สถาปัตย์หัวใจไม่ให้รั่วซึม•ตอนที่ 3

สตูดิโอคือสมรภูมิ

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
“ถ้าขืนเธอยังวางโมเดลเบี้ยวแบบนี้อีกองศาเดียว ฉันจะเอาคัตเตอร์กรีดหัวใจตัวเองทิ้งซะตรงนี้แหละพาย” เสียงทุ้มต่ำติดจะหงุดหงิดดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องสตูดิโอสถาปัตย์ยามเที่ยงคืน ไฟนีออนสีขาวสว่างจ้าสาดส่องลงบนโต๊ะทำงานตัวยาวที่เต็มไปด้วยเศษฟิวเจอร์บอร์ด กาวลาเท็กซ์ และซากโมเดลที่พังไม่เป็นท่า ทิวาขยับแว่นสายตาขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบมองผลงานตรงหน้าสลับกับใบหน้าบึ้งตึงของหญิงสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม พายตวัดสายตาดุดันกลับทันทีอย่างไม่มีใครยอมใคร มือเรียวบางที่เปื้อนคราบกาวตราช้างสะบัดเข้าใส่ร่างสูงอย่างหมั่นไส้ “ปากดีนักนะทิวา! ถ้าเก่งนักก็ทำเองเลยสิยะ ไม่ต้องมาสั่งฉัน โมเดลตึกคณะเราเนี่ยมันซับซ้อนกว่าสมองนายตอนคิดโปรเจกต์ซะอีก!” “อ๋อเหรอ? แต่คนที่กำลังจะทำให้เราสอบตกยกคู่เพราะเส้นดุลยภาพพังเนี่ย... ไม่ใช่ฉันนะ” ทิวายิ้มมุมปาก รอยยิ้มกวนประสาทที่ทำเอาพายอยากจะคว้ากระป๋องสเปรย์กาวพ่นใส่หน้าหล่อๆ นั่นให้รู้แล้วรู้รอด ย้อนกลับไปเมื่อสองชั่วโมงก่อน หลังจากคำประกาศิตของอาจารย์เว้ยในห้องเรียน ทำให้ทั้งคู่ต้องจำใจแบกสังขารและอุปกรณ์รกรุงรังมาขลุกตัวกันอยู่ที่สตูดิโอคณะสถาปัตย์แห่งนี้ สองสัปดาห์กับโปรเจกต์มหาหินที่เดิมพันด้วยเกรดและศักดิ์ศรี บรรยากาศรอบตัวจึงเต็มไปด้วยคาร์บอนไดออกไซด์และความตึงเครียดที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ พายสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธ นิ้วเรียวจิ้มลงบนแปลนกระดาษไขอย่างเอาเรื่อง “ฟังนะทิวา ฉันออกแบบสเปซตรงนี้ให้เปิดโล่งรับลมธรรมชาติ เพื่อให้สมกับเป็นแนวคิดสถาปัตยกรรมยั่งยืน แต่นายดันหัวโบราณจะเอาผนังทึบมากั้น มันจะไปเวิร์กได้ยังไง!” “มันไม่เวิร์กตั้งแต่วิสัยทัศน์ของเธอแล้วพาย” ทิวาโน้มตัวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กที่ลอยมาแตะจมูกท่ามกลางกลิ่นฉุนของกาว น้ำเสียงของเขานุ่มนวลขึ้นแต่นัยน์ตายังคงความดื้อรั้น “สถาปัตยกรรมที่ดีไม่ใช่แค่สวยงามตามใจสายตาอาร์ติสต์ของเธอ แต่มันต้องคำนึงถึงโครงสร้างและการรับน้ำหนักในระยะยาวด้วย ถ้าลมพัดมาแรงๆ โครงสร้างที่เธอออกแบบก็ปลิวหายไปกับสายลมแล้ว” “นายว่าฉันเพ้อเจ้อเหรอ?” พายจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลของชายหนุ่ม หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาวูบหนึ่งเมื่อใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากเธอแค่คืบ กลิ่นอายความอบอุ่นปนความดุดันจากตัวทิวาทำเอาเธอเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “ฉันไม่ได้บอกว่าเธอเพ้อเจ้อ...” ทิวาทอดเสียงต่ำลง สายตากวาดมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันอย่างถือดีก่อนจะไล่ขึ้นมาสบตา “ฉันแค่บอกว่า... เวลาเธอตั้งใจทำอะไรแล้วมันดื้อตาใสเนี่ย มันน่ารำคาญเป็นบ้าเลยรู้ตัวไหม” “ไอ้ทิวา!” พายเงื้อมือขึ้นจะฟาดแขนแกร่ง แต่ทิวากลับจับข้อมือเธอไว้ได้ทันอย่างรวดเร็ว แรงปะทะทำให้ตัวพายเซถลาเข้าไปใกล้เขามากขึ้น มือหนาอีกข้างเอื้อมมาแตะที่ปลายคางมนเพื่อบังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตา ความเงียบเข้าปกคลุมสตูดิโออีกครั้ง เสียงเครื่องปรับอากาศตัวเก่าส่งเสียงครางหึ่งๆ แข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามในอกของคนทั้งคู่ แววตาของทิวาเปลี่ยนไปจากความกวนประสาทกลายเป็นความลุ่มลึกบางอย่างที่อ่านไม่ออก มันทั้งดึงดูดและอันตรายในเวลาเดียวกัน “ปล่อยนะ...” พายกระซิบเสียงแผ่ว ความมั่นใจทั้งหมดที่มีเมื่อครู่ระเหยหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ เมื่อปลายนิ้วอุ่นๆ ของทิวายังคงคลอเคลียอยู่แถวจุดชีพจรใต้คางของเธอ “ถ้าไม่ปล่อยแล้วจะทำไมล่ะ” ทิวายิ้มมุมปาก นัยน์ตาพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ที่ถูกซ่อนไว้ใต้มาดนิ่ง “ไหนลองบอกซิ ว่าฉันควรจัดการกับความดื้อของเธอยังไงดี... คุณสถาปนิกตัวแม่” พายเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ในขณะที่เธอกำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยคำพูดจิกกัดตามถนัดเพื่อทำลายบรรยากาศชวนใจสั่นนี้ *แอ๊ด...* เสียงประตูห้องสตูดิโอที่เปิดออกอย่างกะทันหัน พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างวาบที่สาดส่องเข้ามาทางช่องประตู ขัดจังหวะความใกล้ชิดนั้นลงอย่างไม่ทันตั้งตัว “เฮ้ย! ดึกดื่นค่ำคืนแบบนี้ สองคนมาทำอะไรกันในห้องมืดๆ สองต่อสองวะเนี่ย?” เสียงกวนบาทาของกวิน รุ่นพี่ปี 4 ดังแทรกขึ้นมา พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ทิวาชักมือกลับทันทีโดยอัตโนมัติ สีหน้าของชายหนุ่มกลับคืนสู่โหมดเย็นชาและเรียบเฉยในเสี้ยววินาที ขณะที่พายรีบขยับตัวถอยหลังกรูด ใบหน้าเนียนร้อนผ่าวด้วยความเขินอายปนความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ ทิวาตวัดสายตาคมกราบมองรุ่นพี่ตัวดีด้วยความไม่พอใจ “ถ้าไม่มีธุระอะไรสำคัญ ก็เชิญไสหัวออกไปจากสตูดิโอของฉันซะรุ่นพี่ กลิ่นหน้าตารุ่นพี่มันรบกวนสมาธิในการทำงานโปรเจกต์หมด” กวินหัวเราะในลำคอ เดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานแล้วเหลือบมองโมเดลที่ยังทำไม่เสร็จ “ปากดีนะไอ้น้อง... ระวังเถอะ โปรเจกต์นี้อาจจะพังคามือพวกนายก่อนที่จะได้ส่งอาจารย์ซะอีก เพราะฉันได้ข่าวมาว่า... มีคนพยายามจะปัดตกงานของพวกนายอยู่” คำพูดของกวินทำให้ท and พายขมวดคิ้วเข้าหากันพร้อมเพรียง บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความหวานปนความตึงเครียด กลายเป็นความสงสัยและระแวงระวังขึ้นมาทันที ทิวายันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง บังร่างของพายไว้ข้างหลังโดยสัญชาตญาณ นัยน์ตาสีนิลฉายแววอันตราย “แกหมายความว่ายังไง... รุ่นพี่กวิน?” กวินยิ้มเหยียด โยนซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะทำงานเสียงดัง *ปึก!* ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไปทิ้งท้ายไว้เพียงประโยคสั้นๆ ที่ทำให้เลือดในกายของทิวาและพายเย็นเฉียบ “ก็หมายความว่า... มีหนอนอยู่ในคณะเรา ที่กำลังรอจังหวะแทงข้างหลังพวกนายอยู่ยังไงล่ะ” ประตูสตูดิโอปิดลงอีกครั้ง ความเงียบงันกลับมาเยือน แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ความเงียบแบบเดิมอีกต่อไปแล้ว... ... ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้นักเขียนคนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปัตย์หัวใจไม่ให้รั่วซึม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%