กลิ่นฉุนเฉียวของตัวทำละลายอินทรีย์และน้ำยาเคลือบเรซินอบอวลจนแสบจมูก ทว่ามันยังไม่ฉุนเท่ากับหยดน้ำตาที่รินรดาพยายามกักเก็บไว้ภายใต้เปลือกตาคู่สวย ปลายพู่กันขนแปรงมาร์เท่นเบอร์ศูนย์ในมือสั่นเทาเล็กน้อย—เป็นครั้งแรกในรอบสิบปีที่มือของนักฟื้นฟูผลงานศิลปะมือหนึ่งอย่างเธอเกิดอาการไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาดื้อๆ
ไฟสปอตต์ไลท์สีขาวนวลสาดส่องลงบนผืนผ้าใบตรงหน้า เผยให้เห็นรอยแตกลายงา (Craquelure) ที่เธอใช้เวลาบรรจงซ่อมแซมมาตลอดสามวันสามคืน ทว่าภายใต้รอยต่อของกาลเวลาที่เธอกำลังประสานด้วยความเคารพต่อศิลปินต้นฉบับ บัดนี้ กลับปรากฏความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่ถูกซ่อนไว้ใต้ชั้นฟิล์มสีอะคริลิกบางๆ
มันไม่ใช่ร่องรอยการเสื่อมสภาพตามธรรมชาติ
รินรดากลั้นหายใจ ปลายโลหะแหลมของเกรียงแซะสีแตะลงบนมุมขวาล่างของภาพอย่างระมัดระวัง หัวใจของเธอดิ่งวูบลงไปถึงตาตุ่มเมื่อชั้นสีภายนอกหลุดร่อนออกมาอย่างง่ายดายเกินไป เผยให้เห็นเนื้อกระดาษไขและลายเส้นพรินต์อิงค์เจ็ตความละเอียดสูงที่ถูกเคลือบด้วยแล็กเกอร์สังเคราะห์อย่างแนบเนียน
ภาพวาดชิ้นเอก *“The Solitude of Silence”* มูลค่าหลายสิบล้านบาทที่แขวนอยู่ในห้องจัดแสดงหลัก และถูกส่งมาให้เธอทำการบูรณะด่วน... คือของปลอม
"เล่นซ่อนหาอะไรกันแน่..." เสียงพึมพำลอดไรฟันของหญิงสาวสั่นพร่า ดวงตาคู่คมจ้องมองภาพจำลองตรงหน้าด้วยความรู้สึกชาหนึบที่แล่นพล่านไปทั่วสันหลัง
แกร๊ก!
เสียงเปิดประตูห้องปฏิบัติการนิรภัยดังขึ้นเบาๆ แต่กลับทรงพลังพอที่จะดึงสติของรินรดาให้หันขวับกลับไปมอง คณินก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสบายๆ ตามเคย สวมเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนเล็กน้อยที่ดูทรงพลังและน่ามองในเวลาเดียวกัน ใบหน้าคมคายนั้นประดับด้วยรอยยิ้มกวนประสาทที่เธอเห็นแล้วอยากจะคว้ากระปุกสีน้ำมันปาใส่หน้าสักที
"คุณรินครับ โปรject การซ่อมแซมคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว... เอ่อ หน้าตาคุณดูเหมือนเพิ่งเจอผีสางซะมากกว่างานศิลปะนะ"
คณินชะฝีเท้าลงเมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติ แววตาดุดันและเฉียบคมของภัณฑารักษ์หนุ่มเปลี่ยนเป็นความตื่นตัวทันที เขากวาดสายตามองสีหน้าซีดเผือดของหญิงสาวสลับกับผืนผ้าใบตรงหน้า
"ปิดประตูแล้วล็อคกลอนซะ คณิน" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยจนคนฟังขมวดคิ้วมุ่น
"เกิดอะไรขึ้น?" คณินไม่ถามเปล่า เขาก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดโต๊ะทำงาน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นอายความเย็นจากเครื่องปรับอากาศปะทะเข้าจมูกรินรดา แต่นี่ไม่ใช่เวลามาหวั่นไหวกับระยะห่างอันตรายนี้
"คุณรู้อยู่แล้วใช่ไหม..." รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาสีเข้มของเธอเต็มไปด้วยความผิดหวังและคำถามมากมายที่อัดแน่นในอก "ภาพนี้... มันไม่ใช่ของจริงตั้งแต่แรก"
คณินชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาคมกริบไหววูบเพียงเสี้ยววินาที—ร่องรอยความตกใจนั้นถูกเก็บซ่อนไว้อย่างรวดเร็วด้วยมาดนิ่งขรึมอันเป็นเอกลักษณ์ เขาโน้มตัวลงใช้มือค้ำขอบโต๊ะ โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ข้างแก้มของเธอ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงคืบเดียว
"ระวังคำพูดหน่อยครับ มาดามคิวเรเตอร์... ข้อหามันค่อนข้างหนักนะ ถ้าคุณกำลังบอกว่าสมบัติล้ำค่าประจำพิพิธภัณฑ์เป็นของปลอม" น้ำเสียงของคณินนุ่มทุ้ม ทว่าแฝงด้วยความกดดันอันทรงพลัง
"ฉันไม่ได้กล่าวหาอย่างไร้หลักฐาน!" รินรดาไม่ถอยหนี เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของเขาอย่างไม่เกรงกลัว มือเรียวยื่นเกรียงโลหะชี้ไปที่มุมภาพที่ถูกแซะออก "ดูนี่สิ! เนื้อกระดาษอิงค์เจ็ตเกรดพาณิชย์ ไม่ใช่ผ้าใบลินินศตวรรษที่สิบเก้า แถมฝีแปรงพวกนี้... มันเป็นการพ่นทับด้วยเลเซอร์ ไม่ใช่การตวัดพู่กันด้วยมือของมาสเตอร์คลาสคนไหนทั้งสิ้น ภาพจริงหายไปไหน คณิน? และคุณ... เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้!"
บรรยากาศในห้องปฏิบัติการแคบๆ ดิ่งลึกลงสู่ความเงียบงันที่น่าอึดอัด แรงกดดันจากความลับระดับองค์กรแผ่ซ่านจนแทบหายใจไม่ออก คณินไม่ได้โต้เถียงหรือแสดงอาการร้อนตัวอย่างที่ควรจะเป็น รอยยิ้มมุมปากของเขาค่อยๆ เลือนหายไป เหลือเพียงแววตาสนเท่ห์แกแกมทึ่งที่มองหญิงสาวตรงหน้า
"คุณตาสว่างเร็วกว่าที่ผมคิดไว้นะครับ..." คณินเหยียดยิ้มบางๆ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "แต่คุณรู้ตัวไหมว่า การที่คุณดึงสลักระเบิดลูกนี้ออกมา... มันไม่ได้อันตรายแค่กับผมคนเดียว"
"ฉันไม่สน!" รินรดาตวาดเสียงกร้าว หัวใจเต้นโครมครามด้วยความโกรธระคนหวาดหวั่น "ฉันเป็นนักฟื้นฟูศิลปะ หน้าที่ของฉันคือความจริง ไม่ใช่ภาพลวงตาจอมปลอมแบบนี้!"
"งั้นเหรอครับ..." คณินโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกจนปลายจมูกแทบจะชนกัน รินรดาลมหายใจสะดุด กลิ่นกายสะอาดและไออุ่นจากตัวเขาห้อมล้อมเธอไว้จนไร้ทางหนี "ถ้าคุณอยากได้ความจริงนัก... ก็ลองหันไปมองที่ประตูทางเข้าสิครับ"
รินรดานิ่งงิ่งไปชั่วขณะด้วยความงุนงงกับท่าทีล่อลวงของเขา ก่อนที่ดวงตาของเธอจะเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด
เมื่อบานประตูห้องปฏิบัติการที่ถูกล็อกไว้เมื่อครู่... ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างคุ้นเคยในชุดสูทสีเข้มที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบ
"สวัสดีครับ... คุณรินรดา ดีใจจังที่เห็นคุณกำลังสนุกกับ 'หลักฐานชิ้นที่สอง' ที่ผมเตรียมไว้ให้"
[สเปซโอเดสซีย์: ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรมาด้วยกันจนถึงตอนนี้นะครับ]
เซฟโซนสุดกวนกับมาดามคิวเรเตอร์ผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 14
หลักฐานชิ้นที่สอง
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดามคิวเรเตอร์ผู้ไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!