สถาปัตย์หัวใจไม่ให้รั่วซึม•ตอนที่ 9

หยดน้ำค้างบนกระดาษลอกลาย

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
"ถ้าเธอจะร้องไห้เพราะกระดาษลอกลายแผ่นเดียวพัง... แนะนำให้ไปร้องไห้ไกลๆ ค่ะ รำคาญเสียงสูดน้ำมูก" น้ำเสียงเรียบนิ่งที่ติดจะกวนประสาทนิดๆ ดังขึ้นทันทีที่พายปล่อยให้หยดน้ำตาเม็ดโตกตลงบนกระดาษแผ่นบางจนมันยุ่ยและหมึกซึมเลอะเทอะไปหมด ความเงียบงันจากศึกทางสายตาเมื่อครู่ถูกทำลายลงด้วยประโยคแทงใจดำที่ทำให้คนกำลังใจสลายถึงกับสะดุ้ง พายหันขวับไปมองหน้าคนพูดด้วยดวงตาแดงก่ำ แพขนตางอนเปียกชื้นจับตัวกันเป็นแพ จมูกรั้นเชิดรั้นขึ้นด้วยความโกรธปนน้อยใจ มือบางที่กำดินสอคัตเตอร์ไว้แน่นสั่นระเทือนอย่างควบคุมไม่ได้ "นายคิดว่ามันเป็นแค่กระดาษแผ่นเดียวเหรอทิวา! นายรู้ไหมว่าฉันแก้สเกตช์นี้มากี่รอบแล้ว!" "รู้ค่ะ ก็เห็นอยู่คาตาว่าแก้จนกระดาษมันจะทะลุอยู่แล้ว แต่ร้องไห้ไปมันช่วยให้เส้นโค้งพาราโบลาของหลังคาตึกมันต่อกันได้เองหรือไงคะ?" ทิวายังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้สตูลตัวเดิม สายตาคมกริบกวาดมองซากโปรเจกต์ที่กองระเกะระกะบนโต๊ะเขียนแบบอย่างใจเย็น ต่างจากพายที่อารมณ์พุ่งทะยานจนแทบจะคว้าง1 ปากบอกว่ารำคาญ แต่การกระทำของพ่อคุณกลับสวนทางแบบหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อร่างสูงใหญ่ของนายทิวา นักศึกษาปีสามคณะสถาปัตย์ผู้ยึดตรรกะเหนืออารมณ์ ขยับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของพายในสามก้าว กลิ่นสบู่หอมสะอาดเจือจางลอยปะทะจมูกท่ามกลางกลิ่นฉุนของกาวร้อนและสีสเปรย์ "ถอยไปนะ!" พายสะบัดหน้าหนี พยายามยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตาลวกๆ ไม่อยากให้คนปากร้ายเห็นความอ่อนแอของตัวเองเด็ดขาด "อย่าดื้อค่ะ พาย" ทิวาถอนหายใจยาวพรืด น้ำเสียงที่เคยติดกวนประสาทเมื่อครู่อ่อนลงทีละนิดอย่างไม่น่าเชื่อ มือหนาเอื้อมมาดึงคัตเตอร์ออกจากมือสั่นเทົາของเธออย่างไร้ความปรานี ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะเสียงดัง *กริ๊ก* "เก่งนักไม่ใช่เหรอที่จะเอาชนะกวินให้ได้ ทำไมพอเจอเรื่องแค่นี้ถึงทำท่าเหมือนโลกจะถล่มล่ะคะ" "ฉันไม่ได้..." "เงียบก่อนค่ะ แล้วดูนี่" ทิวาดึงกระดาษลอกลายแผ่นใหม่เอี่ยมออกมาจากม้วนกระดาษของเธออย่างไร้ความเกรงใจ ร่างสูงโน้มตัวลงทาบับทับบนแบบร่างเดิมที่เลอะเทอะ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอในตอนนี้ใกล้เสียจนพายได้กลิ่นลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดอยู่ข้างแก้ม ความโกรธและความเสียใจเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจวูบวาบในอก หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะจนเสียงมันดังแข่งกับเสียงพัดลมเพดาน ทิวาไม่ได้ต่อว่าเธอต่ออย่างที่ปากว่า แต่เขากลับหยิบดินสอขึ้นมา ขยับข้อมือด้วยความคล่องแคล่วและแม่นยำ เส้นสายที่เคยยุ่งเหยิงและผิดพลาด กลับถูกเขาปรับแก้ด้วยเทคนิคการทับซ้อนเส้นเพื่อซ่อนรอยเปื้อนอย่างแนบเนียน "ตรงนี้... ถ้าเราดึงเส้นพาราโบลาให้รับกับโครงสร้างหลักของคานคอนกรีตที่พี่กวินเคยท้วงไว้ในรอบที่แล้ว มันจะไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าค่ะ แต่มันจะกลายเป็นจุดเด่นที่ทำให้แบบของเราสมบูรณ์แบบขึ้นไปอีก" ทิวากระซิบชิดริมใบหู เสียงทุ้มต่ำนั้นจริงจังและจริงใจจนพายเผลอกลั้นหายใจ สายตาของพายเลื่อนจากการมองแบบร่างบนกระดาษ มาหยุดอยู่ที่สันจมูกโด่งเป็นคมและแพขนตาหนาของคนที่กำลังตั้งอกตั้งใจช่วยเธอแก้ปัญหาอย่างเอาเป็นเอาตาย ท่าทางนิ่งขรึมและคำพูดขวานผ่าซากเมื่อครู่หายไปหมด เหลือเพียงความอบอุ่นประหลาดที่แผ่ซ่านเข้ามาในอก ทิวาปากร้าย ปากจัด และชอบกวนประสาทเธอเสมอ แต่เวลาที่เธอจมดิ่งกับความล้มเหลว ผู้ชายคนนี้ไม่เคยเดินหนี เขามักจะยืนอยู่ตรงนี้เสมอ... คอยขัดขา คอยทุ่มเถียง แต่ก็คอยดึงเธอกลับขึ้นมาทุกที "มองอะไรคะ หน้าฉันมีเส้นสเกตช์ติดอยู่หรือไง" ทิวาชะงักมือที่กำลังเขียน หันขวับมาสบตาโตๆ ของพายที่จ้องมองเขาอยู่ก่อนแล้ว ระยะห่างที่ใกล้ชิดทำให้ลมหายใจอุ่นๆ ปะทะกันจนใจสั่น "เปล่า... แค่คิดว่านายพูดมากเหมือนกันนะเวลาตั้งใจทำงาน" พายแกล้งเชิดหน้าขึ้นกลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังตีตื้นขึ้นมาบนพวงแก้ม แสร้งทำเป็นมองงานบนโต๊ะเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่หลุดออกมา "ปากดีไม่เปลี่ยนเลยนะคะ" ทิวายกมุมปากขึ้นนิดหน่อย รอยยิ้มจางๆ ที่นานๆ ครั้งจะปรากฏบนใบหน้านั้นทำให้โลกทั้งใบของพายแทบหยุดหมุน "ถ้ามีเวลามาเถียงฉัน เอาตามาดูตรงนี้ค่ะ เส้นนี้ต้องลงน้ำหนักให้หนาขึ้นอีกนิด ไม่งั้นโครงสร้างมันจะรับน้ำหนักโมเดลจำลองตอนพรีเซนต์ไม่ไหว" บรรยากาศตึงเครียดในตอนแรกมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นประสานกันท่ามกลางกองกระดาษและกลิ่นกาวลาเท็กซ์ พายยอมนั่งลงข้างๆ ทิวาโดยไม่มีข้อแม้ ปล่อยให้มือหนาของเขาจับข้อมือเธอให้ลองลากเส้นตามน้ำหนักที่ถูกต้อง ความอบอุ่นจากฝ่ามือที่กุมทับลงมาทำให้ความเหนื่อยล้าตลอดสัปดาห์หายเป็นปลิดทิ้ง แต่แล้ว... ช่วงเวลาแสนหวานที่กำลังอบอวลไปด้วยเคมีสีชมพูก็ต้องสะดุดกึกลง เมื่อจู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าห้องสตูดิโอ พร้อมกับบานประตูไม้ที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท "น้องพายครับ พี่ว่าแบบที่น้องแก้ใหม่รอบนี้น่าจะ..." เสียงทุ้มคุ้นหูของกวิน รุ่นพี่ปี 4 ตัวแสบดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่กลางห้อง แต่ยังไม่ทันที่กวินจะได้พูดจบประโยค ประตูห้องสตูดิโอก็ถูกกระชากเปิดออกอีกครั้งด้วยแรงมหาศาลจากใครอีกคน เงาร่างของบุคคลที่สามที่ยืนอยู่ตรงธรณีประตู ทำให้ทั้งทิวา พาย และกวิน ถึงกับหน้าถอดสีพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย... ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้เกียร์เปื้อนกาวใจเสมอนะคะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปัตย์หัวใจไม่ให้รั่วซึม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%