"ถอยออกไปหน่อยค่ะรุ่นพี่ กวิน... คุณกำลังยืนทับเส้นแบ่งความเป็นส่วนตัวของฉันเกินไปแล้วนะคะ"
เสียงของพายไม่ได้สั่นเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าเงาร่างที่ทาบทับอยู่ตรงธรณีประตูจะทำให้บรรยากาศในห้องสตูดิโอคณะสถาปัตย์ยามค่ำคืนนี้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าก่อนที่กวินจะทันได้เอާމปากตอบโต้อะไร ประกายไฟสีส้มวาบขึ้นพร้อมกับเสียงช็อตเบาๆ จากคัทआउटหน้าห้อง ตามมาด้วยความมืดสนิทที่กลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างในห้องจนมองไม่เห็นแม้แต้มปลายนิ้วของตัวเอง
*พรึบ!*
ความมืดมิดเข้ามาจู่โจมอย่างไร้ความปรานี เสียงลมหายใจของคนสามคนในพื้นที่แคบๆ ดังประสานกันอย่างชัดเจน ทิวากับพายที่ยืนอยู่ใกล้โต๊ะโมเดลสถาปัตย์ชะงักกึก ขณะที่เงาร่างของกวินที่ยืนอยู่ตรงประตูกลับหายลับไปกับความมืดพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ถอยร่นออกไปด้านนอกอย่างรวดเร็ว
"เฮ้ย ไฟดับบ้าอะไรตอนนี้เนี่ย โปรเจกต์ฉันยังไม่ได้เซฟไฟล์ลงแฟลชไดรฟ์เลยนะ!" พายสบถเบาๆ มือเรียวควAหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกาวน์อย่างลนลาน แต่ทว่าหน้าจอเครื่องโปรดกลับดับสนิทเพราะแบตเตอรี่หมดเกลี้ยงในจังหวะนรกพอดี
"มือถือฉันเปิดไม่ติดเหมือนกันค่ะ... ดูท่าทางเราคงต้องติดแหง็กอยู่ในห้องนี้กันสองคนจนกว่าเจ้าหน้าที่อาคารจะมาสับคัทเอาต์คืนแล้วล่ะมั้งคะคุณพาย"
เสียงทุ้มต่ำของทวาที่ดังขึ้นใกล้หูกว่าที่คิด ทำให้พายสะดุ้งสุดตัวจนข้อศอกไปกระแทกเข้ากับมุมโต๊ะไม้
"โอ๊ย!"
"ซุ่มซ่ามเป็นเด็กๆ ไปได้... ไหน ดูซิคะ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า"
แม้จะมองไม่เห็นหน้า แต่สัมผัสอุ่นจัดที่ปลายนิ้วของทิวาที่เอื้อมมาแตะข้อมือเธอเบาๆ เพื่อสำรวจรอยฟกช้ำกลับชัดเจนยิ่งกว่าเดิม ความใกล้ชิดในระยะประชิดตัวท่ามกลางความมืดมิดและกลิ่นอายเฉพาะตัวของสถาปนิกหนุ่มที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นกระดาษ กาวตราช้าง และน้ำหอมจางๆ ทำให้หัวใจของพายเต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้
"ฉันดูแลตัวเองได้ค่ะ ไม่ต้องมาทำเป็นใส่ใจหรอก ปล่อยมือได้แล้วค่ะทิวา" พายพยายามดึงข้อมือกลับ แต่ทว่าแรงบิดเบาๆ นั้นกลับถูกรั้งไว้ด้วยอุ้งมือที่มั่นคงกว่า
"ปากเก่งจังเลยนะคะ... ทั้งที่ตัวสั่นเป็นลูกนกขนาดนี้" ทิวาหัวเราะในลำคอ เสียงกระซิบนั้นชิดใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดอยู่ข้างแก้มเนียน "เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น คุณทำตัวเหมือนพยัคฆ์สาวที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร แต่พออยู่กันสองต่อสองในที่มืด... ทำไมเสียงหัวใจคุณถึงเต้นดังกว่าเสียงเครื่องตัดโฟมล่ะคะ"
"คุณ... คุณมันบ้าทิวา ใครหัวใจเต้นแรงกัน อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลย" พายเถียงกลับทันควันเพื่อกลบเกลื่อนความรุ่มร้อนที่ตีตื้นขึ้นมาบนใบหน้า โชคดีที่ความมืดช่วยอำพรางพวงแก้มที่แดงก่ำของเธอไว้ได้ทั้งหมด ไม่อย่างนั้นคงเสียฟอร์มแย่
"ฉันไม่ได้หลงตัวเองค่ะ แต่ฉันใช้ 'ความรู้สึก' สัมผัสเอา" ทิวาย่างสามขุมเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าว จนแผ่นหลังของพายชนเข้ากับชั้นวางอุปกรณ์สถาปัตย์โดยไม่มีทางหนี กลิ่นอายความกดดันและเคมีที่ดึงดูดกันอย่างรุนแรงทำให้บรรยากาศรอบตัวร้อนผ่าวราวกับมีเปลวไฟล้อมรอบ "ตั้งแต่โปรเจกต์นี้เริ่มต้นขึ้น คุณคอยแต่จะเอาชนะฉัน คอยแต่จะขัดขาฉันทุกทาง... แต่รู้ไหมคะว่าทุกครั้งที่คุณทำหน้าดื้อใส่ฉัน มันทำให้ฉันอยากทำลายกำแพงที่คุณสร้างขึ้นมามากแค่ไหน"
"ถอยไปนะทิวา... อย่ามาพูดจาแปลกๆ แบบนี้นะคะ เราเป็นแค่คู่แข่งในโปรเจกต์กันเท่านั้น" พายพยายามดันอกแกร่งของอีกฝ่ายให้อציออก แต่ทว่าทิวากลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นไปตรึงไว้เหนือศีรษะเบาๆ ด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย
สัมผัสที่แนบชิดและน้ำหนักตัวที่โน้มลงมาทำให้พายต้องแหงนหน้าขึ้นสบตา ถึงแม้จะมองไม่เห็นนัยน์ตาคมกริบนั้นในความมืด แต่เธอกลับรับรู้ได้ถึงประกายความจริงจังที่หนักแน่นและร้อนแรงยิ่งกว่าแสงนีออนใดๆ
"คู่แข่งเหรอคะ..." เสียงของทิวากระซิบแผ่วเบa ชิดริมฝีปากจนเธอสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลที่จงใจทิ้งระยะห่างไว้เพียงนิดเดียว "มีคู่แข่งที่ไหนเขาจ้องจะขโมยหัวใจอีกฝ่ายตั้งแต่ปีสองกันบ้างล่ะคะพาย"
คำสารภาพที่หลุดออกมาท่ามกลางความมืดมิดและเสียงหอบหายใจระริน ทำให้โลกทั้งใบของพายหยุดหมุนไปชั่วขณะ สมองที่เคยประมวลผลเรื่องเส้น ร่างแบบ และสถาปัตยกรรมอย่างแม่นยำ กลับขาวโพลนจนคิดคำพูดโต้ตอบไม่ถูก
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นโครมครามแข่งกันราวกับจะทะลุออกมานอกอก นิ้วเรียวของทิวาค่อยๆ คลายจากการตรึงข้อมือ เปลี่ยนเป็นไล้สัมผัสเบาๆ ที่หลังมือของเธออย่างทะนุถนอม ราวกับกำลังพิสูจน์ว่าความรู้สึกที่เก็บงำมานานหลายปีไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
พายเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นหลุดออกมานอกปาก ความรู้สึกซับซ้อนทั้งความประหลาดใจ ความเขินอาย และความโหยหาที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ท่าทีปากเก่งมาตลอดพรั่งพรูขึ้นมาในคราเดียว เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบบางอย่างออกไปเพื่อทลายความเงียบนี้...
*แกร๊ก! พรึบ!*
แสงไฟนีออนบนเพดานสว่างจ้าขึ้นมาพร้อมกันทั้งห้องอย่างกะทันหันจนคนทั้งคู่ต้องหรี่ตาลงสู้แสงด้วยความแสบตา
ทิวาและพายผละออกจากกันแทบจะไม่ทัน พายรีบก้าวถอยหลังไปสามก้าว จัดเสื้อกาวน์ให้เข้าที่ด้วยใบหน้าที่ยังคงแดงซ่านระเรื่อ ส่วนทิวายืนนิ่งจัดระเบียบปกเสื้อของตัวเองด้วยท่าทีสุขุมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าแววตาพราวระยับที่มองตรงมายังเธอกลับฟ้องชัดเจนว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้นบ้าง
และก่อนที่ใครจะได้ทันเอ่ยคำพูดทำลายความเงียบ เสียงตบมือเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มเยعยันของบุคคลที่สามก็ดังขึ้นจากทางประตูที่เปิดค้างไว้
"โอ๊ะ... ดูเหมือนฉันจะเข้ามาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวของสถาปัตยกรรมคู่รักคู่นี้เข้าสินะคะ น่าเสียดายจังที่ไฟดันติดเร็วกว่าที่คิด"
ร่างของรุ่นพี่กวินยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทางสบายๆ แต่แววตาที่มองตรงมากลับเต็มไปด้วยประกายความริษยาและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่พร้อมจะจุดชนวนระเบิดลูกใหม่ขึ้นในวินาทีถัดไป!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับเคมีคลั่งรักของยัยตัวแสบกับตาพี่สถาปนิกสุดซึนนะคะ!
สถาปัตย์หัวใจไม่ให้รั่วซึม•ตอนที่ 10
คำสารภาพในความมืด
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปัตย์หัวใจไม่ให้รั่วซึม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!