“ถ้าพี่กวินว่างมากจนต้องเอาเวลามาแทรกแซงโปรเจกต์ปีสาม แนะนำว่าไปหาซื้อคัตเตอร์คมๆ สักอันมาฝานความมั่นใจตัวเองทิ้งบ้างนะคะ จะได้ลดภาระสายตาคนในคณะลงบ้าง”
พายกระแทกไม้บรรทัดเหล็กกับโต๊ะดราฟต์เสียงดังสนั่นจนเศษยางลบกระเด็น เธอไม่ได้ปรายตามองคนที่เพิ่งก้าวเข้ามา แต่โฟกัสอยู่ที่เส้นโค้งของผนังอาคารที่เธอกำลังร่างแบบอย่างตั้งใจ กวินชะงักฝีเท้า รอยยิ้มหยันที่มุมปากดูไม่สะทกสะท้านกับวาจาเผ็ดร้อนนั่นเลยสักนิด
“น้องพายยังปากเก่งเหมือนเดิมนะครับ... อ้อ ขอโทษที ฉันลืมตัวไปหน่อย” กวินก้าวเข้ามาใกล้จนเงาของเขาพาดทับลงบนแปลนกระดาษของเธอ “แต่ที่ฉันมา ก็เพื่อจะเตือนในฐานะรุ่นพี่ไง พื้นที่ตรงนี้มันไม่เหมาะกับดีไซน์ที่เน้น ‘ความสวยงาม’ จนลืม ‘ฟังก์ชัน’ หรอกนะ”
ทิวาที่นั่งอยู่อีกฝั่งของโต๊ะวางดินสอกดลงช้าๆ เขาเงยหน้าขึ้น สายตาเย็นชาของเขาปะทะกับกวินนิ่งสนิท ก่อนจะหันมามองคนข้างกายที่กำลังหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ
“ขอบคุณที่เตือนครับพี่กวิน แต่พายเขามีสิทธิ์ตัดสินใจในพาร์ทของเขา ส่วนผม... มีสิทธิ์ตัดสินใจในพาร์ทของผม” ทิวาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลัง “และผมไม่คิดว่าแบบของพายจะ ‘ไร้ประโยชน์’ แค่เพราะมันไม่ได้เป็นกล่องสี่เหลี่ยมไร้วิญญาณเหมือนที่พี่ชอบทำ”
“ทิวา! นายจะเข้าข้างมันทำไม!” พายหันขวับมามองทิวาด้วยสายตาตัดพ้อ “นายก็รู้ว่าโครงสร้างที่นายเพิ่มเข้ามามันทำให้เคิร์ฟสวยๆ ของฉันพังหมด นายจะเอาเสาค้ำยันหนาๆ มาวางขวางไลน์การมองเห็นทำไมเพื่ออะไรคะ? เพื่อความแข็งแรงที่เกินจำเป็นเนี่ยนะ?”
ทิวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทำให้บรรยากาศในห้องสตูดิโอที่เคยอึกทึกเงียบลงถนัดตา เขาเดินอ้อมโต๊ะมาหาพาย กลิ่นน้ำมันเขียนแบบและกลิ่นหอมจางๆ จากตัวพายทำให้จังหวะการหายใจของเขาสะดุดไปชั่วครู่ แต่เขาก็ยังคงรักษามาดนิ่งเอาไว้
“พาย ฟังนะ” เขาโน้มตัวลงมาจนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงคืบ “สวยน่ะมันดี แต่ถ้าอาคารที่ออกแบบมาสวยแค่ในกระดาษ แต่ต้องพังลงมาเมื่อเจอลมพายุจริงๆ คนที่รับผิดชอบคือสถาปนิก ไม่ใช่ความสวยงามของเส้นสายที่เธอวาด”
“แต่ฉันไม่ได้วาดเพื่อพัง!” พายโต้กลับ สบตากับเขาอย่างไม่ลดละ “ฉันวาดเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้คนที่เข้ามาใช้พื้นที่ ทิวา... นายมันพวกยึดติดกับตัวเลข นายไม่เคยเข้าใจอารมณ์ของสถาปัตยกรรมเลยสักครั้ง”
“งั้นเหรอ” ทิวาเลิกคิ้ว สายตาที่เคยมองอย่างเย็นชาเริ่มวูบไหวด้วยประกายที่พายอ่านไม่ออก “งั้นเธอก็ลองแสดงให้ฉันเห็นสิ ว่าความสวยงามที่เธอว่าน่ะ มันจะอยู่รอดด้วยตัวของมันเองยังไง โดยไม่ต้องพึ่งพา ‘โครงสร้างน่าเกลียด’ ของฉัน”
กวินที่ยืนดูอยู่ข้างๆ หัวเราะเบาๆ ในลำคอ “น่าสนุกดีนี่ครับ งั้นเดี๋ยววันพรีเซนต์รอบหน้า เรามาดูกันว่าระหว่าง ‘ความแข็งแกร่งของทฤษฎี’ กับ ‘ความหลงใหลในความงาม’ อะไรมันจะจบลงที่คำชมของอาจารย์มากกว่ากัน”
พอพูดจบ กวินก็หมุนตัวเดินออกไปทิ้งไว้เพียงความเงียบและแรงกดดันที่ยังคงค้างอยู่ในอากาศ พายเม้มปากแน่น เธอรู้สึกเหมือนถูกท้าทายในศักดิ์ศรีที่เธอสั่งสมมาตลอดสามปี เธอหยิบยางลบขึ้นมาจ้องมองเส้นที่ทิวาเพิ่งขีดเขียนแก้แบบของเธอไว้ แล้วตัดสินใจลบมันทิ้งด้วยมือสั่นๆ
“เธอทำอะไรน่ะ พาย” ทิวาคว้าข้อมือเธอไว้ น้ำเสียงที่เคยราบเรียบเริ่มมีความกดดันซ่อนอยู่
“ฉันจะแก้ให้ดูค่ะ ว่าถึงไม่มีเสาบ้าๆ ของนาย อาคารหลังนี้ก็แข็งแรงพอที่จะทำให้คนทั้งคณะต้องยอมรับ!” พายสะบัดข้อมือออกแล้วก้มหน้าก้มตาร่างแบบใหม่ด้วยความเร็วที่แทบจะเรียกว่าการระบายอารมณ์
ทิวายืนมองคนตัวเล็กที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานด้วยแววตาซับซ้อน เขาไม่ได้โกรธที่เธอลบงานเขา แต่เขาหงุดหงิดตัวเองที่ปล่อยให้เธอเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับความคาดหวังที่สูงลิ่วเกินไป เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้เธออีกครั้ง จนหน้าผากของเขาแตะกับลาดไหล่ของเธอเบาๆ
“พาย... ถ้าเธออยากทำแบบนั้นจริงๆ” เขาหยุดเว้นจังหวะ เสียงของเขาที่ก้องอยู่ข้างหูทำให้พายหยุดชะงัก “ฉันจะไม่ขวาง แต่ถ้าถึงเวลาพรีเซนต์แล้วโปรเจกต์นี้มีปัญหา ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอรับผิดชอบคนเดียว เข้าใจไหม?”
พายใจเต้นรัวกับสัมผัสและถ้อยคำนั้น เธอเงยหน้าขึ้นมองคนข้างตัว ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะเอ่ยปากตอบ ประตูห้องสตูดิโอที่เปิดแง้มไว้ก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงพร้อมกับร่างของอาจารย์ที่ปรึกษาที่เดินเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
“ทุกคนฟังให้ดี โปรเจกต์ที่พวกเธอทำอยู่ตอนนี้มีปัญหาเรื่องกฎหมายผังเมืองใหม่ที่เพิ่งประกาศเมื่อครู่นี้... พรุ่งนี้เช้าพวกเธอทุกคนต้องเอาแบบที่แก้ไขแล้วมาวางบนโต๊ะฉัน ใครแก้ไม่ทัน... โปรเจกต์นี้ถือเป็นโมฆะทันที!”
ห้องสตูดิโอตกอยู่ในความเงียบงันระดับที่ได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้น พายหันไปมองทิวา แววตาของทั้งคู่ที่เคยสวนทางกันในความคิด กลับมาสะท้อนความกังวลใจในระดับเดียวกันเป็นครั้งแรก
และก่อนที่พายจะได้พูดอะไร ประตูห้องที่เปิดค้างไว้ก็ปรากฏเงาของกวินยืนยิ้มอยู่ที่หน้าประตูอีกครั้ง พร้อมกับไฟล์เอกสารในมือที่เขารู้ดีว่ามันคืออะไร
“ลืมบอกไปครับ... กฎหมายที่อาจารย์พูดถึงน่ะ ผมถืออยู่ในมือนี้พอดีเลย สนใจจะลองเจรจาดูไหมครับ... น้องพาย?”
ความเงียบเข้าปกคลุมจนน่าอึดอัด พายหันไปมองทิวาที่กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดขึ้นที่หลังมือ... ศึกครั้งนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องแบบร่างเสียแล้ว แต่ดูเหมือนมันกำลังจะกลายเป็นเกมที่เดิมพันด้วยทุกอย่างที่พวกเขามี
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งรักทั้งรบของทิวาและพายนะคะ เกียร์เปื้อนกาวใจจะรีบมาต่อตอนหน้าให้ไวที่สุดเลยค่ะ
สถาปัตย์หัวใจไม่ให้รั่วซึม•ตอนที่ 8
ความเห็นที่สวนทาง
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปัตย์หัวใจไม่ให้รั่วซึม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!