กระดาษแผ่นเดียวในมือของกวินมีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบโต๊ะทำงานในสตูดิโอสถาปัตย์ดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งได้ในพริบตาเดียว แผ่นกระดาษA4ธรรมดาที่พิมพ์ข้อความราชการด้วยฟอนต์ไทยสารบรรณ แต่กลับทรงพลังยิ่งกว่าค้อนปอนด์ที่ทุบลงกลางความเหน็ดเหนื่อยตลอดสัปดาห์ของพวกเรา
พายเบิกตากว้าง ก่อนจะหรี่ลงเหลือเพียงเส้นตรงเพื่อซ่อนความกรุ่นโกรธที่พุ่งทะยานขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ มือเรียวที่เคยถือคัตเตอร์ตัดโมเดลกำแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ฉันเองก็ไม่ได้ต่างกัน ร่างสูงโปร่งของทิวาขยับเข้ามาบังหน้าฉันไว้ครึ่งตัวตามสัญชาตญาณการปกป้อง แม้สีหน้าจะยังนิ่งเรียบไร้รอยระอุ แต่สันกรามที่ขบเข้าหากันจนนูนเด่นนั้นฟ้องชัดว่าความอดทนของเขาเดินทางมาถึงขีดจำกัดแล้ว
"เล่นสกปรกอะไรของคุณอีก กวิน" เสียงของทิวาลอดไรฟันออกมาเบาๆ แต่น่ากลัว ช1ายหนุ่มก้าวเท้าประชิดรุ่นพี่ปี 4 ที่ยืนยันตัวตนว่าเป็นเจ้าถิ่นผู้ทรงอิทธิพลประจำตึกนี้
กวินหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มมุมปากของเขามันชวนให้รู้สึกคันมืออยากเอาฟุตเหล็กฟาดสักทีสองที สายตาพราวระยับที่มองข้ามไหล่ทิวามาสบตากับฉันเต็มๆ ยิ่งทำให้ต่อมหมวกไตทำงานหนักขึ้นไปอีก
"สกปรกตรงไหนวะทิวา นี่มันระเบียบปฏิบัติของคณะต่างหาก พวกนายสองคนละเมิดขั้นตอนการขอใช้พื้นที่ส่วนกลาง ยื่นเรื่องข้ามขั้นตอนแถมยังไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภาคณะ... ฉันในฐานะประธานโครงการปรับปรุงตึกเก่า ก็มีหน้าที่ต้องเข้ามาระงับยับยั้งความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับคณะเราสิ" กวินลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท พร้อมกับสะบัดกระดาษในมือเบาๆ "อ้อ... ท่านคณบดีท่านเซ็นอนุมัติคำสั่งนี้ตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็นแล้วนะ พาย เธอน่าจะเช็กอีเมลทางการสักหน่อย ก่อนจะเอาเวลาไปนั่งเพ้นท์สีโมเดลเล่นอย่างไร้สาระ"
คำว่า 'ไร้สาระ' สะกิดต่อมความมั่นใจของพายเข้าอย่างจัง เธอผลักไหล่ทิวาเบาๆ เพื่อก้าวออกมายืนเผชิญหน้ากับกวินด้วยตัวเอง ความสูงที่ไม่เป็นรองใครบวกกับท่าทางเชิดขึ้นเล็กน้อยทำให้พายดูเหมือนพญาเสือสาวที่พร้อมจะตะปบเหยื่อ
"พูดให้มันดีๆ นะกวิน โมเดลโปรเจกต์นี้ไม่ได้ไร้สาระ และเอกสารบ้าๆ นี่ก็เพิ่งถูกออกเมื่อวานตอนเย็น ทั้งๆ ที่พวกเรายื่นเรื่องถูกต้องตามขั้นตอนทุกอย่างตั้งแต่อาทิตย์ก่อน... นายวิ่งเต้นใต้โต๊ะท่าไหนล่ะ ถึงได้ทำให้ท่านคณบดีเซ็นอนุมัติระงับงานกะทันหันแบบนี้ได้ภายในข้ามคืน หืม?" น้ำเสียงของพายหวานหยดแต่เชือดเฉือนจนคนฟังต้องสะดุ้ง
กวินหรี่ตามองพายด้วยความประหลาดใจเล็กน้อยที่เธอไม่ยอมร้องไห้งอแงเหมือนผู้หญิงคนอื่นที่เขาเคยจัดการมา ผู้หญิงคนนี้ไม่เคยทำให้เขารู้สึกเบื่อเลยจริงๆ ยิ่งดื้อ ยิ่งปากเก่ง ยิ่งน่าแกล้งให้ยอมสยบแทบเท้า
"จะใต้โต๊ะหรือบนโต๊ะ มันก็คือลายเซ็นจริง เอกสารจริง มีผลทางกฎหมายในคณะเราจริงจังนะจ๊ะน้องพาย" กวินจงใจก้าวเข้าไปใกล้พายอีกนิดจนทิวาต้องยื่นมือไปกระชากคอเสื้อรุ่นพี่คนนั้นให้ถอยห่างออกไป
"อย่ามาลามปาม" ทิวาเสียงเขዳ ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "นายอยากได้พื้นที่ตึกฝั่งนี้ไปทำโปรเจกต์บ้าบออะไรของนายนักหนา กวิน? ถึงกับต้องใช้วิธีหมาหมู่แบบนี้เลยเหรอวะ"
"เห้ย พูดจาให้เกียรติรุ่นพี่ด้วยทิวา!" ลูกน้องสองคนที่ยืนสมทบอยู่ด้านหลังกวินก้าวเข้ามาทำท่าจะเอาเรื่อง แต่กวินยกมือขึ้นห้ามไว้เสียก่อน เขายกยิ้มมุมปากอย่างผู้เหนือกว่า พลางปัดปกเสื้อตัวเองเบาๆ แก้เก้อ
"ฉันไม่ได้อยากได้ตึกนี้หรอกนะทิวา แต่พื้นที่ตรงนี้มันควรถูกใช้ประโยชน์เพื่อส่วนรวม ไม่ใช่เอามาให้เด็กปีสามสองคนกSะแSะกSะซอนทำโปรเจกต์ตามอำเภอใจที่ไม่มีทางสร้างชื่อเสียงให้คณะได้หรอก... เอาเป็นว่า ตามคำสั่งนี้ พวกนายมีเวลาเก็บของออกจากสตูดิโอภายในเที่ยงวันนี้ ถ้าไม่อย่างนั้น ฉันจะให้เจ้าหน้าที่มาทยอยขนของทิ้งลงถังขยะนะ"
สิ้นคำพูดนั้น กวินก็โยนกระดาษคำสั่งแผ่นเดิมลงบนโต๊ะทำงานของพาย เศษฝุ่นผงไม้บาซ่าที่ติดอยู่ปลิวฟุ้งกระจายไปตามแรงลม เขายักไหล่อย่างไม่ยี่หระ ส่งยิ้มเยาะเย้ยมาให้ครั้งหนึ่งก่อนจะหมุนตัวเดินนำลูกสมุนออกไปจากห้อง ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกกับบรรยากาศที่อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
ความเงียบงันปกคลุมอยู่หลายวินาที พายมองกองกระดาษบนโต๊ะสลับกับประตูห้องที่เพิ่งปิดลง มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นความโกรธที่อัดแน่นจนล้นทะลัก
"ทิวา..." พายเรียกชื่อเพื่อนสนิทควบตำแหน่งคู่หูด้วยเสียงที่แหบพร่าเล็กน้อย "นายคิดว่าเราควรทำยังไงต่อ ยอมแพ้งั้นเหรอ?"
ทิวากลืนน้ำลงคออึกใหญ่ เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังแผดเผาอยู่ในอก ดวงตาสีเข้มทอประกายความมุ่งมั่นที่น่ากลัวออกมาอย่างชัดเจน เขาหันมามองหน้าพาย ขยับเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นแชมพูอ่อนๆ จากเส้นผมของเธอ
"ยอมแพ้เหรอพาย? เธอก็รู้ว่าคำว่า 'ยอมแพ้' มันไม่อยู่ในพจนานุกรมของเราสองคนหรอก" ทิวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท แต่ทรงพลังจนพายต้องเงยหน้าขึ้นสบตา "ในเมื่อกวินมันเล่นนอกเกม งั้นเราก็คงต้องเล่นนอกเกมกลับเหมือนกัน"
"หมายความว่ายังไง?" พายเลิกคิ้วสูง ความสงสัยเข้ามาแทนที่ความโกรธชั่วขณะ
"หมายความว่า... เอกสารบ้าพอยต์นี้มันออกโดยคณบดีใช่ไหมล่ะ งั้นเราก็แค่ต้องไปหาท่านคณบดีด้วยตัวเองตอนนี้ เพื่ออธิบายให้ท่านฟังว่าโปรเจกต์ของเรามันเจ๋งแค่ไหน และใครกันแน่ที่กำลังใช้อำนาจมิชอบกลั่นแกล้งนักศึกษา" ทิวาพูดจบก็คว้ากระเป๋าเป้ขึ้นสะพายไหล่ทันที พร้อมกับเอื้อมมือมาคว้าข้อมือฉันไว้แน่น "ไปกับฉัน เดี๋ยวนี้"
เราสองคนกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากตึกคณะสถาปัตย์ มุ่งตรงไปยังตึกอธิการบดีและคณะผู้บริหารที่ตั้งอยู่อีกฟากหนึ่งของมหาวิทยาลัย แดดจ้าตอนสายส่องกระทบพื้นคอนกรีตจนเกิดไอความร้อนระอุ แต่ไม่มีใครสนใจมันเลยสักนิด ในหัวของพายตอนนี้มีแต่แผนการที่จะเอาคืนรุ่นพี่ตัวแสบอย่างกวินให้สาสม
เมื่อมาถึงหน้าห้องทำงานของคณบดี ทิวาไม่รอช้าที่จะเคาะประตูสามครั้งตามมารยาท ก่อนจะผลักเปิดเข้าไปโดยไม่รอให้เสียงอนุญาตดังมาจากด้านในเสียด้วยซ้ำ
แต่ภาพที่ปรากฏตรงหน้า... กลับทำให้ทั้งทิวาและพายต้องชะงักกึก เท้าที่ก้าวเข้าไปข้างหนึ่งค้างเติ่งกลางอากาศ
ไม่ใช่แค่ท่านคณบดีที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้สักตัวใหญ่ แต่บนโซฟารับแขกด้านข้าง... กลับมีร่างสูงโปรดของบุคคลที่ไม่คาดคิดว่าจะมานั่งยิ้มระรื่นรออยู่ก่อนแล้ว กวินไขว่ห้างประสานมือไว้ที่ตัก ดวงตาคู่คมมองตรงมาที่เราสองคนด้วยรอยยิ้มเยาะที่ฉาบไว้บนใบหน้าอย่างสมเพชเวทนา
แถมข้างกายเขายังมีผู้ชายวัยกลางคนท่าทางภูมิฐานอีกคนหนึ่งนั่งจิบชาอยู่ด้วยเงียบๆ... ซึ่งพายจำได้แม่นยำว่าเป็น 'ท่านรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา' ผู้มีศักดิ์เป็นอาแท้ๆ ของกวินเอง!
ทิวากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน พายสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติเมื่อตระหนักได้ทันทีว่าพวกเธอกำลังเดินเข้าสู่ 'หลุมพราง' ที่กวินขุดรอไว้ตั้งแต่แรกแล้วอย่างสมบูรณ์แบบ!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความแสบของยัยพายและนายทิวานะคะ!
สถาปัตย์หัวใจไม่ให้รั่วซึม•ตอนที่ 12
กวินปรากฏตัว
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปัตย์หัวใจไม่ให้รั่วซึม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!