"ถ้าคุณยังเดินสะดุดขาตัวเองอีกครั้ง ผมจะถือว่าคุณจงใจหาข้ออ้างมาซบไหล่ผมนะครับ คุณรินรดา"
เสียงกระซิบแหบพร่าลอยละลิ่วฝ่าความมืดอับชื้นของชั้นใต้ดิน เคล้ากับกลิ่นฉุนกึกของตัวทำละลายอินทรีย์และน้ำยาเคมีเก่าเก็บ คณินขยับตัวเข้าประชิดแผ่นหลังบางในชุดสูททักซิโดเข้ารูปที่บัดนี้เปรอะเปื้อนฝุ่นผงจากช่องระบายอากาศ มือเรียวยาวเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กที่กำลังจะปัดปะทะเข้ากับชั้นวางขวดรีเอเจนต์โดยสัญชาตญาณ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาถ่ายทอดผ่านเนื้อผ้าเนื้อบางเฉียบ ส่งตรงถึงชีพจรที่เต้นระรัวในข้อมือของเธอ
"ปล่อยค่ะ... เอ๊ย ปล่อยนะคณิน ฉันเดินเองได้" รินรดาตวัดเสียงกลับทันควัน ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาพยายามเพ่งฝ่าความมืดมิดที่มีเพียงแสงเรืองรองสีฟ้าจางๆ จากหน้าจอแท็บเล็ตในมือเธอเป็นเครื่องนำทาง "แล้วก็รบกวนช่วยถอยห่างจากตัวฉันสักสามเซนติเมตรด้วย อากาศในห้องแล็บร้างนี่มันน้อยอยู่แล้ว ฉันไม่อยากหายใจเอาคาร์บอนไดออกไซด์ที่คุณพ่นออกมาเข้าไปเยอะ"
"ปากเก่งจังนะครับ ทั้งที่เมื่อกี้ตอนมุดท่อระบายอากาศมา คุณเกือบจะร้องไห้โฮเพราะเจอแมงมุมตัวเท่ากำปั้น" คณินหัวเราะในลำคออย่างนึกขัน เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพ่าด้วยความเอ็นดูที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาตรการความเยือกเย็น แผ่นอกกว้างของเขาสัมผัสกับแผ่นหลังของเธอแผ่วเบาเมื่อพื้นที่ทางเดินแคบลงทุกทีเนื่องจากลังไม้อุปกรณ์ศิลปะที่วางระเกะระระกะ
นี่คือ "ห้องแล็บลับ" ชั้นใต้ดินระดับสามของหอศิลป์แห่งชาติ—พื้นที่ต้องห้ามที่ถูกปิดตายมานานกว่าสิบปีหลังจากเกิดเหตุการณ์ลึกลับบางอย่างที่ถูกกวาดล้างจนสะอาดจากหน้าประวัติศาสตร์ รินรดาเป็นคนพบร่องรอยของประตูเหล็กนิรภัยนี้จากบันทึกการซ่อมแซมโครงสร้างอาคารยุค 90s ที่ซ่อนอยู่ในแฟ้มเอกสารเก่าของอดีตผู้อำนวยการ และเป้าหมายเดียวที่ทำให้เธอยอมเอาชื่อเสียงและอาชีพมาเสี่ยงกับการบุกรุกยามวิกาลเช่นนี้ ก็คือการตามหา "ชิ้นส่วนต้นแบบ" ของภาพวาดลึกลับที่หายสาบสูญไป ซึ่งอาจไขปริศนาเบื้องหลังรอยแผลเป็นในใจของเธอได้
...และคณินก็ปฏิเสธที่จะปล่อยให้เธอมาเสี่ยงคนเดียว แม้ปากจะบอกว่ากลัวเธอทำเอกสารเสียหายก็ตาม
"หยุดพูดแล้วใช้ไฟฉายส่องทางเถอะน่า" รินรดากัดริมฝีปากแน่น เธอกวาดสายตามองไปรอบห้องแล็บกว้างขวางที่ถูกทิ้งร้าง ฝุ่นหนาเตอะปกคลุมโต๊ะปฏิบัติการสแตนเลส เครื่องมือวิทยาศาสตร์โบราณวางระเกะระระกะราวกับนักวิจัยเพิ่งลุกหนีไปเมื่อวานนี้ ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของเธอไม่ใช่เครื่องมือเหล่านั้น กลับเป็น "ผนังด้านในสุด" ที่ถูกดัดแปลงให้เป็นห้องนิรภัยกระจกนิรภัยหนาเตอะ
แสงจากแท็บเล็ตส่องกระทบเข้ากับวัตถุชิ้นหนึ่งที่แขวนอยู่กลางห้องกระจกนั้น—ภาพร่างสีน้ำมันบนผ้าใบลินินที่ถูกฉีกขาดเป็นสองส่วน รอยแผลของการกรีดเฉียบคมราวกับฝีมือของคนที่มีความแค้นฝังลึก และที่มุมขวาล่าง มีลายเซ็นจางๆ ที่ทำให้หัวใจของรินรดาหยุดเต้นไปชั่วขณะ
"อาจารย์... นั่นมัน..." เสียงของเธอสั่นพร่า ความเย็นเยียบแล่นริ้วขึ้นมาจากกระดูกสันหลัง ภาพความทรงจำอันเจ็บปวดที่เธอพยายามฝังกลบไว้ด้วยกองงานศิลปะนับร้อยชิ้นผุดพรายขึ้นมาในสมองราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก
คณินสังเกตเห็นความผิดปกติทันที มือหนาที่เคยถือวิสาสะกุมข้อมือเธอเปลี่ยนมาเป็นโอบประคองหัวไหล่บางไว้แน่น แรงบีบนั้นมั่นคงและหนักแน่นพอที่จะดึงสติให้เธอกลับมาสู่ปัจจุบัน
"รินรดา มองหน้าผม" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนจากความกวนประสาทเป็นความจริงจังที่เฉียบคมจนน่าตกใจ "ถ้าไม่ไหว เราถอยตอนนี้ได้ ไม่มีใครว่าอะไรคุณทั้งนั้น"
"ฉันไม่ถอย" เธอกัดฟันกรอด ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยหยดน้ำใสแต่ไม่มีวันยอมให้มันไหลร่วงลงมาต่อหน้าเขา รินรดาสลัดตัวจากการเกาะกุม เดินดุ่มๆ เข้าไปประชิดกระจกนิรภัย มือเรียวสั่นเทาทาบลงบนผิววัสดุกั้นเย็นเฉียบ "ฉันตามหาความจริงเรื่องนี้มาเจ็ดปีเต็ม... คณิน ฉันต้องรู้ว่าใครเป็นคนทำลายภาพวาดชิ้นสุดท้ายของท่าน"
คณินถอนหายใจยาวอย่างจนปัญญา เขารู้ดีว่าผู้หญิงคนนี้ดื้อรั้นยิ่งกว่าม้าพยศ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาถอนตัวไม่ขึ้นตั้งแต่แรกเจอ ร่างสูงก้าวตามไปยืนเคียงข้าง ก่อนจะหยิบอุปกรณ์สแกนความถี่ขนาดพกพาออกจากกระเป๋าเสื้อสูทรingออกมาชูให้ดู
"ถ้ารู้ว่าจะต้องมางัดแงตตู้เซฟระดับไฮเอนด์แบบนี้ ผมคงจ้างโจรอาชีพมาด้วยดีกว่า... ถอยไปครับ มาตรฐานความปลอดภัยรุ่นนี้ใช้ระบบสแกนคลื่นความร้อน ถ้ารหัสไม่ตรง มันจะปล่อยแก๊สพิษออกมาภายในสามวินาที"
"คุณพูดจริงหรือโกหกเนี่ย?" รินรดาเบิกตากว้าง หันมามองหน้าเขาอย่างไม่แน่ใจ
"อยากลองพิสูจน์ไหมล่ะครับ ว่าผมพูดจริงหรือเปล่า" คณินยิ้มมุมปาก นัยน์ตาสีเข้มพราวระยับด้วยประกายท้าทาย ก่อนที่เขาจะขยับเข้าไปยืนชิดจนแผ่นหลังของรินรดาแนบติดกับกำแพงกระจกเย็นเฉียบโดยมีร่างสูงของเขาคั่นกลางไว้ เป็นการกักตัวเธอไว้อย่างแนบเนียนโดยปริยาย
พื้นที่ระหว่างทั้งคู่แคบลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกันทำให้บรรยากาศในห้องแล็บร้างอบอวลไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ร้อนรุ่มยิ่งกว่าสารเคมีใดๆ รินรดานิ่งงัง สมองตื้อตันไปหมดเมื่อใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นฝุ่นทำให้เธอเผลอสูดหายใจลึกเข้าไปโดยไม่รู้ตัว
"คุณ... คุณกำลังทำอะไร คณิน" เธอพยายามดันอกเสื้อของเขาออก แต่กล้ามเนื้อแน่นขนัดใต้สูทนั้นแข็งราวกับกำแพงหิน
"กำลังช่วยชีวิตคุณไงครับ..." เสียงกระซิบนั้นแผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปในความเงียบ ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตากับเธอตรงๆ "แต่ก่อนจะเปิดตู้... ผมขอค่าจ้างล่วงหน้าก่อนได้ไหมครับ มาดาม"
หัวใจของรินรดาเต้นโครมครามรุนแรงยิ่งกว่าตอนเห็นภาพวาดเสียอีก ความซึงที่เคยสร้างกำแพงป้องกันตัวมานานนับปีสั่นคลอนอย่างรุนแรงภายใต้สถานการณ์ที่บีบคั้นและสายตาคู่นั้นที่มองมาเสมือนจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว
ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากของคณินจะเคลื่อนเข้ามาใกล้กว่าเดิม เสียงโลหะหนักหน่วงกระทบกันจาก "ประตูทางเข้าชั้นใต้ดินด้านบน" ก็ดังสนั่นก้องกังวานฝ่าความเงียบลงมา!
*ปึง! ตึก... ตึก... ตึก...*
เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่กำลังเร่งรีบก้าวลงบันไดเหล็กมา พร้อมกับลำแสงไฟฉายกราดส่องผ่านช่องประตูกระจกเข้ามาในห้องแล็บอย่างรวดเร็ว เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของชายคนหนึ่งตะโกนก้องผ่านความมืดเข้ามาทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงในพริบตา
*"เฮ้ย! ฉันได้ยินเสียงคนอยู่แถวนี้ แยกย้ายกันค้นให้ทั่ว อย่าให้ใครหนีรอดไปได้!"*
คณินชะงักกึก ดวงตาคมวาวโรจน์ขึ้นด้วยความตกใจอย่างรวดเร็ว เขารีบดึงตัวรินรดาให้หลบลงไปด้านหลังโต๊ะปฏิบัติการสแตนเลสตัวใหญ่อย่างรวดเร็วพลางยกมือขึ้นปิดปากเธอไว้ไม่ให้หลุดเสียงอุทานออกมา
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก หัวใจกระหน่ำรัวราวดรัมเบิลในอกเมื่อเงาร่างของ "บุคคลที่สาม" กำลังก้าวพ้นขอบประตูห้องแล็บเข้ามา พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ... และแสงไฟที่กำลังสาดส่องตรงมายังจุดซ่อนตัวของพวกเขา!
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
— สเปซโอเดสซีย์
เซฟโซนสุดกวนกับมาดามคิวเรเตอร์ผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 18
ห้องแล็บลับ
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดามคิวเรเตอร์ผู้ไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!