"ถ้าจะขยำกระดาษทิ้งขนาดนั้น แนะนำให้เปลี่ยนไปเรียนคณะเกษตรฯ เถอะค่ะ ปลูกผักน่าจะใช้ความอดทนน้อยกว่าการรื้อแบบที่แก้งานมาสามรอบแล้วนะ"
น้ำเสียงเรียบเรื่อยที่ฟังดูเหมือนคำแนะนำแต่แฝงด้วยหนามแหลมคมนั่นทำเอาฉันชะงักมือที่กำลังขยำแบบร่างสุดหวงจนยับยู่ยี่ ทิวายืนอยู่ข้างโต๊ะทำงานตอนไหนไม่รู้ มือข้างหนึ่งของเขาถือแก้วอเมริกาโน่เย็น อีกข้างถือม้วนกระดาษไขที่ดูท่าทางจะมาพร้อมเรื่องปวดหัวไม่แพ้กัน
ฉันเงยหน้าขึ้น มองคนตัวสูงที่ยืนค้ำหัวด้วยสายตาเรียบเฉย พยายามกดความโมโหที่พุ่งพล่านให้ต่ำลง "ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะรุ่นพี่ทิวา แต่ถ้าไม่ได้จะมาช่วยแก้แบบ ก็กรุณาเอาปากนั่นไปเก็บไว้ที่อื่นค่ะ งานฉันจะเสร็จหรือไม่เสร็จ ไม่เกี่ยวกับพื้นที่ทำกินของพี่เลยสักนิด"
ทิวาไม่ได้โกรธ เขากลับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะวางแก้วกาแฟลงบนพื้นที่ว่างเล็กๆ บนโต๊ะไม้ที่เต็มไปด้วยเศษยางลบและดินสอที่หักกระจาย "อเมริกาโน่ไม่หวาน... เผื่อว่าสมองที่กำลังร้อนจนแทบจะระเบิดของเธอจะได้เย็นลงบ้าง จะได้ไม่ต้องพาลไปทำลายงานศิลปะที่อุตส่าห์วาดมาด้วยความแค้น"
ฉันมองแก้วกาแฟสีดำสนิทนั่นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก กลิ่นขมจางๆ ของเมล็ดกาแฟคั่วเข้มตีขึ้นจมูก แต่อารมณ์คุกรุ่นในใจกลับไม่ลดลงเลยสักนิด
"พี่เอามาให้ฉัน เพื่อจะบอกว่าฉันกำลังทำพังเหรอคะ?" ฉันสวนกลับทันควัน พร้อมกับหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาหมุนเล่นในมือ ก่อนจะแค่นยิ้ม "ใจดีผิดปกติแบบนี้ ปกติพี่ไม่ได้กินอะไรผิดสำแดงมาใช่ไหมคะ?"
ทิวาโน้มตัวลงมา ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะนิ่งสงบจนเดาใจไม่ได้อยู่ห่างจากฉันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาทำเอาฉันเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "เปล่าหรอก... แค่รำคาญเสียงขยำกระดาษมันแสบแก้วหู ถ้าเธออยากจะระบายความหงุดหงิดทิ้ง ก็ให้มันลงไปกับกาแฟ แทนที่จะเป็นแบบร่างชิ้นนั้นไม่ดีกว่าหรือไง?"
"ปากคอเราะร้ายเหมือนเดิมเลยนะคะ" ฉันวางแก้วกาแฟลงกระแทกกับโต๊ะเบาๆ "ถึงพี่จะเอาอะไรมาประเคนให้ ฉันก็ไม่เปลี่ยนใจเรื่องโปรเจกต์นี้หรอกค่ะ กวินจะกดดันยังไง พี่จะมาเหยียบซ้ำแบบไหน งานนี้ฉันจะทำให้จบเอง"
ทิวายืดตัวตรง แววตาของเขาเปลี่ยนไปวูบหนึ่ง มันไม่ใช่ความเย็นชาอย่างที่เขาชอบแสดงออก แต่มันเป็นบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่านั้นเหมือนเขากำลังมองทะลุเข้ามาในความคิดที่ฉันซ่อนไว้ "ฉันไม่ได้จะมาแย่งงานเธอ พาย... แต่ที่ฉันมาวันนี้ เพราะกวินมันเพิ่งไปคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษามา"
คำว่า 'กวิน' ทำให้ฉันชะงักไปครู่หนึ่ง ก้อนความกังวลในอกเริ่มขยายตัว
"มันพูดว่ายังไงคะ?" ฉันถามเสียงแข็ง
ทิวายังไม่ทันได้ตอบ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้องสตูดิโอ พร้อมกับร่างของกวินที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทางโอหัง เขากวาดสายตามองมาที่โต๊ะของฉันก่อนจะแสยะยิ้มที่ทำให้ฉันอยากเอาไม้ทีฟาดหน้าเสียจริง
"อ้าว... อยู่กันครบเลยเหรอเนี่ย" กวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวนพลางเหลือบมองแก้วกาแฟบนโต๊ะ "แหม... ถึงกับมาป้อนกาแฟกันถึงที่เลยเหรอครับทิวา? สงสัยงานนี้จะไม่ได้มีแค่เรื่องแบบตึกที่ต้องแก้ แต่คงจะมีเรื่องหัวใจมาเกี่ยวข้องด้วยหรือเปล่านะ?"
ทิวาหันไปเผชิญหน้ากับกวินด้วยสีหน้านิ่งสนิท มือล้วงกระเป๋ากางเกงอย่างคนไม่สะทกสะท้าน "ถ้าว่างมากนัก ก็ไปทำโปรเจกต์ตัวเองให้ผ่านก่อนดีไหมครับกวิน? อย่าให้คนอื่นเขาสมเพช เพราะต้องมาคอยจ้องจะกัดกินพื้นที่งานของคนอื่นเขาไปทั่ว"
"ปากดีให้ได้ตลอดเถอะครับ" กวินเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างหลังฉัน ก่อนจะโน้มตัวลงมาใกล้หูจนฉันสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกที่ทำให้เวียนหัว "พาย... อาจารย์เพิ่งเปลี่ยนโจทย์กระทันหันนะรู้ยัง? พื้นที่ที่เธอออกแบบมาทั้งหมด... พรุ่งนี้เช้าไม่ต้องเอาไปส่งแล้วล่ะ เพราะทางมหาวิทยาลัยยกเลิกพื้นที่โซนนั้นไปเป็นเขตเวนคืนก่อสร้างตึกใหม่ของรุ่นพี่แล้ว"
หัวใจของฉันกระตุกวูบ ทุกอย่างที่ทุ่มเทมาตลอดสองเดือนเหมือนกำลังพังทลายลงตรงหน้า
ทิวาขยับตัวก้าวเข้ามาขวางหน้าฉันไว้ทันที สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุดันอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน "กวิน... อย่ามาเล่นตลกกับเรื่องงานของคนอื่น ถ้าไม่อยากให้ฉันต้องใช้วิธีเดียวกับที่เธอชอบใช้จัดการกับคู่แข่ง"
"จะทำอะไรล่ะ?" กวินหัวเราะร่วน "ก็ลองดูสิครับ ว่าถ้าพายเสียพื้นที่ตรงนี้ไป เธอจะยังเหลืออะไรให้เธอคอยปกป้อง"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องสตูดิโอทันที ทิวาไม่ได้ตอบโต้อะไรอีก แต่เขากลับหันมามองฉัน สายตาคู่นั้นไม่ได้มีแววสมเพชอย่างที่ฉันกลัว แต่มันกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นบางอย่าง
"พาย... เก็บของ" ทิวาสั่งเสียงเรียบแต่หนักแน่น
"อะไรนะคะ?"
"เก็บของให้หมด... เราจะย้ายไปทำที่ห้องลับชั้นบนสุด ตอนนี้เลย"
มือของทิวาเอื้อมมาคว้าข้อมือฉันไว้แน่น ก่อนจะลากให้ฉันลุกขึ้นจากเก้าอี้ ท่ามกลางสายตาอึ้งๆ ของกวินที่ดูเหมือนจะคาดไม่ถึงกับการตัดสินใจของคนอย่างทิวา
หัวใจของฉันเต้นระรัว ไม่ใช่แค่เพราะความตกใจกับข่าวร้ายเมื่อครู่ แต่เพราะความรู้สึกแปลกประหลาดที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง เมื่อสัมผัสได้ว่าในเสี้ยววินาทีนี้... ทิวากำลังเลือกที่จะอยู่ข้างฉันจริงๆ
"พี่ทิวา... พี่คิดจะทำอะไรกันแน่?" ฉันถามพลางเดินตามแรงจูงมือของเขาออกไปจากห้องสตูดิโอ ทิ้งให้กวินยืนหน้าเหวออยู่เบื้องหลัง
เขาสบตาฉันเพียงเสี้ยวนาที ก่อนจะกระซิบคำที่ทำให้โลกทั้งใบของฉันหยุดหมุน "ถ้าพื้นที่ตรงนี้มันพัง... งั้นเราก็สร้างโลกใบใหม่ขึ้นมาแข่งกับมันเองเลย... ในพื้นที่ของฉัน"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางไปกับ 'สถาปัตย์หัวใจไม่ให้รั่วซึม' ในตอนนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าทุกคนจะลุ้นไปกับพายและทิวาในตอนต่อไปค่ะ!
สถาปัตย์หัวใจไม่ให้รั่วซึม•ตอนที่ 4
กาแฟหนึ่งแก้วกับคำเหน็บแนม
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปัตย์หัวใจไม่ให้รั่วซึม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!