สถาปัตย์หัวใจไม่ให้รั่วซึม•ตอนที่ 2

ฟังก์ชัน vs สุนทรียะ

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
เอกสารสเกตช์แบบร่างนับสิบแผ่นถูกกางทับถมกันอยู่บนโต๊ะไม้ยาวกลางห้องสตูดิโอสถาปัตย์ กลิ่นอายของกระดาษดราฟต์และหมึกพิมพ์ตัดกับความตึงเครียดในอากาศได้อย่างลงตัว "พวกเธอ... รู้เรื่องนี้แล้วเหรอ?" กวินถามเสียงสั่น แววตาที่เคยกร่างเริ่มสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัดเมื่อกวาดตามองหน้าพายและทิวาที่ยืนกอดอกนิ่งสนิท พายแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เรียวปากสีพีชยกยิ้มเหยียดนิดๆ อย่างไม่เกรงกลัวรุ่นพี่ปีสี่ที่ยืนหน้าซีดเผือดเป็นไก่ตาแตก มือเรียวบางหยิบม้วนกระดาษแปลนอาคารขึ้นมาเคาะกับโต๊ะเบาๆ เป็นจังหวะ "แปลกใจเหรอคะพี่กวิน ที่ความลับที่พี่พยายามซุกไว้ใต้พรมมันดันโผล่หางออกมาซะก่อน?" พายเอ่ยด้วยน้ำเสียงกึ่งเยาะกึ่งหยัน ดวงตากลมโตฉายแววรู้ทันจนอีกฝ่ายกลืนน้ำลายลงคอแทบไม่ลง ทิวายยืนไขว่ห้างอยู่ข้างๆ ใบหน้าหล่อเหลาเรียบเฉยไร้ความรู้สึกตามสไตล์พ่อหนุ่มตรรกะจัด แต่ดวงตาสีเข้มกลับจ้องมองกวินราวกับจะทะลุไปถึงความคิดชั่วร้ายข้างใน นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเนิบนาบ แต่น่าเกรงขาม "ฟังก์ชันการใช้งานของตึกนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับนักศึกษาทุกคนไม่ใช่เหรอคะพี่ แต่แปลกจัง... ทำไมพื้นที่โซน C ถึงถูกล็อคสเปกไว้ให้กลายเป็นห้องจัดแสดงส่วนตัวของโปรเจกต์ปีสี่ที่พี่ดูแลอยู่คนเดียวล่ะคะ" ทิวายิงคำถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่คมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง กวินหน้าเสีย ขยับปากจะเถียงแต่ก็ติดอยู่ที่ลำคอ "มัน... มันก็แค่การปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอยชั่วคราว เพื่อความเหมาะสม..." "เหมาะสมกับกระเป๋าเงินของพี่ หรือเหมาะสมกับความขี้เกียจของพี่กันแน่คะ?" พายสวนกลับทันควัน ไม่เปิดโอกาสให้รุ่นพี่จอมเจ้าเล่ห์ได้แก้ตัว "ตึกนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้สุนทรียะทางสถาปัตยกรรมและการใช้งานจริงมันเดินคู่กันไปได้ แต่สิ่งที่พี่ทำมันคือการทำลายฟังก์ชันทั้งหมดเพื่อสนองนีดตัวเองชัดๆ!" บรรยากาศในห้องประชุมเครียดขมุกขมัวจนแทบหายใจไม่ออก ทิวายื่นมือไปดึงกระดาษแปลนแผ่นที่กวินพยายามซ่อนไว้ขึ้นมาดู ดวงตาคมกวาดมองตัวเลขและเส้นสายที่ถูกแก้ใขอย่างลวกๆ "ไร้สาระ" ทิวาพ่นคำนี้ออกมาสั้นๆ แต่ทำเอากวินสะดุ้งสุดตัว "แก้แบบนี้ ต่อให้ตึกสร้างเสร็จจริง แรงลมปะทะมุมตึกก็จะทำให้โครงสร้างรับน้ำหนักไม่ไหว สุนทรียะบ้าบออะไรของพี่ ถ้ามันพังลงมาทับคนตาย พี่จะรับผิดชอบไหวเหรอครับ... อ้อ ลืมไป คนอย่างพี่คงสนแค่ว่าแบบมันสวยสะดุดตาคณะกรรมการหรือเปล่า มากกว่าจะสนใจว่าตึกมันจะใช้งานได้จริงไหม" คำพูดนิ่งๆ แต่เชือดเฉือนของทิวาทำให้กวินเลือดขึ้นหน้า ยกนิ้วขึ้นชี้หน้าไอ้รุ่นน้องปีสามที่ปากคอเราะร้ายไม่แพ้ใคร "แก! อย่ามาอวดเก่งนะทิวา แกก็แค่เด็กปีสามที่เก่งแต่ทฤษฎี แกรู้อะไรเกี่ยวกับความงามของงานออกแบบบ้าง!" "แล้วพี่ล่ะครับ รู้จักคำว่า 'หน้าที่' บ้างไหม?" ทิวายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ก้าวเข้าไปประชิดตัวกวินช้าๆ จนรุ่นพี่ต้องถอยหลังกรูด แรงกดดันจากร่างสูงโปร่งที่แผ่รังสีความนิ่งแต่ดุดันออกมาทำให้กวินพูดไม่ออก พายมองภาพนั้นแล้วแอบมุมปากกระตุกยิ้มด้วยความสะใจลึกๆ "พอได้แล้วค่ะ" พายแทรกตัวเข้ามาคั่นกลางระหว่างผู้ชายสองคน ก่อนจะหันไปตวัดสายตาใส่ทิวาที่โน้มตัวเข้ามาใกล้เธอเกินความจำเป็น จนกลิ่นน้ำหอมสะอาดๆ เจือกลิ่นกระดาษเก่าลอยเข้าจมูก "แล้วนายก็เหมือนกันทิวา จะเข้าไปกดดันเขาทำไม เดี๋ยวเขาก็ช็อกตายคาห้องประชุมหรอก" "ฉันแค่วิเคราะห์ตามความเป็นจริง" ทิวาหันมามองพาย ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิด เคมีบางอย่างระอุขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด "หรือเธอจะเถียงว่าแบบที่ฉันแก้ มันใช้งานไม่ได้จริง?" "มันใช้งานได้... แต่มันน่าเบื่อ!" พายเชิดหน้าขึ้นเถียงสู้ยิบตา ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความมั่นใจในรสนิยมของตัวเอง "สถาปัตยกรรมมันไม่ใช่แค่เรื่องของฟังก์ชันแข็งทื่อนะทิวา ตึกนี้มันต้องมีชีวิต มีจิตวิญญาณ มีความพริ้วไหวที่ทำให้คนมองแล้วใจเต้นรำได้ นายมันไอ้พวกหุ่นยนต์ไร้หัวใจ ถึงได้ออกแบบตึกออกมาเป็นแท่งปูนสี่เหลี่ยมไร้อารมณ์แบบนั้น!" "ถ้าตึกฉันมันไร้อารมณ์ แล้วตึกฟรุ้งฟริ้งที่เธอร่างมาก่อนหน้านี้คงเป็นสวนสนุกดิสนีย์แลนด์สินะพาย" ทิวาเลิกคิ้วกวนประสาท น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้าแหย่ที่มักจะทำให้เธอสติแตกได้ง่ายๆ "ลมพัดทีหลังคาร่วงลงมาสิไม่ว่า" "นี่นาย!" พายยื่นมือไปหมายจะหยิกแขนกวนๆ ของคนตรงหน้าให้หายหมั่นไส้ แต่ทิวากลับไวกว่า คว้าข้อมือเรียวไว้ได้ทันอย่างนิ่มนวล แรงปะทะจากการยื้อยุดทำให้ร่างบางเซเข้าไปปะทะแผงอกกว้างของเขาสนิท หัวใจของพายกระตุกวูบโดยไม่ทันตั้งตัว กลิ่นอายความเป็นผู้ชายและความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวเขารangล้อมเธอไว้จนพื้นที่หายใจแคบลง ทิวาก้มมองลงมา ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากเธอแค่คืบ แววตานิ่งสนิทคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่ทำให้เธอร้อนผ่าวที่พวงแก้ม "ปล่อยนะ..." พายกระซิบเสียงแผ่ว ความปากเก่งเมื่อครู่หายวับไปกับตา แทนที่ด้วยความประหม่าที่ตีตื้นขึ้นมาจนควบคุมไม่ได้ ทิวาไม่ยอมปล่อย เขากลับกระชับมือที่จับข้อมือเธอแน่นขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าโน้มเข้าไปใกล้จนริมฝีปากแทบจะชิดใบหูของเธอ "ปากเก่งนักนะ... ไหนลองเถียงต่อสิ ฉันฟังอยู่" บรรยากาศในห้องที่ควรจะเดือดพล่านด้วยเรื่องงาน กลับถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าวาบหวาม เคมีคลั่งรักที่ซ่อนอยู่ใต้ความปากร้ายของทั้งคู่กำลังทำงานอย่างเงียบเชียบ จนพายแทบจะลืมหายใจ แต่ก่อนที่พายจะได้ทันอ้าปากสวนกลับอะไรเพื่อกู้ฟอร์ม กวินที่ยืนอึ้งเป็นอากาศธาตุอยู่ข้างๆ ก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ ประตูห้องสตูดิโอไม้บานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้การเคาะ ปัง! เสียงประตูเปิดกระแทกผนังดังสนั่น ตามมาด้วยร่างสูงใหญ่ของอาจารย์ภาควิชาที่เดินหน้าถมึงทึงก้าวเข้ามาหยุดอยู่กลางห้อง พร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือที่สั่นน้อยๆ ด้วยความโกรธ "พวกเธอสามคน... ทำบ้าอะไรกันอยู่!" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น กวาดตามองสภาพความวุ่นวายและท่าทางกอดก่ายกันสอดประสานของทิวากับพายที่ยังผละออกจากกันไม่ทัน ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ทิวายอมปล่อยมือจากข้อมือพายช้าๆ แต่สายตายังคงมองตรงไปที่อาจารย์ด้วยความนิ่งสงบผิดกับคนอื่น ขณะที่พายรีบก้าวถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่าง ใบหน้ายังคงแดงก่ำจากเหตุการณ์เมื่อครู่ อาจารย์กวาดสายตาคมกริบมองหน้าลูกศิษย์ทีละคน ก่อนจะหยุดอยู่ที่ม้วนกระดาษแปลนบนโต๊ะ แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนถึงกับเลือดในกายเย็นเฉียบ "ในเมื่อพวกเธอตกลงกันเองไม่ได้ งั้นฉันขอประกาศโปรเจกต์พิเศษตอนนี้เลย..." อาจารย์เว้นจังหวะหายใจ ลากสายตาน่ากลัวมองหน้าทิวาและพายสลับกัน "พวกเธอสองคน... ต้องร่วมมือกันทำโปรเจกต์นี้ให้เสร็จภายในสองสัปดาห์ ถ้าทำไม่ได้... สอบตกยกคู่!" ขอบคุณที่ติดตามอ่าน "เกียร์เปื้อนกาวใจ" นะคะ แล้วมาลุ้นคู่กัดคู่นี้ในตอนต่อไปด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปัตย์หัวใจไม่ให้รั่วซึม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%