"ดับไฟ! กวิน... แกสั่งคนไปดับไฟหรือยัง!"
เสียงตะโกนของฉันดังลั่นโถงทางเดินมุ่งหน้าสู่ห้องสตูดิโอ ความร้อนระอุจากปลายทางปะทะเข้ากับใบหน้าจนแสบผิว กลิ่นไหม้ของโฟมบอร์ดและกาวลาเท็กซ์ที่ผ่านการระเหยด้วยความร้อนมันฉุนกึกจนน่าสะอิดสะเอียน ฉันวิ่งนำทิวาไปแบบไม่คิดชีวิต ในขณะที่คนข้างหลังพยายามดึงแขนฉันไว้เพราะกลัวฉันจะสำลักควัน
"พาย! หยุด! อย่าเพิ่งเข้าไปตรงนั้น พื้นที่มันอันตราย!" ทิวากระชากแขนฉันจนเซถลาเข้าหาอกแกร่งของเขา แววตาของเขานิ่งสนิทแต่มันเต็มไปด้วยความเดือดดาลที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความใจเย็น
"แต่โมเดลเรา... งานที่พวกเราทำกันมาทั้งเดือนนะทิวา! ถ้ามันพังไปตอนนี้ เราจะเอาอะไรไปพรีเซนต์ต่อหน้าบอร์ดพรุ่งนี้!" ฉันตวาดกลับ น้ำตาแห่งความคับแค้นเริ่มคลอเบ้า ไม่ใช่เพราะเสียดายงานอย่างเดียว แต่เพราะฉันรู้ดีว่าใครเป็นคนทำ
ที่มุมมืดของสตูดิโอ กวินยืนกอดอกมองภาพความโกลาหลด้วยรอยยิ้มมุมปากที่น่ารังเกียจที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมา
"ใจเย็นน่ะน้องสาว" กวินเอ่ยเสียงเรียบพลางเดินเข้ามาใกล้ "แค่โมเดลพัง ก็แค่แปลว่าพวกเธอไม่รอบคอบพอที่จะเก็บรักษาผลงาน ก็แค่นั้นเอง"
ทิวาปล่อยแขนฉันแล้วก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างสูงโปร่งของเขาดูน่าเกรงขามจนกวินหุบยิ้มไปชั่วขณะ "แค่นั้นเองเหรอครับรุ่นพี่? พี่กวิน... คนที่คอยพูดเรื่องจรรยาบรรณสถาปนิกในห้องประชุมเก่งนักหนา แต่กลับใช้ไฟเผาผลงานคนอื่นเพื่อหวังจะเอาพื้นที่ไปทำแล็บส่วนตัว พี่เรียกสิ่งนี้ว่าความรอบคอบเหรอครับ?"
ทิวากระชากคอเสื้อกวินทันทีโดยไม่รอให้ฉันตั้งตัว บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบจนได้ยินเสียงหยดน้ำจากหัวสปริงเกอร์ที่เริ่มทำงานดับไฟ
"อย่ามาทำเป็นพูดดี" กวินขู่ฟ่อ "ต่อให้วันนี้ไม่มีโมเดล พรุ่งนี้ที่บอร์ดบริหาร พี่ก็ชนะอยู่ดี เพราะพี่มีคอนเนคชั่นที่พวกเด็กกะโปโลอย่างพวกเธอเทียบไม่ติด"
"งั้นก็รอดูแล้วกันครับ" ทิวาปล่อยคอเสื้อกวินแรงจนอีกฝ่ายเซไปปะทะกับโต๊ะวางแบบ "เพราะต่อให้งานชิ้นนี้จะเหลือแค่ซาก แต่เหตุผลที่ผมจะนำเสนอให้บอร์ดฟัง... มันไม่ได้มีแค่เรื่องรูปลักษณ์ของตึก แต่มันคือเรื่องของ 'สันดาน' คนที่จะเข้าไปบริหารพื้นที่ตรงนั้นด้วย"
ฉันยืนมองแผ่นหลังของทิวาด้วยหัวใจที่เต้นรัว ไม่ใช่แค่เพราะความกลัว แต่เพราะความรู้สึกที่พุ่งพล่านเมื่อเห็นเขาลุกขึ้นปกป้องความเหนื่อยยากของเราสองคน ทิวาหันมามองฉัน สายตาของเขาเปลี่ยนจากความดุดันเป็นความอ่อนโยนเพียงเสี้ยววินาที
"พาย... มีสติหน่อย" เขาพูดพลางเอื้อมมือมาปาดคราบเขม่าที่เปื้อนข้างแก้มฉันอย่างเบามือ "โมเดลอาจจะเสีย แต่สมองเราไม่ได้เสียตามไปด้วย เรายังเหลือเวลาอีกสิบสองชั่วโมง... ทำใหม่ได้ไหม?"
"มัน... มันจะทันเหรอทิวา?" ฉันถามเสียงสั่น
"ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะไม่ทัน" เขาขยับเข้าใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้า "แต่ถ้าเป็นพาย... ผู้หญิงที่ดื้อรั้นที่สุดในคณะสถาปัตย์คนนี้ ผมว่าเราทำได้"
ตลอดทั้งคืน... พื้นที่สตูดิโอที่เคยเต็มไปด้วยควันไฟกลายเป็นสนามรบแห่งความคิดสร้างสรรค์ เราไม่ได้ซ่อมโมเดลเดิม แต่เราเปลี่ยนแผนการนำเสนอใหม่ทั้งหมด ทิวาทำหน้าที่เป็นตัวคำนวณโครงสร้าง ส่วนฉันลงมือร่างแบบ 3D เรนเดอร์ใหม่ด้วยความเร็วระดับปีศาจ ความเงียบเชียบในห้องมีเพียงเสียงปากกาวางกระทบโต๊ะและเสียงเพลงคลอเบาๆ ที่เราเปิดทิ้งไว้เพื่อรักษาจังหวะหัวใจไม่ให้ตื่นตระหนกไปมากกว่านี้
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ห้องประชุมบอร์ดบริหาร
บรรยากาศตึงเครียดจนเหมือนมีใครเอาเชือกมารัดคอ กรรมการชุดใหญ่ห้าคนนั่งจ้องมองเราผ่านแว่นสายตา กวินนั่งอยู่อีกฝั่งด้วยท่าทีเหนือกว่า เขาเพิ่งนำเสนอจบไปเมื่อครู่นี้ และผลงานของเขาก็ดูไร้ที่ติในสายตาคนนอก
"ต่อไป... ทีมของทิวาและพาย" ประธานบอร์ดกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ไหนล่ะโมเดลของพวกเธอ? ฉันเห็นแต่แล็ปท็อปกับไฟล์ดิจิทัล"
ทิวาสบตาฉัน เรายิ้มให้กันเล็กน้อยก่อนที่เขาจะกดปุ่มเริ่มพรีเซนต์ บนหน้าจอขนาดใหญ่ไม่ได้มีภาพตึกที่สวยหรูเพียงอย่างเดียว แต่มันคือภาพ 'Simulation' ของการใช้ชีวิตจริงในตึกที่เขากับฉันออกแบบ ร่วมกับข้อความที่เขียนไว้ตัวโตๆ ว่า *'Designed to sustain, built to protect'*
"พวกเราไม่ได้มาที่นี่เพื่อนำเสนอตึกที่สวยที่สุดครับ" ทิวาเริ่มพูด เสียงของเขามั่นคงและเปี่ยมด้วยพลัง "แต่พวกเรามาเพื่อนำเสนอแนวคิดที่ตึกนี้ต้อง 'ไม่รั่วซึม' ไม่ใช่แค่เรื่องโครงสร้าง แต่คือความโปร่งใสและการเข้าถึงได้ของทุกคน... รวมถึงการรับมือกับเหตุการณ์วิกฤตที่ไม่ได้คาดฝัน"
ฉันก้าวออกมาข้างหน้า เสริมจังหวะด้วยความมั่นใจ "ที่เห็นในจอคือโครงสร้างที่เราปรับปรุงใหม่หลังเหตุการณ์เมื่อคืนค่ะท่านคณะกรรมการ... เหตุการณ์ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ต่อให้ใครจะพยายาม 'เผาทำลาย' สิ่งที่เราสร้างขึ้น แต่รากฐานที่เราวางไว้ด้วยใจ... มันจะไม่มีวันพังทลายลงง่ายๆ"
สายตาของคณะกรรมการเริ่มเปลี่ยนไป กวินที่นั่งนิ่งเริ่มขยับตัวอย่างกระวนกระวายเมื่อทิวาเริ่มเปิดไฟล์หลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดในสตูดิโอที่แอบซ่อนอยู่
"ท่านครับ..." ทิวาพูดจบประโยคสุดท้ายพร้อมกับจ้องหน้ากวิน "นี่คือข้อเสนอของผม... ข้อเสนอที่บริสุทธิ์ใจที่สุดที่สถาปนิกคนหนึ่งจะให้กับมหาวิทยาลัยได้"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุม ประธานบอร์ดลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินเข้ามาใกล้หน้าจอที่ฉายภาพผลงานของเรา ก่อนจะหันมามองกวินที่หน้าถอดสี และหันกลับมามองเราสองคน
"เหตุการณ์เมื่อคืน... พวกคุณมีหลักฐานชิ้นนี้อยู่ในมือตั้งแต่เมื่อไหร่?"
"ตั้งแต่ก่อนที่ไฟจะติดเพียงไม่กี่นาทีครับ" ทิวาตอบพลางดึงมือฉันไว้แน่น
วินาทีที่ประธานบอร์ดกำลังจะอ้าปากตัดสิน ทันใดนั้น ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงพร้อมกับร่างของอาจารย์ที่ปรึกษาที่เดินเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ท่านกวาดสายตามองทุกคนก่อนจะหยุดอยู่ที่ทิวาและพาย
"หยุดพรีเซนต์เดี๋ยวนี้! เรื่องที่พวกเธอจะนำเสนอน่ะ... มันมีปัญหาใหญ่กว่าที่คิดไว้มาก!"
หัวใจของฉันกระตุกวูบ ทิวาบีบมือฉันแน่นขึ้น ความรู้สึกไม่ชอบมาพากลแล่นปราดไปทั่วร่าง นี่มันไม่ใช่เรื่องของกวินแล้ว... แต่มันกำลังจะมีอะไรที่แย่กว่านั้นเกิดขึ้นใช่ไหม?
ขอบคุณที่ติดตามการต่อสู้ครั้งสำคัญของพายกับทิวามาร่วมลุ้นไปกับบทสรุปของปมนี้ในตอนหน้าด้วยกันนะคะ!
สถาปัตย์หัวใจไม่ให้รั่วซึม•ตอนที่ 16
งานแฟร์ที่ต้องร่วมสู้
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปัตย์หัวใจไม่ให้รั่วซึม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!