"ถ้าคุณคิดจะพังผลงานชิ้นนี้เพื่อแลกกับการปกป้องศักดิ์ศรีโง่ๆ ของผม... เชิญไปกระโดดน้ำหน้าพิพิธภัณฑ์ซะเถอะครับ คณิน"
เสียงของรินรดาดังชัดเจน ท่ามกลางความเงียบงันของห้องเก็บรักษาผลงานศิลปะที่อุณหภูมิถูกควบคุมไว้ต่ำจนเย็นเฉียบ ไอความเย็นจากเครื่องปรับอากาศลอยวนอยู่รอบตัว แต่สิ่งที่ร้อนรุ่มยิ่งกว่ากลับเป็นสายตาของภัณฑารักษ์หนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าไร้หัวใจอย่างเขา
คณินชะงักมือที่กำลังจะเอื้อมไปคว้าแฟ้มเอกสารลับ ซึ่งบรรจุข้อมูลการตรวจสอบบัญชีที่อาจทำให้มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลเบื้องหลังนิทรรศการนี้ไม่พอใจ ดวงตาคมกราบมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความระคนแปลกใจ ปนเปไปกับประกายบางอย่างที่แม้แต่เจ้าตัวก็ไม่อยากยอมรับว่ามันคือความหวั่นไหว
"คุณรู้ตัวหรือเปล่ารินรดาว่ากำลังพูดอะไรอยู่" คณินลดมือลง ชายหนุ่มยืดตัวขึ้นเต็มความสูง ขยับเข้ามาใกล้จนพื้นที่ส่วนตัวของเธอลดแคบลง "เอกสารนี่ไม่ได้มีไว้ล้อเล่น ถ้าคณะกรรมการตรวจสอบพบว่าเราปกปิดความจริงเรื่องที่มาของภาพเขียนชิ้นนี้ พิพิธภัณฑ์ทั้งหลังจะพัง และอนาคตของคุณ... นักฟื้นฟูมือทองผู้รักความสมบูรณ์แบบ ก็จะจบลงไปด้วย"
รินรดาไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาสีเข้มฉายแววแน่วแน่จนน่ากลัว ในฐานะนักฟื้นฟูผลงานศิลปะ เธอย่อมรู้ดีกว่าใครว่ารอยร้าวบนผืนผ้าใบนั้นยากจะประสานเพียงใด แต่รอยร้าวในความยุติธรรมต่างหากที่เธอยอมให้มันเกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด
"แล้วคุณคิดว่าฉันกลัวอนาคตพังมากกว่าการเห็นคนอย่างคุณแบกรับความซวยไว้คนเดียวหรือไงคะ... เอ๊ย... ครับ" รินรดาเผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นเคยก่อนจะรีบปรับเสียงให้เข้มขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าที่จู่ๆ ก็พุ่งพล่านขึ้นมาในอกเมื่อใบหน้าของเขาโน้มเข้ามาใกล้กว่าเดิม
คณินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันที่มักใช้กวนประสาทคนอื่นปรากฏขึ้นบนมุมปาก แต่ดวงตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความขบขัน "ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะครับ มาดามคิวเรเตอร์ผู้เยือกเย็น... ไหนบอกว่าเกลียดผมนักหนา ไม่อยากแม้แต่จะหายใจร่วมห้องกันไงล่ะ"
"เกลียดน่ะใช่ค่ะ... หมายถึงใช่ครับ!" รินรดาเม้มปากแน่นด้วยความหงุดหงิดที่เผลอใช้สรรพนามผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอผลักอกแกร่งของเขาเบาๆ ให้ถอยห่าง แต่คณินกลับทำตัวราวกับเป็นเสาหินแกรนิตที่ไม่สะเทือนแม้แต่น้อย หนَำซ้ำ เขายยังคว้าข้อมือเธอไว้ด้วยปลายนิ้วที่อุ่นจัด ตัด2ความเย็นยะเยือกของห้องจนเธอต้องสะดุ้ง
"เกลียดผม แต่ทำไมถึงยอมเอาชื่อเสียงและอาชีพของตัวเองมาเสี่ยงยืนอยู่ตรงนี้ล่ะครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามชิดริมหู น้ำเสียงนั้นเปลี่ยนจากความกวนประสาทเป็นความจริงจังที่ทรงพลังจนน่าใจหาย แววตาของคณินไหววับยามจ้องลึกลงไปในดวงตาของเธอ "คุณรู้ไหมว่าถ้าคุณถอยออกไปตอนนี้ คุณจะรอด... แต่คุณเลือกที่จะยืนอยู่ข้างผม"
รินรดาพยายามดึงข้อมือกลับ แต่แรงบีบกระชับที่มั่นคงและอบอุ่นนั้นกลับรั้งเธอไว้ แน่นหนาแต่ไม่ถึงกับเจ็บ เป็นสัมผัสที่บอกชัดเจนว่าเขาไม่มีวันปล่อยให้เธอเผชิญหน้ากับปัญหาลำพัง แม้ปากของเขาจะร้ายกาจสักแค่ไหนก็ตาม
"ใครบอกว่าฉันยืนอยู่ข้างคุณ" รินรดาเชิดหน้าเถียง แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวรากับกลองเพล "ฉันยืนอยู่ข้างความถูกต้องต่างหากล่ะคะ... ครับ!"
คณินหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่จริงใจที่สุดเท่าที่เธอเคยได้ยินจากผู้ชายคนนี้ แววตาคมกริบทอดมองเธอนิ่งนาน ราวกับกำลังค้นหาความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้กำแพงความเยือกเย็นที่เธอสร้างขึ้นมาตลอดหลายปี
"ปากแข็งเสียจริงนะครับ... ทั้งๆ ที่ตัวสั่นขนาดนี้เนี่ยนะ"
"ฉันไม่ได้สั่น!" รินรดาเถียงคอเป็นเอ็น แม้ว่าความจริงแล้วอุณหภูมิร่างกายของเธอจะพุ่งสูงขึ้นสวนทางกับแอร์ในห้องอย่างสิ้นเชิง
"ครับๆ ไม่สั่นก็ไม่สั่น" คณินยอมจำนนด้วยน้ำเสียงล้อเลียน ก่อนที่สายตาของเขาจะกวาดมองไปทั่วใบหน้าหวานที่ขึ้นสีระเรื่ออย่างปิดไม่มิด ความเงียบสงบชั่วขณะหนึ่งเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งคู่ เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิต ความใกล้ชิดที่อันตราย และเคมีที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อหากมีใครขยับเข้าไปใกล้กว่านี้อีกเพียงเซนติเมตรเดียว
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กลิ่นน้ำหอมเจือจางบนตัวเขากับความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากฝ่ามือที่กุมข้อมือเธออยู่ กำลังทำลายสติสัมปชัญญะที่เธอสะสมมาค่อนชีวิต เธอกำลังจะอ้าปากต่อว่าเขาเพื่อทำลายบรรยากาศชวนใจเต้นรำนี้ ทว่า...
*แอ๊ด...*
เสียงเปิดประตูกระจกนิรภัยด้านนอกดังขึ้นทำลายความเงียบ รินรดารีบสะบัดมือออกจากการกุมของคณินทันทีราวกับโดนไฟลวก ขณะที่คณินหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาคมปลาบที่เปลี่ยนจากความอ่อนโยนกลับมาเป็นความเย็นชาในเสี้ยววินาที
ร่างสูงของใครคนหนึ่งก้าวพ้นขอบประตูเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้บรรยากาศในห้องดิ่งฮวบทันที
"คุยอะไรกันอยู่หรือครับ ดูท่าทางออกรสออกชาติเสียเหลือเกิน... หรือว่ากำลังปรึกษากันว่าใครจะเป็นคนรับผิดชอบความพังทลายของนิทรรศการนี้ดี?"
คณินหรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าของแขกไม่速ที่ก้าวเข้ามาอย่างถือวิสาสะ ขณะที่รินรดากลั้นหายใจเมื่อตระหนักว่าปมปัญหาที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่นั้น มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเอง
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรมาด้วยกันจนถึงตอนนี้นะครับ
เซฟโซนสุดกวนกับมาดามคิวเรเตอร์ผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 17
ความซึนของคนปากแข็ง
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดามคิวเรเตอร์ผู้ไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!