เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้สักทองดังสนั่น หักล้างความเงียบงันในห้องประชุมคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์จนแทบเป็นเศษผง พายตวัดสายตาคมกริบมองร่างสูงของกวินที่นั่งไขว่ห้างอยู่หัวโต๊ะ รอยยิ้มมุมปากของรุ่นพี่ปี 4 คนนี้ช่างน่าหมั่นไส้เสียจนเธออยากจะคว้าคัตเตอร์ในกระเป๋ามาสไลด์ให้รอยยิ้มนั้นพับเก็บไปตลอดกาล
"พูดใหม่อีกทีซิคะรุ่นพี่ กวิน... เมื่อกี้หูฉันคงฝาดไปหน่อย" พายเหยียดยิ้มเย็นชา ปากเก่งสวนกลับทันควันโดยไม่ต้องรอให้ทิวาที่ยืนกำหมัดแน่นข้างกายส่งสัญญาณเตือน
"หูไม่ได้ฝาดหรอกครับน้องพาย" กวินลากเสียงกวนประสาท ยื่นมือไปเคาะนิ้วบนกระดาษข้อตกลงสีขาวที่เพิ่งถูกเซ็นอนุมัติงบประมาณไปหมาดๆ "โปรเจกต์ปรับปรุงพื้นที่ตึกเก่าของพวกเธอ... ถูกระงับชั่วคราว จนกว่าจะหาวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาเปลี่ยนใหม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ตามระเบียบข้อบังคับใหม่ที่ผมเพิ่งเสนอเข้าสภาวะนักศึกษาเมื่อเช้า"
ระเบียบใหม่? บ้านป้าเขาสิ!
พายสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เมื่อตระหนักได้ทันทีว่าพวกเธอกำลังเดินเข้าสู่ 'หลุมพราง' ที่กวินขุดรอไว้ตั้งแต่แรกแล้วอย่างสมบูรณ์แบบ! เขารู้ว่ากลุ่มเธอทุ่มงบไปกับวัสดุไม้สักและปูนเปลือยเกรดพรีเมียมจนหมดหน้าตัก การจะให้หาวัสดุอีโค่ร้อยเปอร์เซ็นต์มาแทนที่ในเวลาแค่สามวัน เป็นไปไม่ได้ยิ่งกว่างอกปีกบินเสียอีก
ทิวายังคงนิ่งเงียบ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจดจ้องร่างของกวินนิ่งสนิท ไร้ซึ่งร่องรอยความตื่นตระหนก มีเพียงเส้นเลือดที่ปูดโปนตรงขมับและสันกรามที่ขบเข้าหากันจนเป็นสันนูนเท่านั้นที่ฟ้องว่าความอดทนของเขาเดินทางมาถึงขีดจำกัดแล้ว
"เล่นสกปรกแบบนี้ ไม่กลัวว่าเกียรติบัตรประธานสิทธิ์ปีนี้จะแปดเปื้อนบ้างเหรอคะ" ทิวาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ เย็นเยือก แต่ทรงพลังจนคนฟังต้องชะงัก
กวินหัวเราะในลำคอ ยักไหล่อย่างไม่ยี่ห้อ "เกมการเมืองในคณะมันไม่มีคำว่าสะอาดหรอกทิวา นายก็รู้ดีนี่... อยากได้ตึกนั้นไปทำโปรเจกต์จบเทอมนี้ไม่ใช่เหรอ? ถ้าอยากได้คืน ก็ก้มหัวแล้วขอร้องฉันสิ เผื่อฉันจะเมตตาแก้ระเบียบให้"
บรรยากาศในห้องประชุมอึมครึมจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายความกดดันแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูอากาศ พายขยับเข้าไปใกล้ทิวา มือเรียวเอื้อมไปดึงชายเสื้อสเวตเตอร์ของเขาเบาๆ เป็นเชิงห้ามไม่ให้เพื่อนร่วมทีมคนนี้ระเบิดอารมณ์ใส่ตัวปัญหาตรงหน้า เพราะพวกเธอรู้ดีว่ากวินกำลังรอจังหวะให้พวกเธอทำผิดกฎระเบียบเพื่อจะได้ตัดสิทธิ์ออกจากการแข่งขันอย่างชอบธรรม
แต่ทิวากลับไม่ถอย เขาก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างสูงโปร่งบดบังรัศมีการคุกคามของกวินจนมิด ดวงตาสองคู่ประสานกันราวกับมีประกายไฟปะทะกันเปรี๊ยะปร๊ะในอากาศ
"ระเบียบข้อบังคับบ้าบอนั่น เพิ่งอนุมัติเมื่อเช้า แต่เอกสารโปรเจกต์ของเราส่งอนุมัติไปตั้งแต่สัปดาห์ก่อน..." ทิวายิ้มเย็น เป็นรอยยิ้มที่พายเห็นแล้วยังต้องหนาวสันหลังวาบ "ตามกฎหมายลิขสิทธิ์และข้อบังคับมหาวิทยาลัย กฎย้อนหลังไม่มีผลบังคับใช้กับโปรเจกต์ที่ยื่นก่อนครับรุ่นพี่... ไปหัดอ่านหนังสือคู่มือคณะมาใหม่นะ ก่อนจะมาโชว์โง่กลางห้องประชุม"
กวินหน้าเสีย สีหน้าที่เคยเย่อหยิ่งแปรเปลี่ยนเป็นความเขียวคล้ำในเสี้ยววินาที เขากัดฟันกรอดเมื่อถูกตอกกลับด้วยข้อกฎหมายที่ตัวเองพลาดพลั้งไม่ทันสังเกต
"แก...!" กวินผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนากำหมัดแน่นด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกหักหน้าต่อหน้าเอกสารกองโต
"อุ๊ย! เสียงดังจังเลยค่ะ มีเรื่องอะไรสนุกๆ กันเหรอคะเนี่ย?"
เสียงใสแจ๋วที่ดังขึ้นพร้อมกับแรงผลักประตูห้องประชุมให้เปิดกว้างออก ทำให้ทุกคนในห้องต้องหันขวับไปมอง ร่างเพรียวบางของ 'น้ำเหนือ' ดาวคณะปี 3 ที่ขึ้นชื่อเรื่องข่าวสารเร็วยิ่งกว่า 5G ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มหวานหยด แต่สายตากลับกวาดมองเอกสารบนโต๊ะด้วยความรวดเร็วราวนักสืบมืออาชีพ
ทิวาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติกลับมา สายตาคมกวาดมองใบหน้าของน้ำเหนือแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาสบตากับพายที่ส่งซิกส์เตือนสติว่าสถานการณ์เริ่มซับซ้อนเกินกว่าจะเคลียร์กันแค่สามคนแล้ว
"ไม่มีอะไรหรอกน้ำเหนือ รุ่นพี่กวินเขาก กำลังจะอธิบายเรื่องระเบียบใหม่ให้เราฟัง... แบบตัวต่อตัว" พายสวนกลับทันควัน น้ำเสียงประชดประชันระคนท้าทาย ปรายตามองกวินที่ตอนนี้สีหน้าเริ่มไม่สู้ดีนักเมื่อมีพยานปากเอกโผล่เข้ามาขัดจังหวะ
น้ำเหนือกระพริบตาปริบๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก "อ๋อ... ระเบียบใหม่เรื่องงบประมาณปรับปรุงตึกศิลปกรรมใช่ไหมคะ พอดีทางคณบดีเพิ่งไลน์มาบอกในกลุ่มคณะพอดีเลยค่ะว่า... อนุมัติงบให้กลุ่มของทิวากับพายไปเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เมื่อวานนี้โดยไม่ต้องผ่านสภาวะนักศึกษาด้วยซ้ำ เพราะเป็นโปรเจกต์พิเศษของทางมหา'ลัย"
เพล้ง! เหมือนมีเสียงกระจกแตกละเอียดในอากาศ สีหน้าของกวินถอดสีซีดเผือกทันที ร่างสูงเซถอยหลังไปชนพนักเก้าอี้จนเกิดเสียงดังเอี๊ยด
พายลอบยิ้มสะใจในความปากเก่งทันคนของตัวเอง ดวงตากลมโตหันไปสบตากับทิวาที่ยืนอยู่ข้างๆ ในระยะประชิด ความใกล้ชิดที่บีบให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ ทิวาก้มหน้าลงมามองเธอเล็กน้อย กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นกาวและกระดาษร่างแบบลอยวนอยู่ในห้วงอากาศ ชั่ววินาทีนั้น... ความตึงเครียดจากเกมการเมืองในคณะพล่อมมลายหายไป เหลือเพียงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก
ทิวายื่นมือมาจับข้อมือบางของพายไว้แน่น นิ้วเรียวอุ่นจัดสัมผัสลงบนผิวเนื้อจนเกิดกระแสไฟอ่อนๆ วาบขึ้นในความรู้สึก
"เกมนี้... นายแพ้แล้วล่ะครับรุ่นพี่" ทิวากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือน โดยที่สายตายังคงจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของพายราวกับจะสื่อสารบางอย่างที่มากกว่าเรื่องงาน
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยเคมีอันตรายและสายตากรุ้มกริ่มที่ชวนให้ใจสั่นไหว เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของทิวาก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ ทิวากดรับสายโดยไม่ละสายตาจากพาย แต่เพียงแค่ประโยคแรกที่ปลายสายเอ่ยออกมา สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนจากความมั่นใจเป็นความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด
"ว่าไงนะ... เกิดเรื่องที่ไซต์งานตึกเก่าอย่างนั้นเหรอ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจมดิ่งไปกับความฟินและปมร้อนๆ ในตอนนี้ด้วยกันนะคะ ห้ามพลาดตอนหน้าเด็ดขาดค่ะ!
สถาปัตย์หัวใจไม่ให้รั่วซึม•ตอนที่ 13
เกมการเมืองในคณะ
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปัตย์หัวใจไม่ให้รั่วซึม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!