บนโต๊ะทำงาน เธอกำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายที่ขึงตึงเหนือเหวลึก รอบตัวเต็มไปด้วยความเสี่ยงที่พร้อมจะแผดเผาอาชีพและเกียรติยศของเธอให้มอดไหม้เป็นจุล แต่กระนั้น แววตาของนักฟื้นฟูผลงานศิลปะผู้เยือกเย็นกลับไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัว มีเพียงประกายแห่งความดื้อรั้นที่ลุกโชน
"คุณกำลังเล่นกับไฟรินรดา ไฟที่มันพร้อมจะเผาคุณให้มอดไหม้โดยไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้า"
เสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความห่วงใยอย่างปิดไม่มิดดังขึ้นที่กรอบประตู คณินก้าวเข้ามาในห้องด้วยก้าวเดินมั่นคง ภัณฑารักษ์หนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความกวนประสาทและปากจัด ไร้ซึ่งรอยยิ้มยียวนกวนใจอย่างเคย ในยามนี้ดวงตาคมกริบของเขากำลังจดจ้องมองเธอด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งดุดันและกังวลระคนกัน
รินรดาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง เธอวางพู่กันลงอย่างนุ่มนวลก่อนจะหันกลับมาประจันหน้ากับเขา ร่างบางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย สร้างกำแพงความเย็นชาขึ้นมาปกป้องความรู้สึกที่กำลังสั่นไหวอยู่ภายใน
"ถ้าฉันกลัวไฟ ฉันคงมาไม่ถึงจุดนี้หรอกค่ะ... เอ้ย... ถึงจุดนี้หรอกครับคุณคณิน" เธอเผลอหลุดปากแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเห็นมุมปากของชายหนุ่มกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
"หึ ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะคุณมาดามไร้ใจ" คณินสาวเท้าเข้าไปใกล้ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบจะกลืนหายไปกับความเงียบงันของห้อง บรรยากาศรอบตัวถูกบีบอัดด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ทั้งคู่วิ่งหนีมันมาตลอด "คุณรู้ดีว่าหลักฐานชิ้นนั้นในมือคุณมันหมายถึงอะไร แก๊งลักลอบค้างานศิลปะข้ามชาตินั่นไม่ได้ใจดีเหมือนผมนะ รินรดา พวกมันพร้อมจะเก็บทุกคนที่ขวางทาง"
"แล้วคุณคิดว่าฉันควรทำอย่างไรล่ะคะ... เอ่อ... ครับ!" รินรดาถอนหายใจยาวด้วยความหงุดหงิดที่เผลอหลุดสรรพนามผู้หญิงออกไปบ่อยครั้ง ดวงตากลมโตตวัดมองค่อนขอดชายหนุ่ม "ให้ฉันนั่งพับเพียบรอลุ้นว่าภาพวาดล้ำค่าของพิพิธภัณฑ์จะถูกสับเปลี่ยนจนหมดเกลี้ยง หรือให้ฉันแกล้งทำเป็นตาบอดสนิทเหมือนที่คุณพยายามทำอยู่กันแน่"
"ผมไม่ได้ทำเป็นตาบอด!" คณินสวนกลับเสียงเข้ม นัยน์ตาคมกริบวับวาวด้วยความไม่พอใจที่ถูกจี้ใจดำ เขายื่นมือออกไปคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้หลวมๆ แต่แน่นหนาพอที่จะไม่ยอมให้เธอถอยหนี "ผมปกป้องคุณต่างหาก รินรดา! การที่คุณดึงดันจะสืบเรื่องนี้ต่อด้วยตัวคนเดียว มันไม่ใช่ความกล้าหาญ แต่มันคือความโง่เง่าต่างหาก!"
รินรดาชะงักไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เป็นเพราะความอบอุ่นที่แผ่ซ่านผ่านฝ่ามือของเขาที่กุมข้อมือเธอไว้ แม้คำพูดจะร้ายกาจและเชือดเฉือน แต่ดวงตาคู่นั้นกลับกำลังตะโกนบอกความห่วงใยออกมาอย่างชัดเจน เธอกลืนน้ำยาลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามดึงสติแล้วดึงข้อมือกลับมาด้วยท่าทีเรียบเฉยที่สุด
"ขอบคุณสำหรับความหวังดีที่เจือด้วยคำดูถูกนะคะ... ครับ" รินรดาเน้นเสียงคำว่า 'ครับ' หนักแน่นเพื่อประชดประชัน "แต่ฉันตัดสินใจแล้ว เอกสารชุดนี้จะถูกส่งให้ตำรวจสากลภายในคืนนี้ และฉันจะไม่อยู่เฉยๆ ให้คนร้ายลอยนวลเด็ดขาด"
คณินจ้องมองใบหน้านวลที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้น เขารู้ดีว่าต่อให้เอาช้างมาฉุดก็ไม่อาจเปลี่ยนใจหญิงสาวตรงหน้าได้ ผู้หญิงคนนี้มีกรอบระเบียบและศรัทธาในวิชาชีพยิ่งกว่าชีวิตของตัวเอง ความเด็ดเดี่ยวนี้แหละคือเสน่ห์ที่ทำให้เขาถอนตัวไม่ขึ้น และในขณะเดียวกันก็คือสิ่งที่ทำให้เขาแทบคลั่งตายทุกครั้งที่เธอเอาตัวเข้าแลกกับอันตราย
"ดื้อด้านที่สุด..." คณินพึมพำลอดไรฟัน เขายกมือขึ้นเสยผมลวกๆ อย่างจนปัญญา ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ "โอเค ในเมื่อคุณดึงดันจะเอาหัวไปชนช้างขนาดนี้ ผมในฐานะภัณฑารักษ์ผู้รับผิดชอบสถานที่แห่งนี้... จะยอมเป็นโล่เนื้อให้คุณเอง"
รินรดาเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ "หมายความว่า..."
"หมายความว่าคุณสลัดผมไม่พ้นหรอกครับ คุณมาดาม" คณินยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์แต่ทรงเสน่ห์จนใจคนมองกระตุก "ถ้าคุณจะเดินลงนรก ผมจะเดินนำหน้าคุณไปเปิดทางให้เอง อย่างน้อยถ้าผีหลอก เราจะได้มีเพื่อนเถียงกันตายไปข้างหนึ่ง"
แม้จะเป็นประโยคที่ฟังดูไม่น่ารื่นรมย์เท่าไหร่ แต่รินรดากลับรู้สึกได้ถึงความมั่นคงที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่ม ความโดดเดี่ยวที่เธอแบกรับไว้ในใจตลอดหลายปีค่อยๆ
ร้าวรานและแตกสลายลงทีละน้อยภายใต้เกราะป้องกันที่คณินจงใจสร้างขึ้นเพื่อโอบล้อมเธอไว้
"ใครจะไปกับคุณกัน..." เธอบ่นพึมพำเสียงเบา แก้มเนียนนวลขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด แม้จะพยายามเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่กำลังจะระเบิดออกมา
ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลงและความเงียบเริ่มทำหน้าที่ของมัน รินรดากำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอกห้องทำงาน เสียงโลหะกระทบกันบ่งบอกถึงการมาเยือนที่ไม่เป็นมิตร และมันกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ประตูกระจกฝ้าของเธอด้วยความเร็วสูง
รินรดาและคณินสบตากันโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำงานทันที รอยยิ้มและคำหยอกล้อเมื่อครรณ์มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความตึงเครียดที่กลับมาเกาะกุมหัวใจอีกครั้ง
ก่อนที่คณินจะทันได้ก้าวไปขวางประตู ลูกบิดประตูห้องทำงานก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ความเกรงใจ ร่างของชายแปลกหน้าในชุดสูทสีดำสนิทสามคนก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้อง พร้อมกับกระบอกปืนเก็บเสียงที่ถูกยกขึ้นเล็งตรงมาที่พวกเขาโดยไม่มีการพูดพร่ำทำเพลง!
สเปซโอเดสซีย์: ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรมาด้วยกันจนถึงตอนนี้นะครับ
เซฟโซนสุดกวนกับมาดามคิวเรเตอร์ผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 15
การตัดสินใจของมาดาม
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดามคิวเรเตอร์ผู้ไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!