"ถ้ายังดื้อดึงจะนั่งเคลียร์โมเดลต่อทั้งที่ตัวร้อนจี๋ขนาดนี้... พรุ่งนี้ฉันคงต้องจองกระดานชนวนพร้อมพวงหรีดมาแสดงความเสียใจล่วงหน้าให้เธอแล้วล่ะค่ะ ยัยตัวแสบ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดระคนห่วงใยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในสตูดิโอสถาปัตย์ยามวิกาล เม็ดฝนด้านนอกยังคงกระหน่ำซัดสาดใส่กระจกใสจนเกิดเสียงดังระรัว ราวกับโลกใบนี้กำลังจะจมด ch ในสายน้ำ แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของพายมากที่สุดในเวลานี้ กลับไม่ใช่เส้นโค้งของโมเดลตึกหรือเดดไลน์โปรเจกต์ที่กำลังไล่ล่า หากแต่เป็นฝ่ามือหนาที่ทาบลงมาบนหน้าผากของเธออย่างไร้การอนุญาตต่างหาก
พายปัดมือนั้นออกด้วยความหงุดหงิด แม้เรี่ยวแรงในตัวจะเหลือน้อยเต็มทีจากการโหมงานติดต่อกันสามวันสามคืนจนไข้ขึ้นสูง
"ถอยไปเลยนะทิวา ฉันไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น แค่... อื้อ..."
ยังไม่ทันที่ประโยคอวดเก่งจะหลุดรอดจากริมฝีปากแห้งผาก ร่างบางก็เซถลาจนเกือบจะล้มพับลงไปกองกับพื้นสตูดิโอ โชคดีที่วงแขนแกร่งของพ่อหนุ่มสถาปัตย์สายตรรกะไวกว่าความคิด เขาคว้าเอวบางเอาไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะกระแทกเข้ากับโต๊ะตัดโมเดล กลิ่นอายเฉพาะตัวของทิวา ทั้งกลิ่นกระดาษชานอิง กลิ่นกาแฟดำ และกลิ่นฝนจางๆ ลอยเข้ามารุกรานประสาทสัมผัสจนพายเผลอกลั้นหายใจ
ทิวากลอกตาขึ้นฟ้าอย่างระอา ระคนเป็นห่วงจนปิดไม่มิด เขากดน้ำหนักลงที่ตัวเธอเล็กน้อยเพื่อบังคับให้นั่งลงบนเก้าอี้สตูล ก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น เพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกันกับคนดื้อรั้นที่ตอนนี้ใบหน้าแดงก่ำด้วยพิษไข้
"ปากเก่งให้มันตลอดเถอะค่ะคุณพาย หน้าซีดเป็นไก่ต้มขนาดนี้ยังจะมาทำเป็นเก่ง" ทิวาเอ็ดเบาๆ แต่แววตาคมกริบกลับอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปแตะแก้มเนียนที่ร้อนผ่าวอย่างถือวิสาสะ "ตัวร้อนจี๋ขนาดนี้ ไปนอนพักที่โซฟาเดี๋ยวนี้เลยนะ"
"ไม่... โมเดลตึกวิศวะของคุณกวินยังลงสีไม่เสร็จ..." พายพยายามยันตัวเองลุกขึ้น แต่ความวิงเวียนศีรษะทำให้โลกทั้งใบหมุนเคว้งจนเธอต้องหลับตาปี๋
"เรื่องของไอ้กวินช่างมันก่อนเถอะน่า!" ทิวาโพล่งขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย แสดงถึงความหงุดหงิดที่พายเห็นงานสำคัญกว่าสุขภาพตัวเอง "ตอนนี้ชีวิตเธอสำคัญกว่าโปรดักชันบ้าๆ นั่น ตั้งสติหน่อยสิพาย"
พายชะงัก เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆ ลืมขึ้นเพื่อสบตากับคนตรงหน้า แววตาของทิวาไม่มีความกวนประสาทหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความจริงจังและความห่วงใยที่ฉายชัดออกมาจนหัวใจของสาวสายอาร์ตกระตุกวูบแปลกๆ ปกติแล้วทิวาจะเป็นคนมีเหตุผล เย็นชา และชอบแซะเธอเรื่องรสนิยมงานศิลป์อยู่เสมอ แต่วันนี้... ผู้ชายปากร้ายคนนี้กลับยอมทิ้งงานของตัวเองมานั่งเฝ้าเธอตั้งแต่หัวค่ำ
"ทำไม... ถึงต้องมาทำดีด้วยเล่า" พายพึมพำเสียงเบาหวิว คล้ายคนละเมอ มากกว่าจะตั้งใจถามจริงๆ
ทิวายิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจคนมองเต้นผิดจังหวะยิ่งกว่าเสียงฟ้าผ่าด้านนอก
"ก็เพราะว่า... ถ้าไม่มีเธอคอยมาเถียงเรื่องแบบแปลกๆ สตูดิโอคาบเกี่ยวระหว่างคณะของเราคงน่าเบื่อตายสิคะ" ทิวาตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขึ้นอย่างผิดหูผิดตา ก่อนจะช้อนร่างบางขึ้นจากเก้าอี้สตูลอย่างง่ายดายโดยไม่ทันให้พายได้ตั้งตัว "อย่าดื้อค่ะ พาย คุณกำลังป่วยหนักนะ"
"นี่! ปล่อยนะยะ ฉันเดินเองได้!" พายประท้วงเสียงแผ่ว มือเล็กทุบลงบนลาดไหล่กว้างเบาๆ เป็นเชิงบังคับให้ปล่อย แต่เรี่ยวแรงแค่นั้นรึจะสู้แรงของหนุ่มสถาปัตย์ที่ออกกำลังกายเป็นประจำได้
ทิวาอุ้มเธอเดินตรงไปยังโซฟาตัวยาวมุมห้อง ปฏิบัติการดูแลพยาบาลจำเป็นจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจัง เขาบรรจงวางร่างบางลงอย่างระมัดระวัง หยิบเสื้อแจ็กเก็ตยีนของตัวเองมาห่มคลุมไหล่ให้เพื่อกันความเย็นจากแอร์และละอองฝนที่สาดเข้ามา ก่อนจะเดินหายเข้าไปในโซนแพนทรีของคณะเพื่อจัดการกับอะไรบางอย่าง
พᵣอมกับลมหายใจอุ่นร้อนที่พ่นออกมา พายกวาดสายตามองไปรอบสตูดิโอที่คุ้นเคย กองกระดาษ คัตเตอร์ สีอะคริลิก และโมเดลตึกที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่บรรยากาศรอบตัวในคืนนี้กลับต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง มันมีความอบอุ่นแปลกประหลาดแทรกซึมอยู่ทุกอณูอากาศ ราวกับว่าพื้นที่ทำงานดิบๆ เถื่อนๆ แห่งนี้ได้กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเธอไปเสียแล้ว
ไม่นานนัก ทิวาก็เดินกลับมาพร้อมแก้วเซรามิกใส่น้ำอุ่นและซองยาพาราเซตามอลในมือ เขานั่งลงที่ขอบโซฟา ประคองศีรษะทุยของพายให้เอนซบลงบนตักของเขาอย่างนุ่มนวล โดยไม่มีคำพูดปฏิเสธใดๆ เล็ดลอดออกมาจากปากของหญิงสาวในตอนนี้
"ดื่มน้ำอุ่นก่อนค่ะ แล้วค่อยกินยา" ทิวาสั่งเสียงทุ้ม นัยน์ตาสีเข้มมองสำรวจใบหน้าเนียนที่ชื้นเหงื่อด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เขาเองก็เพิ่งจะนิยามมันได้ไม่นาน
พายยอมทำตามอย่างว่าง่าย ความอ่อนแอทำให้เธอกลายเป็นแมวเชื่องๆ ไปโดยปริยาย ปลายนิ้วอุ่นของทิวาที่สัมผัสโดนพวงแก้มขณะจัดผมให้เข้าที่ ยิ่งทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ความใกล้ชิดที่เกินขอบเขตเพื่อนร่วมคณะหรือคู่ปรับ ทำให้บรรยากาศระหว่างพวกเขาร้อนระอุขึ้นสวนทางกับอุณหภูมิภายนอกที่กำลังลดต่ำลง
"ดีขึ้นรึยังคะ" ทิวากระซิบถาม ชิดใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ริมฝีปากของเธอ
พายช้อนตาขึ้นมองสบกับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่กล้าแปลความหมาย ปากเก่งๆ ที่เคยต่อปากต่อคำมาตลอดสามปีกลับปิดสนิทอย่างไร้เหตุผล ในหัวสมองขาวโพลนไปหมด รู้สึกเพียงแค่ปลายนิ้วของทิวายังคงไล้เบาๆ อยู่ที่ขอบแก้มของเธออย่างทะนุถนอม
ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ค่อยๆ ลดลงทีละน้อย เสียงฝนตกด้านนอกราวกับถูกกลบด้วยเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน ทิวายโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนพายสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากตัวเขา ปลายจมูกโด่งรั้นเกือบจะชนกันอยู่แล้วในวินาทีนั้น
ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองคนกำลังจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเปิดประตูกระจกของสตูดิโอก็ดังขึ้นแทรกกลางความเงียบงันอย่างไม่รู้กาลเทศะ!
"ไอ้ทิวา! มึงอยู่มั้ยวะ กูทำแฟ้มโปรเจกต์หล่นไว้— เห้ย!"
เสียงทุ้มของกวินที่ตะโกนแทรกเข้ามาพร้อมกับการก้าวพรวดพราดเข้ามาในโซนทำงาน ทำให้ทิวาและพายผละออกจากกันแทบไม่ทัน พายหน้าแดงก่ำด้วยความตกใจ รีบดึงแจ็กเก็ตขึ้นคลุมโปงด้วยความเขินอายขั้นสุด ส่วนทิวาก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงสนิทด้วยความหงุดหงิดขั้นสุดที่ถูกมารผจญเข้ามาขัดจังหวะสำคัญเข้าอย่างจัง
ทิวากลอกตาด้วยความเซ็งสุดขีด หันไปมองหน้าตัวป่วนที่ยืนทำหน้าเหวออยู่กลางห้อง ก่อนจะเอ่ยเสียงลอดไรฟันด้วยความหัวเสีย
"ถ้ามึงยังไม่อยากโดนกูเอาคัตเตอร์ปาดคอ ไสหัวออกไปจากห้องนี้เดี๋ยวนี้เลยนะไอ้กวิน!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความซึนของพี่ทิวานะคะ!
สถาปัตย์หัวใจไม่ให้รั่วซึม•ตอนที่ 19
วันที่ฝนตกในสตูดิโอ
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปัตย์หัวใจไม่ให้รั่วซึม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!