"ดึกดื่นป่านนี้ สถาปัตย์ปีสามเขามีวัฒนธรรมมาสุมหัวกันสองต่อสองในห้องมืดๆ แบบนี้หรอครับน้องพาย"
เสียงทุ้มกวนประสาทของกวิน รุ่นพี่ปีสี่ตัวแสบเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก ดวงตาสองชั้นกวาดมองทั้งคู่ด้วยแววตาจับผิดและคุกคามอย่างเห็นได้ชัด ความเงียบในห้องสตูดิโอออกแบบวิชาการสถาปัตยกรรมถูกฉีกกระชากด้วยประโยคกำกวมนั้น ทิวายังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้สตูลทรงสูง สีหน้าของเขาเรียบสนิทราวกับรูปปั้นปูนปลาสเตอร์ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกต่อการมาเยือนยามวิกาลของรุ่นพี่ตัวปัญหา
ในขณะที่พาย—สายอาร์ตตัวแม่ผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร—ค่อยๆ วางคัตเตอร์ในมือลงบนโต๊ะไม้ที่เต็มไปด้วยเศษกระดาษชานอ้อย เสียงโลหะกระทบพื้นโต๊ะดัง "กริ๊ก" เบาๆ แต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลงไปอีกหลายองศา
"ถ้าพี่กวินว่างจนไม่มีโปรเจกต์ส่ง จนต้องมาเดินตรวจตราห้องคนอื่นเหมือน รปภ. กะดึก หนูแนะนำให้เอาเวลาไปแก้โมเดลพาร์ทโถงทางเข้าที่อาจารย์ตีตกมาสามรอบดีกว่านะคะ" พายสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตตวัดมองรุ่นพี่ตัวสูงด้วยแววตาท้าทาย ไม่มีร่องรอยของความเกรงกลัวแม้แต่น้อย ปากเก่งและทันคนสมชื่อเจ้าแม่แห่งคณะสถาปัตย์
กวินแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาในห้องมืดที่มีเพียงแสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะสีส้มสลัวสาดส่อง ร่างสูงใหญ่ในเสื้อช็อปเปื้อนฝุ่นปูนเดินเข้ามาหยุดอยู่ใกล้โต๊ะทำงานของพาย จนทิวาที่นั่งเงียบมานานต้องขยับตัวลุกขึ้นยืนบังรัศมีคุกคามนั้นเอาไว้ครึ่งหนึ่ง
"ปากดีเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะพาย... เสียดายที่ความมั่นใจของน้องมันไม่ได้ช่วยให้ตึกหลังนี้ผ่านการอนุมัติเร็วขึ้นหรอกนะ" กวินหันไปเผชิญหน้ากับทิวาโดยตรง รอยยิ้มเยาะยังคงประดับอยู่บนใบหน้า "ส่วนแก ทิวา... ปีสามเหมือนกัน ทำไม ถึงชอบทำตัวเป็นเงาตามตัวเด็กมันนักล่ะ หรือว่ากลัวว่าโปรเจกต์นี้พายเขาจะทำไม่ไหวจนต้องคอยตามเช็ดตามล้างให้?"
ทิวายกมุมปากขึ้นนิดหนึ่ง เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา คล้ายกับความรำคาญใจที่ถูกยกระดับขึ้นมาอีกขั้น นิ้วเรียหายยาวเคาะลงเบาๆ บนโต๊ะทำงานสองสามครั้ง จังหวะมันช้าและนิ่งจนน่าหมั่นไส้
"ถ้าผมเป็นเงา... พี่ก็คงเป็นพวกชอบส่องกระจกดูเงาตัวเองแล้วริษยาคนอื่นสินะครับ" ทิวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือน ปากจัดแบบนิ่งๆ ที่ทำให้อีกฝ่ายหน้าชาได้โดยไม่ต้องะเบ็งเสียง "โปรเจกต์นี้พวกเราบริหารจัดการเองได้ทุกขั้นตอน ไม่จำเป็นต้องรบกวนรุ่นพี่ปีสี่ที่เอาแต่จ้องจะฮุบพื้นที่ส่วนรวมไปทำโปรเจกต์ส่วนตัวหรอกครับ"
คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้รอยยิ้มบนหน้ากวินเลือนหายไปในพริบตา ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังทิวา บรรยากาศรอบตัวคุกรุ่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าแห่งความเกลียดชังที่สะสมมาตั้งแต่ต้นเทอม
เช้าวันถัดมา ณ ห้องประชุมใหญ่ของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ งานสัมมนาประจำภาคเรียนถูกจัดขึ้นอย่างเป็นทางการ นักศึกษาปีสามและปีสี่นับร้อยชีวิตนั่งเบียดเสียดกันแน่นขนัดเพื่อรอฟังการวิพากษ์วิจารณ์โปรเจกต์ออกแบบอาคารสาธารณะจากคณาจารย์และตัวแทนรุ่นพี่ บรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟเจือจางและความตึงเครียดที่ลอยเคว้งอยู่ในอากาศ
พายนั่งอยู่แถวกลาง มือเรียวกำปากกาหมึกซึมในมือแน่นจนข้อหนามสีขาวโพลน สายตาจับจ้องไปที่หน้าจอโปรเจกต์เตอร์ซึ่งกำลังฉายภาพโมเดลของกลุ่มเธอขึ้นไป ข้างๆ กันคือทิวาที่นั่งกอดอกหลับตาพริ้มราวกับไม่สะทกสะท้านต่อสายตานับร้อยคู่ที่มองมา
"จากที่ได้ตรวจดูแบบของกลุ่มน้องพายและทิวา..." อาจารย์ประธานสาขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง "...รูปทรงและการจัดวางผังมีความน่าสนใจมาก มีความเป็นนวัตกรรมสูง แต่ปัญหาคือเรื่องของการระบายอากาศและการไหลเวียนของผู้คนในอาคาร ที่ดูเหมือนจะยังแก้โจทย์เรื่องตึก 'รั่วซึม' ในฤดูมรสุมไม่ได้"
สิ้นเสียงของอาจารย์ เสียงซุบซิบก็ดังขึ้นระลอกใหญ่ในห้องประชุม ทันทีที่เปิดโอกาสให้มีการอภิปรายแสดงความคิดเห็น กวินก็ยกมือขึ้นสูงพรวดก่อนใครเพื่อน รอยยิ้มเจ้าเลื้อยปรากฏขึ้นบนใบหน้าอีกครั้งเมื่อเขาได้รับอนุญาตให้พูด
"ผมในฐานะตัวแทนรุ่นพี่ปีสี่ ขออนุญาตคอมเมนต์เพิ่มเติมนะครับอาจารย์" กวินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง น้ำเสียงกังวานดังชัดเจนผ่านไมโครโฟน "จากแบบที่เห็น... ผมมองว่านี่คือความพยายามที่จะ 'ฝืน' ธรรมชาติของวัสดุเกินไป น้องๆ ปีสามอาจจะมีไอเดียที่หวือหวาตามประสาคนชอบงานศิลป์ แต่ขาดความเข้าใจในเชิงโครงสร้างที่ใช้งานได้จริง ถ้าฝืนสร้างขึ้นมาจริงๆ ผมเกรงว่าตึกนี้คงไม่ได้แค่วางระบบกันซึมรั่วธรรมดาหรอกครับ แต่มันคงกลายเป็นอ่างเก็บน้ำย่อมๆ ให้พวกเราได้ว่ายเล่นกันในช่วงหน้าฝนมากกว่า"
เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นจากฝั่งของนักศึกษาปีสี่บางคน พายหน้าตึงขึ้นมาทันที ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธ เธอกำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบตามสไตล์ แต่ทว่า... มืออุ่นๆ ของใครบางคนกลับเอื้อมมาแตะแขนเธอไว้เบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม
ทิวาลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาสะบัดเสื้อช็อปเล็กน้อยก่อนจะปรับไมโครโฟนตรงหน้าให้เข้าที่ ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบเฉย ไร้ความกังวลใดๆ สิ้นเชิง
"ขอบคุณสำหรับคำวิจารณ์ที่เต็มไปด้วย... จินตนาการอันกว้างไกลของพี่กวินนะครับ" ทิวาเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่น้ำคำกลับเชือดเฉือนจนคนฟังต้องสะดุ้ง "แต่ดูเหมือนว่าพี่กวินจะลืมดูแปลนในส่วนของระบบท่อระบายน้ำใต้ดินที่พวกเราอ้างอิงมาจากสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น หรือว่า... สมองของรุ่นพี่ปีสี่จะถูกความอิจฉาบังตา จนมองไม่เห็นเส้นบอกระดับความลาดเอียงสậpเปอร์เซ็นต์ที่ผมเขียนไว้ชัดเจนบนกระดานกันแน่ครับ?"
"แก!" กวินหน้าเสีย ตบโต๊ะลุกขึ้นยืนด้วยความโมโห เสียงฮือฮาในห้องประชุมดังระเบิดขึ้นทันทีเมื่อการโต้ตอบกลายเป็นการประจันหน้ากันอย่างดุเดือดระหว่างรุ่นพี่และรุ่นน้อง
"นั่งลงเถอะครับพี่" ทิวายังคงพูดด้วยรอยยิ้มเย็นชา "การใช้เสียงดังในห้องสัมมนาไม่ได้ช่วยให้แบบของพี่ดูดีขึ้น หรือช่วยให้โมเดลที่โดนตีตกผ่านหรอกนะ ถ้าสงสัยเรื่องทฤษฎีการไหลของน้ำ... เดี๋ยวผมยินดีเปิดเลคเชอร์วิชาฟิสิกส์พื้นฐานให้พี่ฟังตัวต่อตัวหลังเลิกเรียน... ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายครับ"
เพื่อนๆ ในห้องถึงกับกลั้นหายใจ บรรยากาศดุเดือดจนไม่มีใครกล้าแม้แต่จะส่งเสียงหายใจแรง ทุกสายตาสลับมองหน้ารุ่นพี่ตัวแสบที่ตอนนี้หน้าดำคร่ำเคร่งด้วยความโกรธ และรุ่นน้องปีสามจอมปากจัดที่ยังคงยืนยิ้มเยาะได้อย่างหน้าตาเฉย
พายลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของทิวา หัวใจเจ้ากรรมเต้นรำไปกับจังหวะความกวนประสาทที่แสนจะเท่ของคนข้างๆ ยอมรับเลยว่าในวินาทีนั้น ทิวาดูมีเสน่ห์จนแทบละสายตาไม่ได้เลยทีเดียว
ทว่า... ในจังหวะที่ไฟกำลังลุกโชนและไม่มีใครยอมใครอยู่นั้น เสียงปรบมือดังแปะๆๆ ก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังห้องประชุม ทุกคนหันไปมองเป็นตาเดียว ร่างโปร่งของใครบางคนก้าวพ้นประตูเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มทรงเสน่ห์ที่ทำให้ทิวาต้องชะงักกึก
"คุยอะไรกันสนุกจัง... ขอฉันแจมด้วยคนสิคะ น้องๆ สถาปัตย์ปีสามปีสี่"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนฟินๆ กับความปากเก่งของยัยพายและพ่อหนุ่มสายซึนของเรานะคะ!
สถาปัตย์หัวใจไม่ให้รั่วซึม•ตอนที่ 7
ทฤษฎีปากเก่ง
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปัตย์หัวใจไม่ให้รั่วซึม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!